วันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แบงก์พาณิชย์อุ้มผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล บัวหลวงพร้อมจ่าย กสทช.

วีระศักดิ์ สุตัณฑวิบูลย์ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

แบงก์กรุงเทพยันจ่ายเงินงวด 2 ของ “ไทยทีวี–โลก้า” ให้ กสทช.หากข้อทักท้วงจากกลุ่มทีวีพูลไม่มีเหตุผลเพียงพอยอมรับธุรกิจทีวีดิจิตอลลงทุนระยะยาว พร้อมเข้าไปช่วยเหลือผู้ประกอบการให้อยู่รอด ส่วนแบงก์กสิกรมองภาพรวมยังไม่น่ากังวล ผู้ประกอบการรายใหญ่รอดยันปล่อยกู้ 5 ช่อง 5 พันล้าน ยังชำระหนี้ปกติ

นายวีระศักดิ์ สุตัณฑวิบูลย์ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงกรณีที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เตรียมยื่นหนังสือทวงเงินมายังธนาคารกรุงเทพ จำกัด ในฐานะเป็นผู้ออกแบงก์การันตีให้กับช่องไทยทีวี และโลก้าของกลุ่มทีวีพูล ว่า ธนาคารพร้อมที่จะปฏิบัติตามขั้นตอน หากช่องไทยทีวี และโลก้า ไม่สามารถชำระเงินค่าสัมปทานงวดที่ 2 ให้กับ กสทช. ในฐานะผู้ออกแบงก์การันตี เมื่อได้รับจดหมายจาก กสทช. ก็จะแจ้งไปยังไทยทีวีและโลก้า และหากไม่มีข้อทักท้วง ธนาคารก็พร้อมชำระเงินให้ กสทช.ทันที แต่หากมีข้อทักท้วงก็จะพิจารณาตามเหตุและผลหรือไม่ หากไม่มีเหตุผลเพียงพอ ธนาคารก็จ่ายเงินแทน จากนั้นจะไปทวงถามกับไทยทีวีและโลก้า หรือเปลี่ยนสภาพจากแบงก์การันตีเป็นสินเชื่อ

“การอนุมัติสินเชื่อให้กับธุรกิจทีวีดิจิตอล ธนาคารพิจารณาความเสี่ยงของธุรกิจอย่างรอบครอบ และมีการพิจารณาทุกมุม หากเกิดความเสี่ยงจะป้องกันอย่างไร และหลักประกันเป็นอย่างไร ครอบคลุมมูลหนี้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม เป็นที่รับรู้อยู่แล้วว่าธุรกิจทีวีดิจิตอลเป็นการลงทุนระยะยาว ช่วง 3 ปีแรกของการประกอบธุรกิจทำกำไรได้ยากมาก”

สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นของช่องไทยทีวีและโลก้า ธนาคารไม่ได้มีข้อวิตกกังวลอย่างไร เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาทั้ง 2 ช่อง ยังชำระหนี้ให้กับธนาคารเป็นปกติ ขณะเดียวกัน ธนาคารได้ปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลหลายราย ธนาคารได้เข้าไปช่วยเหลือลูกค้า พร้อมดูแลในเรื่องของกระแสเงินสดหมุนเวียน ซึ่งลูกค้าทุกรายยังชำระสินเชื่อเป็นปกติ ยังไม่มีลูกค้ารายใดเป็นสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล)

ด้านนายจงรัก รัตนเพียร รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาพรวมของธุรกิจทีวีดิจิตอลยังไม่น่ากังวล สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปในระยะยาวได้ โดยเรตติ้งจากผู้ชมเริ่มมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่ ที่มีความชำนาญในด้านการผลิตคอนเทนต์เป็นหลัก มีฐานะการเงินและวางแผนการดำเนินธุรกิจที่ดี ทำให้เรียกเรตติ้งจากผู้ชมจนมีส่วนแบ่งการตลาดอันดับต้นๆ และในอนาคตยังสามารถได้ส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นจากรายอื่นที่ไม่รอด แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการรายอื่นๆ ที่ยังพอมีศักยภาพแข่งขันได้ เริ่มปรับตัวเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอด ตอนนี้เริ่มปรับกลยุทธ์มาต่อสู้กับเจ้าตลาดเดิม

ทั้งนี้ ปัจจุบันธนาคารปล่อยสินเชื่อกลุ่มผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล 5 ไลเซนส์ จำนวน 4 บริษัท ได้แก่ บริษัท เวิร์คพอยท์ เอนเตอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน), บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน), บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และบริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) เป็นวงเงินสินเชื่อรวมประมาณ 5,000 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 1,000 ล้านบาทต่อราย ได้ผ่านการวิเคราะห์ความเสี่ยงผู้กู้ตามหลักเกณฑ์ของธนาคาร และธนาคารได้จัดแพ็กเกจโดยออกหนังสือค้ำประกันทางการเงินในการเข้าประมูลไล-เซนส์ของ กสทช.และจัดสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียน 3 ปี โดยช่วงที่ผ่านมาและขณะนี้ธนาคารเข้าไปประเมินถึงกระแสเงินสดทุกรายและพร้อมเข้าไปช่วยเหลือผู้ประกอบการกลุ่มนี้ แต่พบว่าผู้ประกอบการกลุ่มนี้ยังไม่มีปัญหา บางรายทำเรตติ้งได้ดีและสามารถทำกำไร ดังนั้น ธนาคารยังไม่มีความจำเป็นต้องสำรองเพิ่มแต่อย่างใด

สำหรับกรณีที่ กสทช.กำลังเดินหน้าเสนอ คสช. ใช้มาตรา 44 แก้กฎหมายขายไลเซนส์ทีวีดิจิตอลนั้น หาก กสทช.สามารถใช้วิธีการดังกล่าวได้จริง อุตสาหกรรมนี้ยังมีความน่าสนใจลงทุนในระยะยาว และมีส่วนช่วยเอ็นพีแอลที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต เพราะทำให้ได้คนที่เหมาะสมเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหม่ ได้ไลเซนส์ไปดำเนินธุรกิจแทน.

แบงก์กรุงเทพยันจ่ายเงินงวด 2 ของ “ไทยทีวี–โลก้า” ให้ กสทช.หากข้อทักท้วงจากกลุ่มทีวีพูลไม่มีเหตุผลเพียงพอยอมรับธุรกิจทีวีดิจิตอลลงทุนระยะยาว พร้อมเข้าไปช่วยเหลือผู้ประกอบการให้อยู่รอด... 11 มิ.ย. 2558 03:46