วันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทดสอบครั้งแรก TOYOTA HILUX REVO 2.8G AT DOUBLE CAB PRERUNNER 4x2

เอกสารทางเทคนิคของ Toyota Hilux REVO ความหนา 71 หน้าเล่นเอาผมและเพื่อนๆ สื่อมวลชนถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่วิศวกรของ Toyota Motor ประดังประดาใส่เข้ามาใน REVO รุ่น Double Cab 4x2 / 4x4 ต้องใช้เวลาไม่น้อยในการทำความเข้าใจเกี่ยวกับการทำงานของระบบต่างๆ ภายในตัวรถ Hilux REVO ช่วงเช้าวันที่ 8 มิถุนายน 2558 ซึ่งเป็นวันขับทดสอบ REVO ครั้งแรกในประเทศไทย หากใครผ่านไปมาแถวๆ ท่าอากาศยานประจำจังหวัดพิษณุโลกในช่วงสายของวันนั้นก็จะเห็นขบวนรถ Hilux REVO รุ่น Double Cab ทั้งแบบขับเคลื่อนสองล้อ Prerunner 4x2 และรุ่นท็อปสุด Hilux REVO 2.8G AT Double Cab 4x4 จอดเรียงรายจนเต็มบริเวณหน้าสนามบินพิษณุโลก การขับทดสอบวันแรกนั้นสื่อมวลชนทีมที่ 1 จะทำการขับ Hilux REVO จากสนามบินพิษณุโลกไปยังเขาค้อในจังหวัดเพชรบูรณ์ ผ่านด่านตรวจบริเวณด่านอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว มุ่งหน้าสู่จังหวัดหนองบัวลำภู ผ่านขอนแก่นแล้วไปสิ้นสุดการทดสอบขับขี่เจ้า REVO ที่จังหวัดอุดรธานี รวมระยะทางในการทดสอบครั้งแรกของสื่อมวลชนในตัวรถกระบะรุ่นล่าสุดจากค่ายสามห่วง 394 กิโลเมตร

รูปลักษณ์ภายนอกหลังจากวันเปิดตัวที่ได้เห็นได้ถ่ายแค่ภายในงาน พอออกมาอยู่กลางแจ้งกลางแดดแจ๋ๆ จัดๆ แบบนี้ทำให้ผมสามารถมองเห็นรายละเอียดของตัวรถ Hilux REVO Double Cab Prerunner 4x2 ราคา 1,099,000 บาท (หนึ่งล้านเก้าหมื่นเก้าพันบาท) กันอย่างจะจะ มองไปมองมา นอกเหนือไปจากสัดส่วนด้านหน้าที่แปลกใหม่ของเจ้า Hilux REVOแล้ว บั้นท้ายแบบกระบะยกสูงโย่งโก๊ะยังคล้ายกับ Hilux Vigo ราวกับแกะหากไม่สังเกตบริเวณมือจับที่เปิดฝาท้ายก็จะมีความคล้ายคลึงกันมาก ด้านหน้าที่ยื่นออกมาตามสไตล์การออกแบบของทีมดีไซเนอร์จาก Toyota สอดรับกับไฟหน้าได้อย่างลงตัว แนวสันขอบของฝากระโปรงหน้าถูกยกสันนูนเพื่อเติมเต็มมุมมองให้มีความโหดดิบในแบบของรถปิกอัพตัวลุยยอดนิยม สปอยเลอร์หน้าขนาดใหญ่ปิดคลุมส่วนหน้าของ REVO เกือบทั้งหมด สำหรับมิติของตัวถังใน Hilux REVO Prerunner 2.8G AT คันทดสอบซึ่งเป็นรุ่น Double Cab 4x2 สีฟ้ากระจ่างตา มันมีเรือนร่างพอฟัดพอเหวี่ยงกับรุ่นที่แล้วแต่ใน REVO Double Cab Prerunner ตัวใหม่นั้น มีการเติมแต่งเสริมเพิ่มความสดด้วยการลงรายละเอียดของตัวรถให้มากยิ่งขึ้นสำหรับความงามในแบบฉบับของรถปิกอัพบวกกับอุปกรณ์ใหม่ๆ ที่ใส่เข้ามาให้แบบไม่อั้น

ขนาดความยาวของตัวรถ Hilux REVO Prerunner 5,330 มิลลิเมตร กว้าง 1,855 มิลลิเมตร และสูงถึง 1,815 มิลลิเมตร ความยาวช่วงล้อ 3,085 มิลลิเมตร ความกว้างของฐานล้อหน้า-หลัง 1540/1550 มิลลิเมตร สัดส่วนความสูงสำหรับการลุยวัดจากใต้ท้องถึงพื้น 286 มิลลิเมตร ตัวถังด้านข้างที่ดูดีกว่ารุ่นที่แล้วจากแนวโป่งด้านข้างของซุ้มล้อที่ออกแบบมาอย่างลงตัวโดยเฉพาะโป่งซุ้มล้อหลังที่สอดรับกับแนวด้านข้างของตัวรถ กาบบันไดของ Hilux REVO 2.8G AT Double Cab Prerunner 4x2 ยังช่วยให้การเข้า-ออกจากห้องโดยสารที่สูงโย่งมีความสะดวกในการขึ้นลงจากขนาดความสูงแบบน้องๆ ช้างพลายตัวโต ล้ออัลลอยขอบ 17 นิ้วลาย 6 ก้านตันๆ ทึบๆ สีเงินห่อรัดด้วยยางออฟโรดกึ่งเรียบกึ่งลุยของ Bridgestone รุ่น Dueler A/T เป็นยางรถปิกอัพพิมพ์นิยมที่ติดตั้งมาให้จากโรงงาน

ยาง Dueler A/T ไซส์ 265/65R17 112S 693III ทั้งสี่ล้อสามารถเอาไปลุยในระดับปานกลางหรือเอาไปใช้วิ่งบนทางราบก็ใช้งานได้ดีเป็นยางออฟโรดสำหรับรถกระบะและ SUV ที่ผลิตในประเทศแต่มีราคาแพงเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน ในส่วนของประตูบานหลังของ REVO 2.8G AT Double Cab Prerunner 4x2 คล้ายจะเล็กแต่พอเปิดออกแล้วก้าวขึ้นไปนั่งในเบาะผู้โดยสารตอนหลังก็สามารถเข้าหรือออกจากตัวรถได้อย่างสะดวกไม่ได้คับแคบอย่างที่คิดเอาไว้แต่แรก ฝาท้ายที่ออกแบบมือจับที่เปิดฝาท้ายมาให้ใหม่หมดกับไฟเบรกดวงที่สามพร้อมกับกันชนโลหะสีเงินมีส่วนคล้ายกับ Hilux Vigo รุ่นที่แล้ว ไฟท้ายทรงแนวตั้งกับที่เก็บยางอะไหล่ใต้พื้นกระบะยังคงอยู่ในตำแหน่งเดิม เรือนร่างที่สูงโย่งเหมาะกับการขับขี่บนทางวิบากเป็นอย่างยิ่งแต่เส้นทางทดสอบในวันนี้ ทีมทดสอบ REVO ใหม่จะวิ่งกันบนทางราบข้ามจังหวัดโดยไม่มีเส้นทางออฟโรดโหดๆ มาเกี่ยวข้อง สำหรับการนำเอาเจ้า Hilux REVO ไปทดลองวิ่งในทางออฟโรดนั้นจะเกิดขึ้นภายในช่วงกลางเดือนนี้ที่จังหวัดขอนแก่น


เปิดประตูก้าวขึ้นไปในห้องโดยสารคุณจะพบว่าความหรูหราของ Hilux REVO 2.8G AT Double Cab Prerunner 4x2 นั้นพอฟัดพอเหวี่ยงกับ Toyota Corolla New Altis จากรูปแบบของคอนโซลกลาง การจัดวางตำแหน่งของซุ้มเกียร์ จอภาพมัลติฟังก์ชั่นระบบสัมผัสและพวงมาลัยสไตล์บึกบึนแบบ 3 ก้าน เบาะโดยสารของมันห่อหุ้มด้วยหนังแท้สีน้ำตาล รวมถึงแผงประตูและวัสดุห่อหุ้มหลังคาโทนสีอ่อนช่วยทำให้ภายในของเจ้า Hilux REVO 2.8G AT Double Cab Prerunner 4x2 มีความหรูหราประดับประดาไปด้วยอุปกรณ์ของรถเก๋งรุ่นยอดนิยม จอภาพกลางคอนโซลที่ยื่นออกมาเพื่อทำให้การสัมผัสสั่งงานลงไปบนจอภาพมีความสะดวกสบายไม่ต้องเอื้อมมือกันให้มากเรื่อง ที่ชอบและโดนก็คือคอนโซลที่แตกต่างจากรถปิกอัพคู่แข่งอย่างชัดเจนในเรื่องของดีไซน์ สีสันและความสะดวกในการใช้งานอุปกรณ์ที่ติดตั้งอยู่ในคอนโซลทั้งจอภาพ ช่องแอร์กับชุดควบคุมอุณหภูมิภายในห้องโดยสารที่เป็นแบบดิจิตอลทั้งหมด ช่องแอร์ด้านบนมีนาฬิกาดิจิตอลอยู่ตรงกึ่งกลาง การออกแบบให้ชิ้นงานบางชิ้นมีความละเอียดน่าใช้เช่น ช่องปรับทิศทางของลมแอร์กับปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์คล้ายกับรถซีดานราคาหนึ่งล้าน ส่วนที่โดยใจนักเลงรถอีกหนึ่งตำแหน่งก็คือหน้าปัดมาตรวัดของเจ้า Hilux REVO 2.8G AT Double Cab Prerunner ที่มีรายละเอียดและสีสันภายในราวกับ Lexus ยนตรกรรมหรูภายใต้ร่มธงของ Toyota

มาตรวัดโทนสีฟ้าอมน้ำเงิน ใช้ตัวเลขกับเข็มสีขาวเพื่อให้ง่ายและมองเห็นได้ชัดเจนต่อการอ่านค่า ทั้งมาตรวัดความเร็วด้านขาวมือกับมาตรวัดรอบเครื่องยนต์ด้านซ้าย กึ่งกลางของมาตรวัดทั้งสองวาง MID หรือ Multi information display ซึ่งใช้จอภาพแบบ TFT หรือ Thin film transistor เมื่อกดดูรายละเอียดการแจ้งเตือนต่างๆ ของจอภาพขนาดเล็กก็จะพบว่าจอ MID ของเจ้า REVO รุ่นรองท็อปยัดความสามารถในการแจ้งค่าต่างๆ ของตัวรถมาให้เพียบ เช่น ตำแหน่งของการเปิดประตูแต่ละบาน / ทริปมิเตอร์ a/b / อุณหภูมิภายนอก / คำนวนปริมาตรการใช้เชื้อเพลิงเป็นหน่วยลิตรต่อกิโลเมตร / เชื้อเพลิงภายในถังต่อระยะทางที่สามารถวิ่งไปถึง / สถานะของการขับขี่และการให้คะแนนความประหยัดในโหมด ECO / ตำแหน่งของเกียร์ออโต 6 สปีด / ฯลฯ

พวงมาลัยทรงสามก้านหุ้มด้วยหนังแท้มีรอบวงที่อวบขึ้นทำให้จับได้อย่าถนัดไม้ถนัดมือมากยิ่งขึ้น ก้านของพวงมาลัยยังติดตั้งสวิตช์สั่งงานมาให้ เช่น สวิตช์ควบคุมเครื่องเสียง สวิตช์เลือกโหมดของระบบต่างๆผ่านจอภาพกลางคอนโซล เช่น โหมดเครื่องเสียง โหมดระบบนำทางด้วยดาวเทียม โหมดเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เล่นเพลงจากภายนอก สวิตช์สั่งงานด้วยเสียงและสวิตช์ รับหรือวางโทรศัพท์ไร้สายในระบบบูลทูธ ก้านสวิตช์ปรับตั้งความเร็วอัตโนมัติ หรือ Cruise control ในส่วนของซุ้มเกียร์รุ่นขับเคลื่อนสองล้อซึ่งมีให้เลือกทั้งรุ่นเกียร์ธรรมดา 5 สปีดและเกียร์ออโตทอร์คคอนเวอร์เตอร์ 6 สปีดมีคันเกียร์และร่องเกียร์ที่ออกแบบมาเพื่อความแม่นยำในการเลือกตำแหน่งเกียร์ การออกแบบร่องเกียร์ให้เป็นแบบหยักเพื่อป้องกันความผิดพลาดในการเลื่อนตำแหน่งของคันเกียร์

ข้างคันเกียร์ของ Hilux REVO 2.8G AT Double Cab Prerunner 4x2 มีสวิตช์เพื่อเลือกโหมดการขับขี่ได้สองรูปแบบ คือโหมดประหยัด ECO และโหมดสปอร์ตหรือ Power Mode มาให้เลือกใช้ คันเบรกและที่พักแขนใกล้กับคันเบรกมือออกแบบให้เป็นกล่องสำหรับการเก็บแผ่น CD/DVD ส่วนชุดควบคุมอุณหภูมิออกแบบได้อย่างสวยงามลงตัวคล้ายกับรถเก๋ง Toyota Corolla New Altis ด้วยชุดควบคุมแอร์แบบดิจิตอล ช่องแอร์ด้านหลังยังเข้ามาช่วยกระจายลมแอร์เย็นๆ เป่าไปให้กับผู้โดยสารตอนหลังได้เย็นสบายในวันที่มีอากาศร้อนอีกด้วย

การใช้ความรู้สึกจับรายละเอียดต่างๆ ของตัวรถโดยไม่ได้ใช้เครื่องไม้เครื่องมือวัดในการขับทดสอบรถยนต์นั้นยากเย็นแสนเข็ญเป็นอย่างยิ่งที่จะบรรยายอะไรออกมาให้คนที่สนใจตัวรถได้เข้าอกเข้าใจ มองเห็นและเข้าถึงต่อการทดสอบขับขี่ รถทดสอบ Toyota Hilux REVO 2.8G AT Double Cab Prerunner 4x2 ที่ผมกำลังควบตามเพื่อนๆ สื่อมวลชนมุ่งหน้าไปยังด่านตรวจบริเวณด่านอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว มีท่านั่งควบคุมที่ค่อนข้างดี ความสูงโด่งโย่งยาวของเจ้านี่ วัดจากพื้นถึงใต้ท้องได้ 286 มิลลิเมตร ทำให้การนั่งขับเหมือนได้นั่งอยู่บนหลังช้างพลายตัวเขื่อง คุณจะมองได้ไกลและเห็นได้รอบตัวจากสัดส่วนความสูงของมัน ขนาดของตัวรถที่ยาวเหยียดถึง 5,330 มิลลิเมตร พร้อมสัดส่วนบั้นท้ายที่สูงราวกับหอไอเฟล หากไม่มีกล้องมองหลังติดมาให้จะลำบากมากๆ ในการกะระยะถอย เมื่อขับออกจากสนามบินเข้าสู่ทางไฮเวย์ลาดยางข้ามจังหวัดมาได้ไม่ไกล พวงมาลัยไฮดรอลิกของเจ้า REVO เริ่มออกอาการด้วยการส่งถ่ายรายละเอียดผ่านช่วงล่างตรงมายังข้อมือของคนขับแบบจะแจ้งแถลงไข การขับในเมืองบนเครื่องยนต์ดีเซลแถวเรียง 4 กระบอกสูบ ขนาด 2.8 ลิตร อัดอากาศด้วยเทอร์โบแปรผันแบบ VN Turbo เรี่ยวแรง 177 แรงม้านั้น มีความกระฉับกระเฉงว่องไวของย่านกำลังแรงบิดไม่แตกต่างจาก Mitsubishi Triton 2015 และ Nissan Navara NP300 คู่แข่งทั้งสองค่ายเท่าใดนัก ส่วนสิ่งที่แตกต่างอย่างชัดเจนแจ่มแจ้งแดงแจ๋ก็คือช่วงล่างของเจ้า Hilux REVO นั่นเอง

หากคุณกำลังมองหาความนุ่นนวลชวนสัมผัสขณะขับขี่ใช้งานรถปิกอัพ คงต้องไปลองขับเจ้า Toyota Hilux REVO 2.8G AT Double Cab Prerunner 4x2 ดูสักครั้งว่าที่บอกมาว่านุ่มหนึบในรถกระบะนั้นไม่ได้โม้โกหกพกลม หรือรับเงินมาเขียนเพื่อเชียร์ให้ขายได้แต่อย่างใดทั้งสิ้น รถจะดีหรือไม่ดีนั้น พอคุณขึ้นไปลองขับไม่ไกลก็จะรู้ได้ทันทีจากสัมผัสที่มันส่งถ่ายอาการต่างๆ ออกมา ช่วงล่างที่ปรับระยะยืดยุบของสปริงมาใหม่หมดใน Hilux ตัวล่าสุด แม้ช่วงล่างของ REVO จะมีรูปแบบและหน้าตาคล้ายกับ Hilux Vigo ผู้พี่ แต่รายละเอียดต่างๆ ของช่วงล่างพวกไดอะแกรม ขนาดความกว้าง/ยาว/สูงของชิ้นส่วนต่างๆในระบบรองรับ เช่น กระบอกโช้ค ขนาดของยางที่ใช้หุ้มช่วงล่างกลับต่างกันในด้านตัวเลข รวมไปถึงความยาวของแหนบ ค่า K ของสปริง การยืดและระยะยุบตัวของโช้คอัพ รวมถึงขนาดของลูกหมากลูกยางคันชักคันส่งยางแท่นเครื่องแท่นเกียร์ แรคพวงมาลัย แกนแรคและชิ้นส่วนในชุดบังคับเลี้ยวที่แตกต่างกันในด้านของมิติแม้จะไม่มากแต่กลับส่งผลไปถึงความรู้สึกหลังพวงมาลัยทันทีที่ได้ลองควบยาวๆ เมื่อผมและเพื่อนสื่อมวลชนวิ่งผ่านบนทางที่ไม่เรียบหรือเป็นลอนคลื่น

ช่วงล่างของ Toyota Hilux REVO 2.8G AT Double Cab Prerunner 4x2 มอบความหนึบและความนุ่มผสมผสานกันอยู่ในความรู้สึก แม้จะตกลงไปในหลุมข้างทางอย่างจังเบอร์ ช่วงล่างกับแชสซีส์ของมันก็ไม่ส่งเสียงของการกระแทกกระทั้นออกมาให้ได้ยินแม้แต่น้อย การลงมือลงแรงปรับตั้งระบบรองรับในขั้นตอนของการพัฒนา ซึ่งมีการใช้ระยะเวลาในการวิ่งทดสอบเพื่อปรับตั้งระบบรองรับบนตัวรถ REVO คันต้นแบบนานถึง 3 ปี บนเส้นทางทั่วประเทศไทยเพื่อปรับตั้งช่วงล่างโดยให้ความรู้สึกที่นิ่มและเงียบก่อนขึ้นสู่สายการผลิต ทำให้ระบบรองรับของ Toyota Hilux REVO มีความเหนือชั้นด้านความรู้สึกที่นิ่มและเงียบมากกว่าระบบรองรับในรถปิกอัพคู่แข่งอย่างเห็นได้ชัด ทางที่ไม่เรียบหรือมีผิวที่ขรุขระในบางช่วงบางตอนบนอุทยานแห่งชาติน้ำหนาวเนื่องจากกำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างปรับผิวถนน ดูๆ ไปก็เหมือนกับการจงใจให้สื่อมวลชนที่ได้ลงทดสอบได้สัมผัสกับการทำงานของช่วงล่างเจ้า REVO กันเป็นพิเศษบนเส้นทางข้ามจังหวัดที่มีความหลากหลายแบบนี้

ทีมพีอาร์ของ Toyota Motor Thailand จงใจให้สื่อมวลชนขับทดสอบ Hilux REVO บนระยะทางที่ยาวเกือบ 400 กิโลเมตร ที่เต็มไปด้วยทางตรงยาว ทางโค้งวกไปวนมาขึ้น-ลงหุบเขาที่สูงชันในแถบน้ำหนาวและเขาค้อ เพื่อพิสูจน์ว่าตัวมันเองก็มีจุดเด่นหลายจุดที่กำลังจะกลายเป็นจุดขายสำคัญ จากการขับทดสอบระยะไกลในครั้งนี้ เจ้า Hilux REVO Double Cab Prerunner 4x2 ให้ความรู้สึกที่ดีในการควบคุม แถมตัวมันเองก็ไม่ได้มีขนาดที่ใหญ่โตมโหฬารเหมือนกับ Ford Ranger 2015 ทำให้การเลี้ยวกลับลำ การเปลี่ยนทิศทาง การเร่งความเร็วและการเบรกมีการตอบสนองที่น่าพึงพอใจอยู่ในเกณฑ์ดี พัฒนาการที่ดีขึ้นของกระบะ Hilux เวอร์ชั่นล่าสุดจากแบรนด์สามห่วง นอกจากความคงทนแบบหายห่วงแล้วยังอยู่ที่การเก็บเสียงที่มีความโดดเด่นโดนใจ เมื่อวิ่งที่ย่านความเร็วเดินทาง 100-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เสียงลมที่เข้ามาปะทะกับตัวถังและเสียงยางที่บดลงไปบนผิวถนนแทบจะไม่ได้ยินเข้ามาในห้องโดยสารแม้แต่น้อย การเพิ่มเติมวัสดุป้องกันเสียงแปลกปลอมจากภายนอก ยางขอบกระจกและประตูอย่างหนา การออกแบบชิ้นส่วนต่างๆ โดยเฉพาะแชสซีส์และตัวถังที่เน้นไปถึงการป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอกจากการซับเสียงด้วยวัสดุป้องกันเสียงรอบห้องโดยสาร ทำให้เสียงลมปะทะและเสียงของยางลดลงไปมาก

Hilux REVO Double Cab Prerunner 4x2 เหมาะกับการขับทางไกลบนความเร็วเดินทางที่ถูกกฎหมาย ขับไกลข้ามจังหวัดใน REVO เป็นเรื่องราวของการขับรถที่น่าจดจำ มันมีเบาะที่นั่งสบายก้นและมีระบบรองรับอย่างหนาพร้อมที่จะลุยโคลนในระดับกลางๆ ไม่โหดมากจนเกินไปเนื่องจากเป็นรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ แบบปลอมตัวมาให้เหมือนกับรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ หากต้องการลุยระยับดับจิตคงต้องหันไปมองรุ่นขับเคลื่อนทุกล้อที่มีราคาสูงกว่าแต่ไม่มาก รุ่นตะกายทุกล้อใน REVO Double Cab 4x4 สามารถเอาตัวรอดจากเส้นทางโหดๆ ได้ดีกว่ารุ่นขับเคลื่อน 2 ล้ออย่างแน่นอน สไตล์ของ Hilux SR-5 ซึ่งเป็นกระบะพันธุ์โหดขาลุยที่ป่าไม้นิยมใช้ยังกลับมาปรากฏให้เห็นในเจ้า REVO จากความสามารถในการวิ่ง ความแข็งแกร่งคงทนของเครื่องยนต์ เกียร์และช่วงล่างผนวกความสดใหม่ของโมเดลจะทำให้ REVO กลับคืนสู่บัลลังก์แชมป์ยอดขายอย่างแน่นอน

นอกเหนือไปจากช่วงล่างเจ๋งๆ ของเจ้า REVO ตัวใหม่แล้ว เครื่องยนต์ดีเซลและระบบส่งกำลังแบบออโต 6 สปีดก็สามารถตอบสนองได้ดีบนเส้นทางข้ามจังหวัดที่ต้องวิ่งผ่านหุบเขาสูงชันแบบนี้ เครื่องยนต์ 1GD-FTV (High) ความจุ 2755 ซีซี ตอบสนองต่อการเร่งความเร็วได้ดีเมื่อเชื่อมต่อกับเกียร์อัตโนมัติ 6สปีด โดยมีเกียร์โอเวอร์ไดรฟ์ที่ตำแหน่งเกียร์ 6 เอาไว้ช่วยลดรอบเครื่องยนต์เพื่อความประหยัด อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่หลายๆท่านอยากจะรู้ ขอเรียนให้ทราบตามตรงว่าการขับในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยความหลากหลายจากสภาพทางแบบนี้วัดอะไรได้ไม่แม่นยำนัก คันเร่งที่ถูกใช้งานอย่างต่อเนื่องบนทางเขาที่ต้องลดเกียร์หรือเร่งความเร็วตลอดเวลาได้ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองที่ 11.2 กิโลเมตรต่อลิตร อาจดูมากไปสักหน่อยแต่อย่าลืมว่าการขับทดสอบในครั้งนี้ไม่ได้เน้นไปที่ความประหยัดโดยขึ้นตรงต่อสภาพการใช้งานในชีวิตประจำวันที่มีการขับแบบผสมเดี๋ยวเร็วเดี๋ยวช้าสลับสับเปลี่ยนกันไปในแต่ละจังหวะจะโคน เครื่อง 2.8 ลิตรดีเซลเทอร์โบมีย่านของกำลัง 177 แรงม้า มาพร้อมกับแรงบิด 450 นิวตันเมตร มากเกินพอสำหรับถนนหนทางทั่วประเทศ ระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบยิงตรงหรือคอมมอลเรลไดเรคอินเจคชั่นทำงานได้อย่างแม่นยำ แรงสั่นสะเทือนที่ถูกขจัดปัดเป่าให้ลดลงช่วยทำให้รอบเดินเบาของเจ้า REVO นิ่งสนิทโดยมีการสั่นสะเทือนขณะจอดนิ่งๆ อยู่กับที่น้อยลงมาก

เกียร์ออโต 6 สปีดพร้อม Sequential Shift มีตำแหน่งทริปทรอนิกส์เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถชิฟหรือเลือกตำแหน่งเกียร์ด้วยตัวเองเมื่อวิ่งผ่านทางบนภูเขาสูงชันแบบนี้ เกียร์ออโตในตำแหน่ง D เปลี่ยนจังหวะด้วยตัวของมันเองตามโปรแกรมที่ลงเอาไว้ในกล่องสมองกลไฟฟ้า ECU ที่เชื่อมต่อกับกล่องควบคุมเครื่องยนต์ เกียร์ออโต 6 สปีดพร้อม Sequential Shift มีประสิทธิภาพที่ดีพอตัวในการทดกำลังแรงบิด กลไกไฟฟ้าป้องกันความเสียหายของเกียร์ จากการชิฟเกียร์ผิดจังหวะเมื่อรอบเครื่องยนต์ไม่สัมพันธ์กับการเปลี่ยนเกียร์หรือลดเกียร์ลงต่ำช่วยป้องกันอาการเกียร์กระจายก่อนวัยอันควรได้ดี หากคุณขับห้อลงเขามาเต็มเหยียดโดยใช้รอบเครื่องสูงๆ เมื่อลองยัดเกียร์ต่ำเพื่อใช้เอนจิ้นเบรค หากรอบเครื่องยนต์สูงมากจนเกินไป ระบบป้องกันเกียร์เสียหายจากการเปลี่ยนเกียร์ด้วยตัวของคนขับจะเข้ามาแทรกแซงทันที ระบบป้องกันเกียร์จะไม่ยอมเปลี่ยนเกียร์ลงต่ำให้จนกว่ารอบการหมุนของเครื่องจะมีความสัมพันธ์กับรอบการหมุนของเกียร์ ดูเหมือนจะฝืนความรู้สึกกันอยู่บ้างเมื่อเกียร์ไม่ยอมเปลี่ยนให้หากรอบเครื่องสูงเกินไป แต่ก็ช่วยทำให้คุณไม่ต้องเข้าอู่เข้าศูนย์เพื่อซ่อมหรือเปลี่ยนเกียร์กันเร็วก่อนเวลาอันควร อายุการใช้งานของเกียร์ออโตราคาแพงลิบ ซึ่งมีกลไกป้องกันเกียร์กระจายแบบนี้คอยช่วยป้องกันคนขับที่ชอบยัดเกียร์ขึ้น-ลงเองบ่อยๆ เปรียบเหมือนกับงานวิศวกรรมของระบบส่งกำลังที่ดีงามอยู่เหมือนกัน ซึ่งเข้ามาช่วยให้เกียร์ออโตลูกนี้มีความเหนียวแน่นคงทนมากยิ่งขึ้น

สมรรถนะของ Hilux REVO Double Cab Prerunner 4x2 คันทดสอบนั้นดีขึ้นอย่างเด่นชัด สิ่งละอันพันละน้อยที่เพิ่มเข้ามาเพื่อเติมเต็มประสิทธิภาพของการใช้งาน เกิดขึ้นได้จากการพัฒนาตลอดระยะเวลากว่า 3 ปี ของทีมทดสอบที่ได้นำเอารถต้นแบบ Hilux REVO วิ่งตะลอนๆ ไปทั่วประเทศ มันเป็นรถกระบะที่มีเสถียรภาพดี คล่องตัวและให้ความรู้สึกหลังพวงมาลัยในแบบที่ปิกอัพชั้นดีควรจะเป็น น้ำหนักตัวรถที่หนักเอาเรื่องถึง 1,950 กิโลกรัม ไม่สร้างปัญหาให้กับประสิทธิภาพด้านแรงบิดของเครื่องยนต์ดีเซล 2.8 ลิตร สำหรับการขับเคลื่อนตัวรถให้พุ่งทะยานไปข้างหน้าตามใจสั่ง ขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณใช้งานปิกอัพยกสูง ก็ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะขับเข้าโค้งด้วยความเร็วที่มากจนเกินไป อาการโคลงตัวของรถปิกอัพยกสูงนั้นมากกว่ารถเก๋งเนื่องจากสัดส่วนความสูงของช่วงล่างที่ถูกยกขึ้นมาเพื่อการลุย

ใน Hilux REVO Double Cab Prerunner 4x2 อาการโคลงตัวนั้นลดลงมากแต่ก็ยังคงมีอยู่บ้างและเป็นธรรมชาติของรถกระบะยกสูงแบบนี้ที่ไม่สามารถกำจัดอาการโคลงตัวออกไปได้หมด จึงมีความจำเป็นที่จะต้องใช้ความระมัดระวังในการขับขี่ ควรแต่งองค์ทรงเครื่องกันให้เรียบร้อยหรือลดความเร็วก่อนที่จะหักพวงมาลัยลัดเลาะไปตามโค้งขึ้น-ลงภูเขาแบบนี้ ไม่มีความจำเป็นใดๆ ในการที่จะสร้างอันตรายให้กับตัวของคุณเองและครอบครัวด้วยการขับกระบะยกสูงให้เร็วจนเกินพอดี ลดความเร็วทุกครั้งก่อนเข้าโค้งแม้ทางที่ใช้วิ่งจะเป็นเส้นทางที่คุณมีควาามคุ้นชินก็ตาม โดยเฉพาะเมื่อฝนตกลงมาบนทางภูเขาก็ให้ทำการยกคันเร่งลงมาได้เลยเพื่อความปลอดภัย หากคิดว่าตัวเองนั้นมีฝีมือระดับโคตรเซียนและชอบขับเร็วแบบไม่สนใจไยดีต่อคำเตือนข้างทาง เช่น ป้ายแจ้งเตือนโค้งอันตราย ป้ายแจ้งเตือนให้ลดความเร็วหรือใช้เกียร์ต่ำเมื่อวิ่งลงเนิน เมื่อคุณไม่ใส่ใจต่อป้ายดังกล่าว คุณอาจไปจบลงที่ใต้หุบเขา ต้นไม้ข้างทางหรือไม่ก็พุ่งตกลงไปในคลองชลประทานก็มีความเป็นไปได้สูง ขับรถกระบะยกสูงทุกครั้ง ความเร็วที่สัมพันธ์กับสภาพเส้นทางและการคำนึงถึงความปลอดภัย มุมมองที่ระแวดระวังในเรื่องของอุบัติเหตุจะทำให้คุณและครอบครัวเดินทางถึงจุดหมายได้อย่างไร้รอยขีดข่วน ไม่เชื่อก็ตามใจแต่ขับแบบที่บอกแล้วจะปลอดภัยก็ควรไปลองทำดูเอาเอง

วิ่งผ่านป่าสนสามใบในเขตเพชรบูรณ์ทำให้นึกถึงป่าสนในเมืองชิสึโอกะของญี่ปุ่น จู่ๆ ฝนก็เทลงมาให้เสียวสันหลังเล่นซะงั้น เมื่อวิ่งอยู่บนเขาแบบนี้แล้วสภาพผิวถนนมีการเปลี่ยนแปลงไปจากที่เคยแห้งสนิทกลับลื่นไถลไปไม่เป็นเพราะมีเศษดินฉาบกับน้ำฝนปกคลุมผิวพื้นของเส้นทาง เมื่อพบเจอกับสายฝนบนรถกระบะยกสูง ต่อให้มือขั้นเทพขนาดไหนก็สมควรที่จะต้องลดความเร็วลงมาเพื่อป้องกันการลื่นและการเบรกที่อาจต้องกดกันลึกๆ โชคดีที่ฝนเทลงมาได้พักเดียวก็หยุดทำให้กลับมาใช้ความเร็วเดินทางกันต่อได้ทั้งขบวนคาราวาน ใน Hilux REVO รุ่นนี้ มีตัวช่วยที่จะคอยประคับประคองอาการต่างๆ ของตัวรถ นอกจากช่วงล่างแบบ Dynamic Control Suspension ตามที่ Toyota ตั้งชื่อมาให้แล้ว REVO ยังมีแชสซีส์แบบใหม่ถอดดุ้น FIRM หรือ Frame with Integrated Rigidity Mechanism ซึ่งพัฒนามาจากข้อดีของ Hilux รุ่นก่อนแล้วนำมาปรับให้แชสซีส์ใหม่มีความสมดุลเพิ่มขึ้น Toyota Motor Thailand ยังจัดเต็มโชว์ความเหนือเพื่อกระตุ้นยอดขาย ด้วยการอัดอุปกรณ์ความปลอดภัยเพื่อทำให้ New Hilux REVO มีความเหนือชั้นกว่ารถกระบะของคู่แข่ง โครงสร้างนิรภัยแบบ GOA ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่งรอบคัน ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC Hill start Assist Control ระบบควบคุมความเร็วขณะขับลงจากทางลาดชัน DAC Downhill Assist Control กล้องมองหลังช่วยเพิ่มความปลอดภัยในรถกระบะท้ายสูง ระบบควบคุมการทรงตัว VSC Vehicle Stability Control ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS Anti-lock Braking System ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC Traction Control ระบบเสริมแรงเบรก BA Brake Assist ระบบกระจายแรงเบรก EBD Electronic Brake-force Distribution และระบบควบคุมการส่ายของพ่วงท้าย TSC Tralier Sway Control ฯลฯ โดยที่บรรยายมาทั้งหมดนั้นแน่ใจว่าไม่มีทางได้ใช้พร้อมกันทั้งหมดอย่างแน่นอน เทคโนโลยีช่วยขับขี่ที่เข้ามาเพิ่มความปลอดภัยทั้งหมดของ Hilux REVO ยังขึ้นตรงต่อจิตสำนึกของคนขับเป็นสำคัญ

เกือบหกโมงเย็น ฝูงรถทดสอบ Hilux REVO Double Cab ที่มีทั้งขับสี่และขับสอง รวมถึงเกียร์ออโตและเกียร์ธรรมดาก็วิ่งเข้ามาถึงยังจุดสิ้นสุดการทดสอบในจังหวัดอุดรธานี หลังจากควบกันยาวลากจากพิษณุโลก ผ่านเขาค้อ น้ำหนาว หนองบัวลำภู ขอนแก่น จนมาถึงยังหัวเมืองใหญ่ในอีสานตะวันออกอุดรธานี รวมระยะทางทั้งหมด 398 กิโลเมตร สิ่งที่ไม่น่าแปลกใจก็คือ สมรรถนะที่ดีขึ้นในทุกๆ ด้านของ Hilux REVO เกิดขึ้นจากความตั้งใจของทีมวิศวกรในการพัฒนาตัวรถเพื่อให้มีการขับที่ดีขึ้น เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.8 ลิตร ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ไม่ได้แรงมุทะลุจนเอาไม่อยู่และออกมาในแนวไหลเรื่อยๆ มากกว่าจะพุ่งกระโชกโฮกฮากทำให้ควบคุมยาก ย่านของแรงบิดที่ได้รับจากเครื่องยนต์ผ่านเกียร์ออโตส่งไปยังเพลาถ่ายลงเฟืองท้ายนั้นมีความพอดิบพอดีกับขนาด น้ำหนักตัวและรูปแบบของแชสซีส์กับมิติตัวถัง ทำให้การควบคุมง่ายดายสบายใจ ชุดบังคับเลี้ยวแรคแอนพีเนียนพร้อมเพาเวอร์ผ่อนแรงก็ยังถูกปรับให้ลดระดับความตึงลงมาเล็กน้อยโดยยังคงความแม่นยำทำให้การเปลี่ยนทิศทางใน REVO รุ่นยกสูงเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Sequential Shift ที่คนขับสามารถเลือกเกียร์เองได้ในโหมดแมนนวลครอบคลุมทุกอัตราทด ระบบป้องกันการเปลี่ยนเกียร์ที่ไม่มีความสัมพันธ์กับรอบเครื่องยนต์จะส่งสัญญาณเสียงปี๊บเตือนเบาๆ สองครั้งเมื่อคุณยัดเกียร์ลงต่ำทั้งๆที่รอบกำลังทะยานขึ้น เมื่อรอบลดลงกลับมาอยู่ในเกณฑ์ที่โปรแกรมไว้ใน ECU เกียร์ถึงจะเปลี่ยนให้ นั่นหมายถึงการป้องกันระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติที่มีราคาแพง (มาก) ไม่ให้พังเร็วจากการใช้งานที่ไม่ถูกต้อง แม้จะตัวสูงแต่ Hilux REVO Double Cab Prerunner 4x2 ก็เป็นรถกระบะที่มีเสถียรภาพของการทรงตัวอยู่ในเกณฑ์ดี หากไม่ได้เอาไปลุยป่าลึกหรือทางแบบสุดโหดโคตรหิน รุ่นขับเคลื่อนสองล้อราคา 1,099,000 บาท ก็เพียงพอต่อการใช้งาน การเก็บเสียงนั้นดีสุดในบรรดากระบะคู่แข่งด้วยกันทั้งหมด ส่วนอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงบนการทดสอบที่เต็มไปด้วยทางขึ้นเขาลงเนินมีการใช้คันเร่งกันอย่างเต็มที่ในบางจังหวะบนทางตรงยาวเพื่อเร่งให้ทันกลุ่มทันฝูง อัตราสิ้นเปลืองตามที่แจ้งในจอ MID อยู่ที่ 11.2 กิโลเมตรต่อลิตร เป็นปกติไม่ได้ตะกละกินจุ หรือประหยัดแบบวิ่งย่องๆ หยอดๆ แต่อย่างใดทั้งสิ้น

สำหรับความคิดเก็นส่วนตัว สิ่งที่ชอบใน Hilux REVO Double Cab Prerunner รุ่นขับสองล้อก็คือความสวยงามของห้องโดยสาร อุปกรณ์ใหม่ๆ ที่คล้ายกับรถซีดานราคาล้านกว่าบาท กลิ่นอายของภายในที่ไม่มีคราบรถกระบะหลงเหลือทำให้เกิดความน่าขับน่าใช้งาน ช่วงล่างดีควบคุมได้ง่ายแม้ตัวจะสูงโย่ง ตกหลุมตกร่องแรงๆ ก็ยังซับแรงสั่นสะเทือนได้อย่างเด็ดขาด เก็บเสียงในห้องโดยสารได้ดีมาก แรงสั่นสะเทือนจากการทำงานของเครื่องยนต์ดีเซลในรอบเดินเบาลดลงแต่ยังหลงเหลืออยู่นิดๆ ตามสไตล์ของรถปิกอัพเครื่องดีเซล จ่ายไป 1.09 ล้านบาท แลกกลับด้วยความสดผนวกเทคโนโลยีใหม่ของพี่โต หากต้องตาตรึงใจลองไปขับดูด้วยตัวของคุณเอาเองจะเป็นการดีที่สุด จับอาการลองสังเกตดูว่าช่วงล่างและการเก็บเสียงที่บรรยายมาทั้งหมดนั้นดีจริงแบบที่เขียนเอาไว้หรือเปล่า เมื่อชอบรถกระบะที่ซื้อง่ายขายคล่องได้ราคา ศูนย์บริการเกลื่อนบ้านเกลื่อนเมือง ไม่ต้องกังวนเรื่องอะไหล่หรือการดูแลรักษา จะคบค้าสมาคมกับพี่โตต่อไปด้วยการถอย REVO ตัวใหม่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนะครับ.

TOYOTA HILUX REVO 2.8G AT DOUBLE CAB PRERUNNER 4x2
เครื่องยนต์..............................................1GD-FTV (High)
แบบ........................................................ดีเซลแถวเรียง 4 สูบ 16 วาล์ว DOHC VN Turbo Intercooler
ปริมาตรความจุ.......................................2,755 ซีซี
กระบอกสูบคูณช่วงชัก.............................92.0 mm x103.6 mm
อัตราส่วนกำลังอัด....................................15.6:1
กำลังสูงสุด................................................130 กิโลวัตต์ 177 แรงม้า ที่3,400 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด.............................................450 นิวตันเมตร ที่ 1,600 - 2,400 รอบต่อนาที
ระบบ Auto Start/Stop พร้อม Evaporator ในระบบปรับอากาศ
ระบบจ่ายเชื้อเพลิง....................................ดีเซลคอมมอลเรล ไดเรคอินเจคชั่น
น้ำมันเชื้อเพลิง..........................................ดีเซล
ระบขับเคลื่อน...........................................ขับเคลื่อน 2 ล้อ
ระบบส่งกำลัง...........................................เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Sequential Shift
อัตราทดเกียร์
เกียร์ 1.....................................................3.600
เกียร์ 2.....................................................2.090
เกียร์ 3.....................................................1.488
เกียร์ 4......................................................1.000
เกียร์ 5......................................................0.687
เกียร์ 6......................................................0.580
เกียร์ถอย..................................................3.732
อัตราทดเฟืองท้าย.....................................3.909
ระบบกันสะเทือน
ด้านหน้า...................................................อิสระปีกนกคู่ คอยล์สปริง โช้คอัพ เหล็กกันโคลง
ด้านหลัง...................................................แหนบซ้อน
ระบบเบรก
ด้านหน้า....................................................ดิสเบรกแบบมีครีบระบายความร้อน
ด้านหลัง....................................................ดรัมเบรก
ระบบบังคับเลี้ยว.......................................แรคแอนพีเนียน พร้อมเพาเวอร์ผ่อนแรงหมุน
รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด..................................6.4 เมตร
ล้อและยาง................................................อัลลอย 17 นิ้ว ยาง Bridgestone รุ่น Dueler A/T ไซล์ 265/65R17 112S 693III
ราคา........................................................1,099,000 บาท

รุ่นและราคาของ Toyota New Hilux REVO
Toyota New Hilux REVO Stardard Cab 4x4 2.8J 675,000
Toyota New Hilux REVO Stardard Cab 4x2 2.8J Plus 605,000
Toyota New Hilux REVO Stardard Cab 4x2 2.4J Plus SWB 585,000
Toyota New Hilux REVO Stardard Cab 4x2 2.7J 569,000
Toyota New Hilux REVO Stardard Cab 4x2 2.4J 569,000

Toyota New Hilux REVO Smart Cab 4x2 2.4G 755,000
Toyota New Hilux REVO Smart Cab 4x2 2.4E 709,000
Toyota New Hilux REVO Smart Cab 4x2 2.7J Plus 679,000
Toyota New Hilux REVO Smart Cab 4x2 2.4J Plus 679,000
Toyota New Hilux REVO Smart Cab 4x2 2.4J 619,000


Toyota New Hilux REVO Smart Cab 4x4 2.8G 899,000
Toyota New Hilux REVO Smart Cab 4x4 2.4E 799,000


Toyota New Hilux REVO Double Cab 4x2 2.4E 795,000
Toyota New Hilux REVO Double Cab 4x2 2.7E 795,000
Toyota New Hilux REVO Double Cab 4x2 2.4J Plus 725,000


Toyota New Hilux REVO Double Cab 4x2 2.8G AT 1,099,000 *(คันทดสอบ)
Toyota New Hilux REVO Double Cab 4x2 2.4G Plus AT 1,099,000
Toyota New Hilux REVO Double Cab 4x2 2.4G AT 969,000
Toyota New Hilux REVO Double Cab 4x2 2.4G 925,000
Toyota New Hilux REVO Double Cab 4x2 2.4E AT 895,000
Toyota New Hilux REVO Double Cab 4x2 2.7E AT 895,000
Toyota New Hilux REVO Double Cab 4x2 2.4J Plus 809,000

Toyota New Hilux REVO Double Cab 4x4 2.8G AT 1,139,000
Toyota New Hilux REVO Double Cab 4x4 2.8G 1,069,000
Toyota New Hilux REVO Double Cab 4x4 2.4E 899,000

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th 
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom 

เครื่อง เกียร์ ช่วงล่าง ชุดบังคับเลี้ยว อะไรคือจุดเด่นของ Hilux REVO 2.8G AT Double Cab Prerunner 4x2 ทดสอบทางไกลวิ่งกันยาวๆ จับอาการกระบะตัวใหม่ มีอะไรโดนใจใน New REVO 11 มิ.ย. 2558 11:42 ไทยรัฐ