วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แก้ล็อกตัวช่วยมืออาชีพ

กลายเป็นไฮไลต์ที่หนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับหยิบมาพาดหัวไม้

แสดงให้เห็นถึงการให้น้ำหนัก เน้นให้เห็นความสำคัญกับประเด็นที่ประชุมร่วม คสช. และ ครม.มีมติเห็นชอบให้ส่งร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ.2557 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2558 ไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยมี 7 หัวข้อหลักในการปรับแก้ไข

ว่ากันว่า เป็น 7 ข้อที่เฉลยข้อสอบเป็นนัย

ให้แกะรอยตามยุทธศาสตร์การเดินหมากอำนาจของ คสช.ในการประคองเกมเพื่อไปสู่เป้าหมาย

โดยเฉพาะ 1 ใน 7 ปมสำคัญที่ต้องจับตา ก็คือประเด็นให้แก้ไขคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของ สนช.จากเดิมระบุว่า “ต้องไม่เคยถูกถอดถอนสิทธิเลือกตั้ง ให้เป็นไม่อยู่ในระหว่างการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง”

จึงทำให้คนที่เคยถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเข้ามาเป็น สนช. กรรมการอื่นหรือ ครม.ได้ ยกเว้นถูกตัดสิทธิจากคดีทุจริตยังถูกห้ามอยู่

ดูแล้วไม่มีเหตุผลอื่นใด นี่คือการ “ปลดล็อก” สมาชิกบ้านเลขที่ 111 และบ้านเลขที่ 109

แน่นอน เป้าหมายแรกพุ่งไปที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ คสช. ในฐานะประธานกุนซือด้านเศรษฐกิจของนายกรัฐมนตรี มือดีที่ถูกล็อกแขนล็อกขาโชว์ฟอร์มไม่ได้เต็มที่

ถึงเวลาต้องดึงตัวออกมาใช้งานเต็มเวลา

ในสถานการณ์ที่รัฐบาลทหาร คสช.กำลังขาดมือบริหารอาชีพช่วยทำงาน ตามรูปการณ์ที่ทีมเศรษฐกิจซึ่งนำโดย “หม่อมอุ๋ย” ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกฯ ไม่สามารถกระตุกความมั่นใจนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศได้ กระแสเร้าให้ปรับ ครม.ยกเครื่องทีมเศรษฐกิจใหม่

การปลดล็อกยี่ห้อ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” น่าจะเข้าจังหวะพอดี

และไม่ใช่แค่นายสมคิดเท่านั้น ในบรรดามือบริหารอาชีพที่อยู่ในบัญชีบ้านเลขที่ 111 ซึ่งโดนจับ “ถ่วงหม้อ” เหมาเข่งไปพร้อมกับลูกข่าย “นายใหญ่”

ทั้งๆที่ไร้พันธนาการกับยี่ห้อ “ทักษิณ”

อย่างชื่อของนายพินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกฯ ซึ่งตามข่าววงในตอนแรกเลย ถ้าไม่ติดล็อกรัฐธรรมนูญชั่วคราวมาตรา 8 (4) อดีตรัฐมนตรีคนดัง “สายสี่เสาฯ” มีดีลจะถูกวางไว้ที่ตำแหน่ง รมว.เกษตรและสหกรณ์ด้วยซ้ำ ในสถานะของผู้เชี่ยวชาญจีนแผ่นดินใหญ่

มีศักยภาพในการประสานทั้งด้านการลงทุนและการระบายสินค้าเกษตร

อย่างที่เห็นเป็นข่าวต่อเนื่องอยู่ในหน้าเศรษฐกิจ สังคม ถึงจะไม่มีตำแหน่งแต่นายพินิจก็มีบทบาททั้งเบื้องหน้าเบื้องหลัง ทำงานช่วยรัฐบาลทางอ้อมในนามประธานสภาวัฒนธรรมเศรษฐกิจไทย– จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์

สะสมโปรไฟล์รอ “เสียบ” ได้ทันที ถ้ามีหมายเรียกจากรัฐบาลทหาร

หรีือนายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ อดีตรัฐมนตรีที่มากคอนเนกชั่น ที่ทุกวันนี้ก็มีบทบาทเป็นตัวเชื่อมประสานอยู่เบื้องหลังทีมงานของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ นายวิษณุ เครืองาม และนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ คอยเสิร์ฟข้อมูลดิบให้ทีมกฎหมายของ คสช.

ถ้าจะถูกดึงมาช่วยงานไม่ว่า ครม.หรือ สนช.ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การปลดล็อกพวกติดโทษแบนทางการเมืองเปิดทางให้เข้ามามีตำแหน่ง เบื้องต้นเลยก็ต้องร่อนตะแกรงพวกที่ไม่มีพันธะผูกโยงกับพรรคเพื่อไทยและเครือข่าย “ทักษิณ”

ตัดปมหวาดระแวง แรงต้านจากพวกที่ยังยึดติดปมขั้วขัดแย้ง

ที่สำคัญต้องมีแรงหนุนจากภายในขั้วอำนาจ คสช.ด้วย ซึ่งชื่อที่เอ่ยมาข้างต้นเข้าข่ายคุณสมบัติครบ

และว่ากันตามสูตรนี้ สถานการณ์รัฐบาลทหาร “ขาดมือทำงาน” น่าจะซาลงไป

เหนืออื่นใด ว่ากันตามไฟต์บังคับ ประเมินตามสัญญาณที่ถูกโยนหินออกมาหยั่งกระแสล่วงหน้า ในกรณีถ้ารัฐบาล คสช.ต้องต่อโปรโมชั่นอำนาจพิเศษต่อไปอีก 2 ปี

ซึ่งก็มีแต่เสียงทักดักคอ รัฐบาลทหารจะเจอแรงต้านจากฟอร์มการบริหารเศรษฐกิจ

ตามรูปการณ์หนีไม่พ้นโดนม็อบต่อต้านแน่นอน

ดังนั้นเพื่อวางแผนรองรับไว้ก่อน การได้มือบริหารอาชีพระดับบิ๊กเนมในวงการ “นักเลือกตั้งอาชีพ” ที่เชี่ยวเชิงเรื่องกระแสทางการเมือง และถนัดงานด้านมวลชนเข้ามาช่วยประคองสถานการณ์ให้ทหาร

รับมือกับแรงเสียดทาน ผ่อนสถานการณ์ต่อต้านจากเกมม็อบ

คำตอบแบบนี้อยู่ในวิสัยที่ฝ่าย เสธ.ทหารคิดได้อยู่แล้ว.

ทีมข่าวการเมือง