วันพุธที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จับ 'กรมวังผู้ใหญ่' ผิดม.112 แอบอ้างเบื้องสูง (ชมคลิป)

คนสนิท-‘อดีตพระวรชายาฯ’ ‘มนตรี โสตางกูร’ ขอให้รมต. ตั้งเป็นกก.บอร์ดปตท.-กสท.

“สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง” แถลงตำรวจขออนุมัติศาลอาญาและศาลอาญากรุงเทพใต้ ออกหมายจับกรมวังผู้ใหญ่ ในอดีตพระวรชายาฯ “มนตรี โสตางกูร” ข้อหาหมิ่นเบื้องสูงฯ ม.112 และข้อหาใช้ตำแหน่งหน้าที่ในการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบมาตรา 157 หลังแอบอ้างเป็นบุคคลรับใช้ใกล้ชิดสมเด็จพระบรม โอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ไปขอหรือไปบอกให้ รมว.พลังงาน และ รมว.ไอซีทีในขณะนั้น แต่งตั้งเป็นบอร์ด ปตท. และบอร์ด กสท. ตำรวจส่งบันทึกถึงเลขาธิการพระราชวังให้พาเข้ามอบตัววันที่ 11 มิ.ย.

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 10 มิ.ย. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.แถลงข่าวการออกหมายจับนายมนตรี โสตางกูร อายุ 53 ปี ตำแหน่งกรมวังผู้ใหญ่ สำนักพระราชวัง อดีตกรรมการบอร์ดการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และข้อหาใช้ตำแหน่งหน้าที่ในการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบมาตรา 157

พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจยื่นขออนุมัติต่อศาลอาญาและศาลอาญากรุงเทพใต้เพื่อออกหมายจับนายมนตรี โสตางกูร ข้อหาเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ จูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น เป็นเจ้าพนักงานเรียกรับหรือยอมรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบเพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือไม่ชอบ เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และความผิดในมาตรา 112

“พฤติการณ์แห่งคดี นายมนตรีในขณะดำรงตำแหน่งกรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์พระวรชายาฯในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ในขณะนั้น ขณะดำรงตำแหน่งนายมนตรีได้แอบอ้างเบื้องสูงและใช้ตำแหน่งหน้าที่ซึ่งบุคคลทั่วไปเข้าใจว่าเป็นเช่นนั้น ไปแสวงหาผลประโยชน์เพื่อตนเองและพวกพ้องกล่าวคือ นายมนตรีดำรงตำแหน่งกรมวังผู้ใหญ่ ประจำพระองค์พระวรชายาฯในขณะนั้น เป็นบุคคลซึ่งเข้าไปทำงานในวัง แต่การที่นายมนตรีเข้าไปทำงานในวังเป็นกรณีที่พระวรชายาฯในขณะนั้นเป็นผู้คัดเลือกนายมนตรีเข้าไปช่วยทำงานในพระองค์ หรือไปทำงานส่วนตัวให้พระองค์ท่านในขณะนั้น มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องในงานหรือหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยาม มกุฎราชกุมาร แต่อย่างใด” ผบ.ตร.กล่าว

พล.ต.อ.สมยศกล่าวต่อว่า เพราะฉะนั้นสิ่งที่นายมนตรีได้กระทำลงไปเป็นเรื่องที่นายมนตรีกระทำด้วยตัวเอง และเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับพระวรชายาฯในขณะนั้น มิได้มีส่วนเกี่ยวข้อง เชื่อมโยง หรือเป็นสิ่งที่นายมนตรีกระทำเพื่อสมเด็จพระบรม โอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร รายละเอียดคือ นายมนตรีได้แอบอ้างตัวเองว่า เป็นบุคคลซึ่งรับใช้หรือใกล้ชิดในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ไปขอหรือไปบอกให้ รมว.กระทรวงพลังงาน และ รมว.กระทรวงไอซีที ขณะนั้นแต่งตั้งหรือขอให้แต่งตั้งตัวเองเข้าไปเป็นคณะกรรมการในการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (ปตท.) และการสื่อสารแห่งประเทศไทย (กสท.) ซึ่งการกระทำของนายมนตรีเป็นการแอบอ้างทำให้ผู้อื่นหลงเชื่อว่านายมนตรีเป็นคนของสมเด็จพระบรม โอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร จึงขอย้ำอีกครั้งว่านายมนตรีมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับสมเด็จ พระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร

พล.ต.อ.สมยศกล่าวด้วยว่า ขณะนี้ตนมีบันทึกถึงเลขาธิการพระราชวังให้ส่งมอบนายมนตรีให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันที่ 11 มิ.ย. หลังจากแจ้งข้อกล่าวหาจะดำเนินการตามขั้นตอนเป็นเรื่องของทางสำนักพระราชวัง จากการสอบสวนในชั้นนี้มีนายมนตรี ที่มีพยานหลักฐานที่จะขออนุมัติต่อศาลเพื่อออกหมายจับได้ เบื้องต้นนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.กระทรวงพลังงาน และ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีต รมว.กระทรวงไอซีที เข้าให้การยืนยันว่า เหตุที่ทั้ง 2 แต่งตั้งนายมนตรีไปดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการบริษัทปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย และในบริษัทการสื่อสารแห่งประเทศไทย เพราะความเชื่อหรือเชื่อว่าสิ่งที่นายมนตรีกล่าวอ้างนั้นเป็นความจริง ดังนั้นสิ่งที่นายมนตรีกล่าวอ้าง จึงเป็นความผิดตามมาตรา 112 โดยที่พระองค์ท่านมิได้มีส่วนรับรู้หรือรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับการกระทำดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สรุปหมายจับในคดีของนายมนตรี ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้อนุมัติหมายจับ ประกอบด้วย สน.ทองหล่อ หมายจับที่ จ.288/2558 ลงวันที่ 8 มิ.ย. สน.บางรัก หมายจับที่ จ.289/2558 ลงวันที่ 8 มิ.ย. ส่วนที่ศาลอาญาอนุมัติหมายจับประกอบด้วย สน.ทุ่งสองห้อง หมายจับที่ 1190/2558 ลงวันที่ 9 มิ.ย. และหมายจับ สน.บางซื่อ หมายจับที่ 1189/2558 ลงวันที่ 9 มิ.ย. รวม 4 หมาย

อนึ่ง เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2558 ราชกิจจานุเบกษาเล่ม 132 ตอนพิเศษ 131ง ลงประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องให้ข้าราชการพลเรือนในพระองค์พ้นจากตำแหน่ง มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้ข้าราชการ พลเรือนในพระองค์ สังกัดสำนักพระราชวังพ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากลาออกจากราชการไปประกอบอาชีพอื่นจำนวน 4 ราย ดังนี้ 1.พันตรีหญิง ทรรศน์จันทร์ ศรีอรุณ พ้นจากตำแหน่ง ประจำสำนักพระราชวังพิเศษ ตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับต้น ราชการบริหารส่วนกลาง 2.พันตรีหญิง เกษศิรินทร์ สุจาคำ พ้นจากตำแหน่ง ประจำสำนักพระราชวังพิเศษ ตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับต้น ราชการบริหารส่วนกลาง 3.พันตรีหญิง มุกอัปสร ชลสุวัฒน์ พ้นจากตำแหน่ง ประจำสำนักพระราชวังพิเศษ ตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับต้น ราชการบริหารส่วนกลาง และ 4.พันตำรวจโทหญิง ชนาธิปติ์ บุญพร้อมอาษา พ้นจากตำแหน่ง ประจำสำนักพระราชวังพิเศษ ตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับต้น ราชการบริหารส่วนกลาง ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ.2558 เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ.2558 ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

“สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง” แถลงตำรวจขออนุมัติศาลอาญาและศาลอาญากรุงเทพใต้ ออกหมายจับกรมวังผู้ ใหญ่ ในอดีตพระวรชายาฯ “มนตรี โสตางกูร” ข้อหาหมิ่นเบื้องสูงฯ ม.112 และข้อหาใช้ตำแหน่งหน้าที่ในการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบมาตรา 157 11 มิ.ย. 2558 08:12 ไทยรัฐ