วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บูรพกษัตริย์สยาม อุทยานราชภักดิ์

“พระมหากษัตริย์” ทุกพระองค์มีความสำคัญต่อประเทศชาติแต่ละพระองค์มีความสำคัญในทางเป็นผู้ปกครองชาติ ทรงวางรากฐานเพื่อความเจริญรุ่งเรืองของชาติ ตามความถนัดของพระองค์เอง...

พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ทรงวางแบบหนังสือไทย สมเด็จพระนารายณ์มหาราชก็ทรงวางโครงการทูต พระบาทสมเด็จพระพุทธ
ยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงส่งเสริมทางการช่าง สมเด็จพระปิยมหาราช ทรงฟื้นฟู ภราดรภาพ ทรงเลิกทาส ประคับประคองเอกราชให้ดำรงอยู่

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงส่งเสริมงานด้านกวีและวรรณคดี และในปัจจุบัน...ในยุคประชาธิปไตย ความสำคัญของพระมหากษัตริย์ก็ยังดำรงอยู่ เพราะเป็นที่รวมพลังสามัคคีของชาติ

บรรดาทหารหาญจึงต้องรักษาป้องกัน “พระมหากษัตริย์” ไว้ด้วยชีวิต...สืบเนื่องจากประเทศไทยมีพระมหากษัตริย์ปกครองมาแต่โบราณกาล เป็นระยะเวลายาวนานกว่า 700 ปี ตลอดเวลาที่ผ่านมานับแต่สมัยสุโขทัย ชาติไทยของเรามีวิวัฒนาการมาตั้งแต่เริ่มรวมชาติ รวมแผ่นดิน ก่อร่างสร้างเมือง ตั้งแต่อดีตจนมาเป็นประเทศชาติทุกวันนี้ ก็เพราะบรรพบุรุษในอดีต ที่ยอมอุทิศตนและเสียสละแม้กระทั่งชีวิตภายใต้การนำขององค์พระมหากษัตริย์ไทย

“สถาบันพระมหากษัตริย์” เป็นสถาบันที่อยู่ในหัวใจของประชาชน เป็นสถาบันที่เคารพสักการะเหนือเกล้า เหนือกระหม่อมของปวงชนชาวไทยทุกๆคน เป็นสถาบันที่มีความสำคัญสูงสุดของประเทศ

การที่ประเทศชาติเจริญรุ่งเรือง มีความเป็นปึกแผ่นมั่นคงดำรงเอกราชมาได้จนถึงทุกวันนี้ ด้วยพระปรีชาสามารถและพระมหากรุณาธิคุณของ “สมเด็จพระบูรพกษัตริย์” ที่ทรงนำพาประเทศหลีกพ้นอันตราย มาด้วยวิเทโศบายอันชาญฉลาด ทรงปกครองแผ่นดินด้วยหลักทศพิธราชธรรม นำความร่มเย็นเป็นสุขมาสู่ปวงชนชาวไทย ทรงทะนุบำรุงประเทศให้รุ่งเรือง ทั้งด้านเศรษฐกิจ ศิลปวัฒนธรรม ซึ่งยังคงสืบทอดมรดกอันล้ำค่า นำมาซึ่งความภาคภูมิใจในความเป็นชาติ เอกราชที่มีอารยธรรมเป็นแบบอย่างที่ดีงามมาจนทุกวันนี้

อาจกล่าวได้ว่า พระมหากษัตริย์ไทยทรงเป็นผู้นำชาติทั้งในยามศึกสงครามและยามสงบ ทรงปกป้องคุ้มครองภยันตรายแก่อาณาประชาราษฎร์ แม้จะทรงมีพระราชอำนาจอย่างล้นพ้น แต่ก็ทรงใช้เพื่อประโยชน์ของทวยราษฎร์และความเจริญก้าวหน้าของประเทศอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ พระมหากษัตริย์ในทุกพระองค์ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ น้อยใหญ่เพื่อประโยชน์สุขแห่งประชาชน จนอาจกล่าวได้ว่า “พระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ทรงปฏิบัติพระองค์เป็นแบบอย่างในการสร้างความเจริญก้าวหน้าและความมั่นคงมาสู่ประเทศชาติเสมอมา”

เพื่อเป็นการเทิดทูน ยกย่อง ประกาศเกียรติคุณขององค์พระมหากษัตริย์ไทยให้เป็นที่ประจักษ์ต่ออนุชนรุ่นหลัง กระทรวงกลาโหม โดยกองทัพบกจึงได้มีแนวความคิดดำเนินการจัดสร้าง “อุทยานราชภักดิ์” ขึ้นเพื่อประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระบูรพกษัตริย์ 7 พระองค์ เพื่อเป็นสถานที่เคารพสักการะ

จุดประสงค์การจัดสร้าง พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และ ผบ.ทบ. บอกว่า เพื่อเป็นการเทิดทูนและประกาศเกียรติคุณสมเด็จพระบูรพกษัตริย์แห่งสยามตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ที่ทรงสร้างคุณูปการที่ยิ่งใหญ่ต่อประเทศชาติ อันนำความเจริญรุ่งเรือง ความเป็นปึกแผ่นของชาติไทยจนถึงปัจจุบันนี้

ความจริงแล้ว หลังจากรับตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก ได้มอบนโยบายหลัก 12 ประการแก่กำลังพล...ประการสำคัญที่สุดที่ย้ำคือการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ จึงได้มีแนวคิดจัดสร้างอุทยานประวัติศาสตร์บริเวณพื้นที่กองทัพบก ในอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 222 ไร่ และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดสร้าง

พร้อมพระราชทานชื่อว่า... “อุทยานราชภักดิ์” ซึ่งมีความหมายว่า อุทยานที่สร้างขึ้นด้วยความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ เพื่อเป็นการเทิดทูนและประกาศเกียรติคุณสมเด็จพระมหากษัตริย์แห่งสยาม

รวมถึงจะใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นสถานที่สำหรับทำพิธีที่สำคัญของกองทัพบก รับรองบุคคลสำคัญจากต่างประเทศในโอกาสที่มาเยือนกองทัพบกอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งใช้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว แหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์แก่ทุกคน นำไปสู่การสร้างจิตสำนึกในพระ
มหากรุณาธิคุณของสถาบัน

พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ หัวหน้าคณะฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา ในฐานะประธานจัดสร้าง “อุทยานราชภักดิ์” อธิบายถึงองค์ประกอบหลักในส่วนที่ 1 คือการจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระบูรพกษัตริย์แห่งสยาม จำนวน 7 พระองค์
อันได้แก่ พ่อขุนรามคำแหงมหาราช สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระนารายณ์มหาราช สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในอิริยาบถทรงยืน หล่อด้วยโลหะสำริดนอก มีขนาดความสูงเฉลี่ยประมาณ 13.90 เมตร ประดิษฐานบนแท่นฐานความสูง 12 เมตร...ความกว้าง 73 เมตร... ความยาว 218 เมตร ซึ่งกองทัพบกได้ขอความร่วมมือจากกรมศิลปากรเป็นผู้ออกแบบและปั้นพระบรมรูปต้นแบบ

“ถ้านึกไม่ออกว่ามีขนาดสูงใหญ่เพียงใด ก็ลองหลับตานึกถึง องค์พระที่บริเวณพระพุทธมณฑล ดูว่ามีขนาดใกล้เคียงกันมาก”

ในส่วนที่ 2 พื้นที่ลานอเนกประสงค์ เนื้อที่ 91 ไร่ ใช้สำหรับพิธีสำคัญ รับรองบุคคลสำคัญ ส่วนสุดท้าย...อาคารพิพิธภัณฑ์ ที่มีการค้นคว้ารวบรวมจัดทำพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจที่สำคัญของสมเด็จพระบูรพกษัตริย์ ตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ นำมาจัดแสดงนิทรรศการประวัติศาสตร์ บริเวณด้านล่างฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ รวมถึงพื้นที่อีก 126 ไร่ จะปรับภูมิทัศน์โดยรอบ จัดสร้างระบบสาธารณูปโภค

ทั้งนี้ขั้นตอนการสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์จำนวน 7 พระองค์และการก่อสร้างลานประกอบพิธีกำหนดสร้างมาตั้งแต่เดือน พ.ย.2557 ถึง ส.ค.2558 รวมเวลา 10 เดือน...แต่การจัดทำนิทรรศการแสดงพระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจ ภายในห้องพิพิธภัณฑ์ จะเริ่มตั้งแต่เดือน ก.ย.2558 เป็นต้นไป

โครงการที่ยิ่งใหญ่อย่างนี้ต้องใช้งบประมาณมหาศาล ต้องถามเอามาจากงบส่วนไหน? ผบ.ทบ. พล.อ.อุดมเดช ฝากบอกว่า จะเป็นลักษณะการประสานความร่วมมือ ซึ่งมีการประชาสัมพันธ์...เชิญชวนหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน ให้มีส่วนร่วมบริจาคเงินสมทบทุนในการจัดสร้าง

“กองทัพบกไม่ได้ใช้งบประมาณของทางราชการแม้แต่บาทเดียว แต่จะขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนให้การสนับสนุนจัดสร้าง เพราะถือว่าเราเป็นคนไทยด้วยกัน มีความรัก เทิดทูน ยกย่ององค์พระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ยิ่งชีวิต”

หากพี่น้องประชาชนคนไทย หน่วยงาน องค์กรทั่วไป ต้องการมีส่วนร่วม...เป็นส่วนหนึ่งในการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์ สามารถร่วมบริจาคด้วยการโอนเงินเข้าบัญชี ธนาคารทหารไทย สาขากองบัญชาการกองทัพบก ชื่อบัญชี “กองทุนสวัสดิการกองทัพบก” บัญชีกระแสรายวัน เลขที่ 077–1–07474–7

“อุทยานราชภักดิ์” แห่งนี้เมื่อสร้างเสร็จเรียบร้อยจะมีความยิ่งใหญ่สง่างาม ถือเป็นมรดกอันล้ำค่าของแผ่นดิน เพื่อให้ประชาชนคนไทยทั้งประเทศและอนุชนคนรุ่นหลังได้ภาคภูมิใจ พร้อมปกปักรักษา หวงแหนแผ่นดินถิ่นบรรพชนตราบนานเท่านาน.

11 มิ.ย. 2558 10:42 ไทยรัฐ