วันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยุทธวิธีขอฝน

ตาม...คัมภีร์ภูมิไสยศาสตร์วิถาร มนุษยชาติกลุ่มแรก...ยุคแรกของโลก เกิดอยู่แถวทะเลทราย หลังเขาพระสุเมรุ ทนความร้อนเพราะฝนไม่ตกไม่ไหว ก็ค่อยๆอพยพไปหาที่เย็นๆ

พวกหนึ่งเลาะเหลี่ยมเขาพระสุเมรุ ทางด้านตะวันตก เจอน้ำท่าหาง่ายสบายดี ก็ลงหลักปักฐาน ในถิ่นที่เรียกวันนี้ว่าอินเดีย (คอคิดขอเขียน เล่ม 1 กาญจนาคพันธุ์)

พวกที่อาศัยแม่น้ำคงคาอยู่ได้ก็อยู่ไป ผู้คนมากเข้าก็โยกย้ายไปหาที่อยู่ใหม่ กลายเป็นบ้านเป็นเมือง เช่นเมืองอโยธยา เมืองพระราม ซึ่งอยู่ในแคว้นโกศล ก่อนสมัยพระพุทธเจ้า

หรือเมืองสาวัตถี เมืองพระเจ้าปเสนทิโกศล สมัยพระพุทธเจ้า ซึ่งต่อมากลายเป็นพาราสาวะถี ของพระไชยสุริยา ฯลฯ

ช่วงเวลา สมัยพระราม มาถึงสมัยพระพุทธเจ้า...ยาวนาน จะนานเท่าใด...ยังไม่มีใครรู้แน่ รู้แต่ว่า อโยธยามีจริง จนคนไทย ซึ่งยกให้พระเจ้าแผ่นดิน มีบรมมหาเดชานุภาพ เหมือนพระราม เอามาใช้เป็นชื่อเมืองหลวง

แม้มนุษยชาติพวกหนึ่ง จะหนีทะเลทรายมาอยู่ในลุ่มแม่น้ำ 5 สาย ในอินเดียแล้ว แต่กระนั้น ปัญหาฝนที่เคยตกให้ชุ่มฉ่ำ ปีละ 3 เดือน บางปีและหลายปี ก็คลาดเคลื่อน ไม่ตกต้องตามฤดูกาล

ในเรื่องรามเกียรติ์ เกิดฝนแล้งหนัก...ติดต่อกันถึงสามปี พระเจ้าโลมบาท เจ้านครโรมพัต (กลิงราษฎร์ บังกลาเทศปัจจุบัน) ทรงร้อนพระทัย

“ทั้งหมู่เสนาประชาชน ได้ความทุกข์ทนถ้วนหน้า ทุภิขันตรกัลป์บังเกิดมา เวทนาอดอยากลำบากใจ”

จึงสั่งให้ตั้งพิธีบวงสรวง ถึงเจ็ดเดือน 7 วัน ฝนก็ไม่ยอมตกลงมาสักเม็ดเดียว

ท้าวโลมบาทเข้าตาจน พอดีมีพรานป่ากราบทูลว่า เหตุที่ฝนไม่ตกสามปี เพราะตบะของพระฤาษีหน้าเหมือนเนื้อ ชื่อ กะไลยโกฏ ที่เข้าฌานอยู่ในป่า

รามเกียรติ์บรรยาย ไว้ดังต่อไปนี้

มาจะกล่าวบทไป ถึงพระกะไลยโกฏฤาษี เป็นบุตรอิสีสิงฆมุนี มฤคีนั้นเป็นมารดา แต่บิดรยังไม่บรรลัย ก็ได้ฌานโลกีย์แกล้วกล้า อยู่ยังสาละวันอรัญวา แดนดาราโรมพัตตัน ได้พระสยมภูฌาน ตบะกิจการฌานกวดขัน สร้างพรตอดจิตเป็นนิรันดร์ ฝนนั้นแล้งไปถึงสามปี

งานนี้เดิมพันด้วยความทุกข์ของราษฎรทั้งเมือง พระเจ้าโรมพัตจึงสั่งให้พระธิดาอรุณวดี รับหน้าที่ ทำอย่างไรก็ได้ ทำลายตบะฤาษีให้แตก

พระธิดาตั้งใจใส่ชุดวันเกิด บากบั่นไปถึงอาศรม เข้าหาพระฤาษี

ตั้งแต่เกิดมาฤาษีเอาแต่บำเพ็ญฌาน ไม่เคยเห็นผู้หญิง พิศดูเห็นมีเขาที่หน้าอก ก็ถาม “เอ็งเป็นสัตว์อะไร ข้าไม่เคยเห็น” “น่าอัศจรรย์จริงๆนะเพคะ” นางอรุณวดีได้ที “ทำไมเขามางอกเป็นคู่อยู่ที่หน้าอก ก็ไม่รู้ โปรดดูให้ด้วยซีเพคะ”

พระฤาษีพาซื่อ เอามือไปคลำเหตุการณ์ต่อจากนั้น...รามเกียรติ์ บรรยายไว้ ดังนี้

ก็เสียตบะกิจพิธีกรรม์ พลาหกครื้นครั่นคะนองฝน ฟ้าเปรี้ยงเสียงสนั่นอึงอล ตกจนนองพื้นพสุธา

เป็นอันว่า ฝนที่ไม่ตกสามปี ก็ตกหนัก แบบตกเบิกทบดอกทบต้น เมืองโรมพัตก็พ้นวิกฤติฝนแล้งไปได้

กรุงเทพฯของเรา เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา...มีข่าวโหรดัง แนะนำปลัดกระทรวงเกษตรฯ ให้ทำพิธีขอฝน พิธีของท่านปลัดน่าจะขลังทีเดียว...ฝนที่ทำท่าตกแบบกะปริบกะปรอย ก็ตกโครมลงมา ทำเอารถติดไปค่อนเมือง

ผู้คนที่เจอรถติดด่ากันพึม หลายคนเรียกร้องให้นายกฯใช้ ม.44 สั่งปลดผู้ว่าฯ กทม....โทษฐานละทิ้งหน้าที่ หนีไปเมืองนอก...ไม่ล้างท่อ ทำให้เกิดน้ำท่วม

ผมเชื่อว่า นายกฯท่านคงไม่ใช้ ม.44 พร่ำเพรื่อ ถ้าใช้ตั้งแต่คดียิง นักศึกษามหาวิทยาลัยรังสิต แล้วก็มาใช้ปลดผู้ว่า กทม....คนไม่ชอบหน้าเขาก็ได้ทีนินทาว่า นายกฯบ้าจี้

เคยได้ยินคำพวกนี้บ้างไหม...“ฝนตกก็แช่ง ฝนแล้งก็ด่า มนุษย์ขี้เหม็นเคี่ยวเข็ญเทวดา”...เผลอเป็นนายกฯแล้ว ก็เหมือนรับบทเทวดา...ซึ่งก็ต้องมีปกติถูกมนุษย์ขี้เหม็นเคี่ยวเข็ญเย็นค่ำอยู่ร่ำไป.

กิเลน ประลองเชิง

10 มิ.ย. 2558 09:08 ไทยรัฐ