วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ประยุทธ์' สั่งทุกกระทรวง รวมผลงาน ส่งไม้ต่อ รบ.หน้า

"ประยุทธ์" สั่งทุกกระทรวงรวมผลงาน ทั้งที่ทำได้-ทำไม่ได้ ภายใน เม.ย. 59 นี้ ส่งไม้ต่อ รบ.หน้า ยัน อยู่ตามโรดแม็ป ย้ำ เจตนาดีทำเพื่อบ้านเมือง ชี้ ไม่ได้ทำเพื่ออำนาจหรือต้องการอยู่ต่อ วอน ปชช. สร้างความเข้มแข็ง อย่าถูกการเมืองชักจูง

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 9 มิ.ย. 58 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงข่าวภายหลังการประชุม ร่วม ครม.-คสช. ว่า การประชุมร่วมวันนี้มีการหารือหลายเรื่องด้วยกัน โดยตนได้สั่งการว่า อะไรที่ยังไม่เรียบร้อย อะไรที่เป็นเรื่องเร่งด่วน โรดแม็ปเรามีแค่ไหนก็ทำเท่านั้นไปก่อน ส่วนเรื่องอื่นๆ ก็เป็นเรื่องของรัฐธรรมนูญชั่วคราว ได้กำหนดไว้แล้ว และตนก็ไม่ต้องการให้สื่อฯ มาถามมากนัก โดยเฉพาะเรื่องที่ว่า เรื่องนี้จะทำอย่างไร จะอยู่ต่อหรือไม่อยู่ต่อ เรื่องนี้ตนตอบแล้วว่า เป็นเรื่องของรัฐธรรมนูญชั่วคราว พูดอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้ พูดอะไรไปก็เข้าเนื้อตัวเองทั้งหมด

“ทั้งๆ ที่ผมมีเจตนาที่บริสุทธิ์ ทำอย่างไรที่จะให้บ้านเมืองเดินต่อไปได้ ทำอย่างไรถึงจะมีนักการเมืองที่ดี มีรัฐบาลที่สามารถปฏิรูปสิ่งต่างๆ ได้ เพราะทุกคนเองก็ต้องการให้บ้านเมืองเรามีการปฏิรูป คงไม่มีใครที่ไม่อยากให้ทำอะไรเลย เลือกตั้งมาแล้วก็ให้บริหารราชการไปเรื่อยๆ คงไม่ใช่ ปัญหาที่เราได้แก้ไขในวันนี้ จะได้รับการสืบทอดไปหรือเปล่า ผมก็ยังไม่รู้ แต่ไม่ใช่ผม ผมไม่ได้ทำเพื่อจะเอาอำนาจและอยู่ต่อ ผมไม่เคยคิดเช่นนั้น ซึ่งถ้าเป็นคนอื่นอาจจะไม่คิดแบบผม เขาก็อาจอยากมีอำนาจ อยากจะอยู่ต่อ แต่จะด้วยอะไรก็ตาม สำหรับผมแล้ว ผมเคยชินกับอำนาจมาเยอะแล้ว เป็นผู้บัญชาการทหารบก มา 4 ปี ก่อนหน้านั้น ก็มีอำนาจในการควบคุมหน่วยมาโดยตลอด ผู้ร้อย ผู้พัน ผู้การ ผบ.พล แม่ทัพ เป็นมาทั้งหมดแล้ว ผมก็เบื่อกับการใช้อำนาจพอสมควร แต่มันก็มีความจำเป็น ที่ผ่านมา เพื่อการปกครองบังคับบัญชา วันนี้อำนาจของผมก็ใช้ในเรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน และใช้อำนาจพิเศษที่มีอยู่เพื่อให้เกิดความรวดเร็วในการแก้ไขปัญหา

ถ้าย้อนกลับไปดู ก็จะเห็นว่า เรามีปัญหาทั้ง 5 กลุ่มงาน ปัญหาหลักๆ คือการแก้ไขปัญหาเร่งด่วน คือความเดือดร้อนของประชาชนโดยทั่วไป โดยเฉพาะประชาชนผู้มีรายได้น้อย ซึ่งผมให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก จากนั้นก็ต้องดูคนในระดับกลาง การค้าขายต่างๆ กับประเทศเพื่อนบ้าน การค้าขายกับต่างประเทศ การปฏิรูปต่างๆ” นายกฯ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลพยายามเดินหน้าทำงานทุกอย่าง ถือเป็นรัฐบาลที่ได้ทำงานและเข้ามาเพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศ ซึ่งทุกๆ ฝ่ายก็เริ่มเข้าใจมากขึ้น และให้ความร่วมมือทุกประการ เรื่องการเมืองภายใน ก็ว่ากันไป แต่ตนไม่ต้องการให้ทุกคนเอาปัญหาของเราไปทำให้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะแทนที่ต่างประเทศจะมากดดันที่ตนโดยตรง กลายเป็นว่า คนของเราเองไปให้เขามากดดันตน

“ถามว่า ถ้าเป็นอย่างนี้ ผมจะทำไปเพื่อใคร สิ่งที่ทำทุกวันนี้ ไม่ได้ทำเพื่อตัวผมเองเลย อันตรายก็พร้อมจะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า ถ้าใครคิดว่า มันไม่มีอันตรายก็แล้วแต่ แต่ผมยืนยันว่า มันมีอันตรายทั้งหมด เพราะมีคนทั้งได้ผลประโยชน์ และเสียผลประโยชน์ แต่ผมยืนยัน ว่า ผมไม่ได้ผลประโยชน์อะไรสักอย่าง ที่ทำทุกอย่างก็ทำเพื่อคนไทย ส่วนอนาคตข้างหน้ารัฐบาลจะมาเลือกตั้งตอนไหน ก็เป็นไปตามรัฐธรรมนูญกำหนด และทำให้ได้อย่างที่ผมทำ แค่นั้นพอ ขอร้องว่า อย่าไปเปิดเวทีให้คนนู้นคนนี้มาโจมตีในสิ่งที่เราทำใหม่ แม้จะไม่เคยมีใครทำมาก่อน และคิดว่า คงไม่มีใครทำเช่นนี้อีก เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคะแนนนิยม เพียงแต่ผมไม่ได้อยู่ในการเมือง และคิดว่า สิ่งที่ทำมาได้มากพอสมควร” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกฯ กล่าวอีกว่า ได้สั่งการในที่ประชุมวันเดียวกันนี้ ให้สรุปในเรื่องที่ทำมา ว่า คสช.ทำอะไรไปบ้าง ในระยะที่ 1 คสช.ทำอะไรไปบ้างจบแล้วหรือยัง แล้วดูว่า จะมีความยั่งยืนหรือไม่ ซึ่งจะยั่งยืนได้ก็ต่อเมื่อมีการปลูกจิตสำนึก เฝ้าระวังและช่วยกันดูว่าไม่ให้มีปัญหาเกิดขึ้นมาอีก แต่ถ้าติติงว่า ทำแล้วเดี๋ยวมันก็เกิดขึ้นอีก มันก็คงไม่ใช่ความผิดของตน เมื่อเริ่มให้แล้วก็ต้องช่วยกันไปสร้างกลไกในสังคม มีส่วนร่วมเพื่อไม่ให้ปัญหาเกิดขั้นมาอีก เพราะ 1. มีคนต้องการผลประโยชน์ ทำให้ระบบข้าราชการเสียหาย ซึ่งเป็นธรรมดาว่า ย่อมมีคนเหล่านี้อยู่ในสังคม มีกิเลส อยู่ก็ต้องช่วยกันแก้ให้ได้อย่างยั่งยืน

จากนั้นระยะที่ 2 ครม.กับ คสช.ก็ได้ดำเนินการไปมาก ทั้ง 5 กลุ่มงาน ทั้งกิจกรรมหลัก กิจกรรมรอง ซึ่งตนได้สั่งการให้กำหนดให้ชัดเจนว่า ภายในเดือนเมษายน 2559 ต้องสรุปให้ได้ว่า เราจะเกิดอะไรขึ้นมาได้บ้าง ที่มันเสร็จสิ้นแล้วและยังไม่เสร็จสิ้น และสิ่งที่ไม่เสร็จก็ต้องส่งต่อไปให้การปฏิรูป เรื่องนี้จะมีการกำหนดให้ชัดเจนขึ้น จึงมอบหมายให้ทุกกระทรวงไปรวบรวมรายละเอียดต่างๆ มา ว่ามีปัญหาตรงไหนอย่างไรแล้วตนจะให้ทาง สปช. ทำต่อ และส่งให้รัฐบาลหน้าทำต่อไป จะด้วยวิธีการใดก็แล้วแต่ อย่ามาพูดว่าตนอยู่เพื่อทำหรืออะไรก็ตาม แต่ตนว่าตามรัฐธรรมนูญ และพยายามชี้แจงถึงขณะนี้แล้ว อาจจะเร็วและไม่เข้าใจ ตนก็ไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนกและเสียกำลังใจมากไป อย่างไรประเทศเราก็จะเป็นประชาธิปไตยอยู่ดี วันข้างหน้าก็ต้องมีนักการเมืองมาบริหารประเทศ จึงอยากให้ทุกคนไปช่วยกันทำให้ประเทศชาติเข้มแข็ง

“และช่วยกันก็ไม่ใช่เพื่อพวกผม เพราะอย่างไรผมก็ต้องเข้มแข็งอยู่แล้ว เพราะผมมาแบบนี้ ใช้อำนาจอย่างนี้ ผมจะไปอ่อนอะไรก็ไม่ได้ วันนี้ลืมไปหรือยังว่า รัฐบาลนี้เข้ามาอย่างไร มีอำนาจแค่ไหน หรือเป็นเพราะผมใจดีมากเกินไปหรือเปล่าไม่รู้ ทำให้มีการออกมาเรียกร้องว่า ทำไมเรื่องนี้ไม่เปิดเสรีภาพ ปล่อยให้พูดกันมากๆ ก็ส่งผลกระทบต่อการทำงานของผม มันก็ต้องยอมกันบ้าง ถ้าไม่มีเรื่องผมจะมาพูดอย่างนี้หรือสั่งอย่างนี้ได้อย่างไร มันเป็นที่ที่ผมไม่ควรจะเข้ามาด้วยซ้ำ ผมจบของผมแล้ว จากที่กองทัพบก ผมก็กลับบ้านนอน ช่วยดูแลบ้านเมือง ดูแลลูกเต้า แต่ถามว่าทำไมผมต้องมาอยู่ตรงนี้ แต่เมื่อผมเข้ามาแล้ว ก็ต้องช่วยผมแก้ปัญหาทั้งระยะสั้น กลาง และยาว ช่วยกันคิดว่า จะส่งต่อในความต้องการของทุกคน วันนี้ผมคิดและทำให้ทุกๆ เรื่อง ทุกพื้นที่” นายกฯ กล่าว

ผู้สื่อข่าว ถามว่า ที่ระบุว่าห่วงประชาชนเสียขวัญ เอาอะไรเป็นดัชนีวัดว่า ประชาชนจะเสียขวัญในเรื่องที่นายกฯ จะอยู่ต่อ 2 ปี พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ประชาชนคาดหวังในการแก้ปัญหา ถ้าเราบอกว่า เศรษฐกิจตก แย่ รัฐบาลแก้ปัญหาไม่ได้ เศรษฐกิจต้องเปลี่ยน คนจะตื่นตระหนกหรือไม่ เขาจะเลิกใช้เงิน หรือ เลิกการลงทุนหรือไม่ และเขาจะเชื่อมั่นในเศรษฐกิจที่รัฐบาลกำลังทำหรือไม่ ต้องว่ามาบกพร่องเรื่องไหน และเรื่องไหนที่ยังไม่ได้ทำเรื่องไหนที่ทำแล้ว แต่ยังไม่เกิดผลทันที แต่ปัญหาเกิดมากี่รัฐบาลแล้ว ต้องดูตรงนั้นด้วย อีกสิ่งหนึ่ง คือ คนที่เขาให้กำลังใจตนยังทำหน้าที่ แต่ตนไม่ได้เห็นชอบว่า ต้องอยู่เท่าโน้นเท่านี้ จะอยู่ได้อย่างไร แต่ถ้าตนบอกอย่ามายุ่งเขาจะเสียใจ เสียขวัญ หรือไม่ เพราะเขาคาดหวัง ให้ตนทำให้ในช่วงเวลาโรดแม็ปที่มีตรงนี้ และวันหน้าเขาอาจจะคาดหวัง นักการเมืองเข้ามาจะมีประชาธิปไตย มีการเลือกตั้งที่เป็นสากล ถ้าตนทำลายความหวังโดยบอกว่า วันนี้ไม่เอากับเขา ขณะที่รัฐบาลหน้าก็ไม่มีอนาคต แล้วจะเอาอย่างไรดี จะหาใครได้ นั่นแหละเสียขวัญ“ ไม่ใช่เสียขวัญเพราะผมอยู่หรือไม่อยู่ และผมไม่เคยบอกว่าจะอยู่ แต่ผมเคยบอกว่า วันเดียวก็ไม่อยากอยู่ ถ้ามันไม่ถูกต้อง และวันนี้ผมทำมาพอสมควรเรื่องถูกไม่ถูกอะไรของผม ฉะนั้น อย่ามาว่าผม เพราะผมเข้ามาแล้ว และวันนี้ทุกคนอาจจะลืมไปแล้ว ผมเข้ามาได้อย่างไร แล้วทำไมปล่อยให้ทุกคนมาพูดอย่างนี้ ไม่ว่าจะนักศึกษาหรืออะไร ผมถามว่าจริงๆ มันทำได้ไหม จะเคลื่อนไหวหรืออะไรต่างๆ ไม่เห็นมีใครกลัว เสร็จแล้วก็ใช้มวลชนมาต่อสู้ เอาประชาธิปไตยมา วันนี้ในเมื่อบอกว่า ผมเป็นคนใช้อำนาจ ท่านต้องฟังกติกาผม ผมเข้ามาตรงนี้ไม่ได้มาโดยท่าน ไม่ได้มาโดยนักการเมือง ไม่ได้มาด้วยการเลือกตั้ง ผมตัดสินใจเข้ามาเอง ฉะนั้น ผมมีสิทธิที่จะใช้อำนาจ เพราะผมเสี่ยงชีวิตเข้ามา ไม่ใช่ใครจะมากำหนดผมได้ในตอนนี้ ว่าต้องทำอย่างนั้น อย่างนี้ มันไม่ใช่ แต่วันนี้ผมฟังท่าน แต่ถ้ามาจากวิธีการเลือกตั้ง เขาฟังท่านเท่าที่ผมฟังหรือไม่ และนำเอาเรื่องมาแก้เท่าที่ผมทำหรือไม่ ต้องดูตรงนั้น พูดให้ผมตรงนี้” นายกฯ กล่าว

เมื่อถามว่า ที่ให้แต่ละกระทรวงสรุปผลงานที่จะต้องสรุปงานมาส่งภายในเดือน เม.ย.2559 หมายถึงเพื่อส่งต่อให้รัฐบาลใหม่ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ถูกต้อง เพราะการปฏิรูปต้องปฏิรูปต่อจากสิ่งที่ตนทำไว้ ซึ่งได้ปฏิรูปในเชิงโครงสร้างไว้แล้วเล็กน้อย และเชิงประสิทธิภาพการทำงาน โดยตนบูรณาการด้วยการใช้ มาตรา 44 ในการรวมกลุ่มงานที่เกี่ยวข้องกับกิจการเดียวกัน ให้ทุกกระทรวงมาทำงานร่วมกัน เป็นการตั้งโครงสร้างไว้ ถ้ามันดีในวันหน้า หากรัฐบาลมาเห็นชอบ ก็ตั้งชัดเจนขึ้น จะมีกระทรวง ตั้งกรม หรือ ลดหน่วยงานใดก็ว่าไป

นายกฯ กล่าวต่อว่า เรื่องการปรับโครงสร้างหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะในส่วนของทหาร ตนได้สั่งไปแล้ว ซึ่งตนได้ปรับโครงสร้างทหารไปตั้งแต่เป็นผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) โดยสั่งไปที่กองทัพไทยให้ทบทวน ควรจะมีทหารส่วนไหนบ้าง แต่ถ้าเห็นว่า ทหารไม่ต้องมีเครื่องไม้เครื่องมือเพราะไม่ต้องไปรบกับใคร นั่นแหละจะรบ เพราะจะไม่มีใครเกรงใจท่านอีกแล้ว ทั้งบนบกในน้ำ อากาศ เพราะเขามีกันหมด เราไม่จำเป็นต้องไปแข่งกับเขาแต่เอาแค่ให้เขาเกรงใจเรายังไม่ไหวเลย ไม่เช่นนั้นวันนี้ไม่ต้องทำอะไรก็ได้ ใช้อาวุธเก่าๆ เดี๋ยวมันก็ตายไปทีละคันสองคัน กลัวทหารปฏิวัติ พอจะซื้อรถถังก็กลัวจะเอามาปฏิวัติ คราวที่แล้วผมเอารถถังมาวิ่งสักคันไหม มันไม่ใช่อย่างนี้ อย่าไปคิดแบบเดิม พอแล้ว

“ถ้าไม่มีเรื่องมันไม่มีการประท้วง ถ้ารัฐบาลบริหารด้วยความชอบธรรมไม่มีใครประท้วงได้ การประท้วงเป็นการใช้สิทธิตามประชาธิปไตย แต่ถ้ามีการใช้อาวุธต้องสอบสวน ใครใช้อาวุธ และพิสูจน์ให้ได้ ใครกระทำ ใครถูกกระทำ แต่ถ้าแก้ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้ นั่นแหละจะมีอะไรที่สามารถทำให้ประเทศชาติมานั่งกันอยู่แบบนี้ แบบสงบสุข ท่านก็ต้องไปหลบม็อบอยู่ข้างนอก ชอบแบบนั้นใช่หรือไม่ เป็นข่าวได้ทุกวัน จะตายสักวันนั่นแหละ ปี 53 หรือ ปี 57 ก็เป็นแบบนี้จะเอาแบบนั้นอีกหรือ จะเอา ปี 58 หรือ ปี 59 แบบนั้นอีกไหม ประเทศไทยจะถอยหลังไปอีกเท่าไหร่ แล้วทำไมต้องมาระวังทหารอย่างเดียว ในเมื่อทหารเป็นอย่างเดียวในประเทศไทย ที่ปลดล็อกได้ แต่ถ้าเป็นประเทศที่เจริญแล้ว เป็นประชาธิปไตยก็ไม่ต้องมีทหาร เพราะทหารจะทำอะไรเขาไม่ได้ เพราะเขาทำถูกต้อง ต่อสู้บนวิถีประชาธิปไตย ที่ไม่ใช้กำลัง แต่วันนี้ผมไม่ใช่ประชาธิปไตย แต่กำลังจะเดินไปสู่ประชาธิปไตย อย่าเอามาปนกัน มันคนละเรื่อง ถ้าเป็นอย่างนั้นผมกลับบ้านไปนอนนานแล้ว ท่านว่ากันไปเอง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกฯ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาเรียกร้องเสรีภาพ ไร้ขีดจำกัด พอจะใช้กฎหมายบอกใช้ไม่ได้ ละเมิดสิทธิ ซึ่งกฎหมายเขียนไว้อยู่แล้วจะละเมิดนั่น ละเมิดนี่ ไม่ได้ก็จะทำอ้างประชาธิปไตย มันมีคนตะแบงแบบนี้ตลอด แล้วท่านก็เปิดเวทีขยายให้เขา

“ผมถามว่า ท่านไม่รักชาติหรือเปล่าไม่รู้ หรือท่านไม่รักสถาบันกันหรือเปล่าไม่รู้ ผมบังคับท่านไม่ได้ สถาบันพระมหากษัตริย์ไม่เคยบังคับผม แต่เกิดมากับชีวิตผม และผมก็จะตายไป ใครก็เปลี่ยนแปลงผมไม่ได้ ไม่ต้องมาบอกไม่ต้องมาสอนผม ผมเกิดมาเพราะอย่างนี้ มีใครคิดแบบผมหรือเปล่าผมไม่รู้ แต่ทหารคิดแบบนี้ เมื่อไหร่ที่ประเทศชาติไม่ปลอดภัย ก็ต้องออกมาดูแลประชาชน ไม่ได้ต้องการออกมาเพื่อผลประโยชน์ หรือ อำนาจ หรือ ต้องการซื้ออาวุธ อันนั้นมันปลายแถว อย่าคิดอย่างนี้อย่างเดียว ถ้าคิดอย่างนี้ไม่มีใครทำให้ท่าน เพราะท่านไปมองกระผีกของมัน เสี้ยวหนึ่งของปัญหาแค่นั้นเอง ท่านต้องมองปัญหาเชิงโครงสร้างประเทศไทยจะเป็นอย่างไร คนไทยทุกคน ต้องเริ่มประชาธิปไตยจากตัวท่านเอง อำนาจท่านมีอยู่แล้ว แต่ไม่ใช่นำไปใช้ในทางที่ถูกบิดเบือน หรือ ถูกชักจูงทางการเมือง จนอำนาจอ่อนแอ คือ รัฐบาลไม่ทำ แต่ถ้าสร้างความเข้มแข็งด้วยตัวและหัวใจ จะทำให้รัฐบาลทุกรัฐบาลไม่ต้องเป็นผมก็ได้ ไมว่าจะเป็นใครมาก็ต้องทำ เพราะท่านเข้มแข็ง ถ้ารวมกลุ่มกันได้ แต่ถ้าให้เขาตีแตก เคยบอกแล้วหลักการปกครองมีไม่กี่อย่าง เผด็จการ รัฐประหาร อะไรก็แล้วแต่ อันหนึ่งที่เขาใช้ตลอด คือ Divide and Rule ซึ่งผมไม่ได้ใช้แบบนั้น แต่เอาทุกปัญหาและคน 70 ล้านคนมาดู ว่าจะดูแลอย่างไร ซึ่งวันนี้เศรษฐกิจดีขึ้น แม้จะดีไม่มาก” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

"ประยุทธ์" สั่งทุกกระทรวงรวมผลงาน ทั้งที่ทำได้-ทำไม่ได้ ก่อน เม.ย. 59 นี้ ส่งไม้ต่อ รบ.หน้า ยัน อยู่ตามโรดแม็ป ย้ำ เจตนาดีทำเพื่อบ้านเมือง ไม่ได้ทำเพื่ออำนาจหรือต้องการอยู่ต่อ วอน ปชช. สร้างความเข้มแข็ง อย่าถูกการเมืองชักจูง 9 มิ.ย. 2558 18:15 9 มิ.ย. 2558 19:59 ไทยรัฐ