วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มองต่างมุมปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง

โดย สายล่อฟ้า

ปฏิรูปก่อนเลือกตั้งหรือเลือกตั้งแล้วปฏิรูปยังเป็นหัวข้อที่มีการพูดถึงกันมาก เนื่องจากเป็นประเด็นที่มีผลต่อการเมืองแบบมีได้มีเสีย นักการเมืองนั้นไม่เอาแน่ เพราะจะทำให้พวกเขาต้องตกอยู่ในสภาพ “คนตกงาน” ไปอีก 2 ปี

และยังชี้ด้วยว่าหากทำเช่นนั้นจะทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นมาอีก เพราะจะต้องถูกมองว่าเป็นการ “สืบทอดอำนาจ” ของ คสช.
ฝ่ายสนับสนุนก็เห็นว่าหากให้มีการเลือกตั้งก่อนปฏิรูปจะทำให้ “เสียของ” ได้ เนื่องจากไม่มั่นใจว่านักการเมืองจะสานต่อจนประสบผลสำเร็จ

อีกทั้งมั่นใจว่ารัฐบาล “บิ๊กตู่” ทำได้

นอกเหนือจากแนวคิดและวิธีการต่างๆที่ดำเนินการในเรื่องนี้เริ่มจากการทำประชามติเพื่อให้ประชาชนได้ตัดสินใจว่าเอาด้วยหรือไม่เอาด้วย

เพราะเป็นประเด็นที่ล่อแหลมจึงมีความพยายามที่จะให้ประชาชนช่วยผลักดันกันเอง ซึ่งล่าสุดได้มีการยื่นรายชื่อประชาชนครบ 5 หมื่นคน เพื่อเสนอให้รัฐบาลและ สปช.นำไปพิจารณาเพื่อจัดทำประชามติ

ในกรณีนี้ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ได้ระบุว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวเพื่อให้มีการจัดทำประชามติรับไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ

แต่ก็พร้อมที่จะเปิดทางให้สามารถทำประชามติว่าด้วยการปฏิรูปก่อนเลือกตั้งเพื่อให้ประชาชนตัดสินใจด้วย

อีกทางหนึ่งได้มีการเสนอแนวคิดว่าสามารถที่จะเขียนระบุไว้ในรัฐธรรมนูญอาจจะกำหนดเอาไว้ในบทเฉพาะกาลให้มีการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง แม้รัฐธรรมนูญจะประกาศใช้แล้วก็ตาม

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. จึงต้องขอร้องให้หยุดพูดเรื่องนี้เนื่องจากเกรงว่าจะทำให้เกิดปัญหาได้แต่ย้ำว่าจะดำเนินการให้เป็นไปตามโรดแม็ป

ไม่ได้หมายความว่าห้ามเคลื่อนไหวในเรื่องนี้

นั่นคงเป็นเพราะสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจากการประชุมระหว่างรัฐบาล สปช. และ สนช. ที่ พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่า ถ้าประชาชนต้องการให้ทำงานต่อก็พร้อมทำให้ ตรงนี้ก็เลยมีการตีความทั้งฝ่ายที่สนับสนุนและฝ่ายที่คัดค้านเห็นตรงกัน

คือเอาแน่...!?!

เหนืออื่นใดยังมีความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาไม่น้อยนั่นคือ อปท. โดยเฉพาะนายกเทศบาลทั่วประเทศ ได้มีการประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องนี้มาหลายรอบแล้วและมีมติที่จะสนับสนุนให้มีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง

หากมองจากภายนอกก็ยังสงสัยเหมือนกันว่าทำไมบรรดานายกเทศมนตรีจึงต้องการให้มีการปฏิรูป ทำไมต้องการให้มีการเลือกตั้งก่อน เพราะน่าจะเป็นเครือข่ายของพรรคการเมืองและนักการเมืองมากกว่า คสช.

ที่สำคัญน่าจะเป็นโอกาสดีที่จะได้ลงสนามการเมืองระดับชาติ

ปรากฏได้คำตอบว่า พวกเขาไม่ได้ต้องการเล่นการเมืองระดับประเทศแต่อย่างใด เขาต้องการเล่นการเมืองระดับท้องถิ่น ที่แฮปปี้มาก ยกเว้นพวกที่เป็นเครือข่ายเท่านั้น

แน่นอนว่าการเมืองที่เกิดความขัดแย้งแบ่งสีอย่างที่ผ่านมานั้น ทำให้พวกเขาตกที่นั่งลำบากที่สุด จะเลี้ยวซ้ายก็ไม่ได้ เลี้ยวขวาก็ไม่ได้ จึงต้องจำยอมทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา

ขนาดว่าการปลุกระดมให้มวลชนเข้ามาชุมนุมในกรุงเทพฯ พวกเขาต้องจัดการให้ค่ารถ เบี้ยเลี้ยงบางส่วนด้วยความจำยอมซึ่งไม่มีใครรู้

เมื่อเป็นเช่นนี้จึงไม่ต้องการให้การเมืองกลับไปสู่สภาพเดิมอีก จึงควรให้ พล.อ.ประยุทธ์แก้ไขปัญหา ดำเนินการปฏิรูปประเทศให้เสร็จก่อนเพื่อยุติความขัดแย้งเหมือนที่ผ่านมา

นี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งในทางการเมืองที่เป็นจริง.

“สายล่อฟ้า”

10 มิ.ย. 2558 09:48 ไทยรัฐ