วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อยู่ยาวใครเดือดร้อน

“วันจันทร์แห่งชาติ”

ฝนถล่มเมืองกรุง จราจรเป็นอัมพาต น้ำท่วมสูงครึ่งล้อรถเมล์ ขสมก.

คน กทม.ที่หนีไปอยู่ดอยไม่ทันต้องเผชิญชะตากรรม ตามภาพข่าวที่ทางด่วนกลายเป็นลานจอดรถ ถนนกลายเป็นคลอง ตำรวจ ประชาชน นักเรียน ถอดรองเท้าเดินลุยน้ำ ไปเรียนไปทำงานสายตามๆกัน

ขณะที่ทีมงานผู้ดูแลเฟซบุ๊ก ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม.ต้องโพสต์ข้อมูลมือเป็นระวิง รายงานความคืบหน้าสถานการณ์น้ำท่วมขังบนถนนหลายจุดรถเสียจอดคาถนน โดยเฉพาะภาพที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความสะอาดกำลังเร่งเก็บขยะขึ้นจากหน้าตะแกรงสถานีสูบน้ำคลองเตย

ทำงานแบบไล่ตามปัญหา โดนด่าเละตามฟอร์ม

เรื่องของเรื่อง กระแสในโซเชียลเน็ตเวิร์กลามเตลิดถึงขั้นยุให้ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.ใช้อำนาจมาตรา 44 ปลดผู้ว่าฯ กทม.ให้สิ้นเรื่องสิ้นราวไป

ในอารมณ์หงุดหงิดๆจะลามพาลรัฐบาลทหารได้

ยิ่งในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ตามจังหวะการเปิด “ดีลใหม่”

ท็อปบูต “หงายไพ่” ใบสำคัญ โยนหินหยั่งกระแสต่อโปรโมชั่นลากยาวเกมอำนาจพิเศษ

แบไต๋ต่อเวลารายการ “คืนความสุข” ออกไป

แม้ในเบื้องต้นจะถือว่าเข้าทางกับตัวเลขของ “ดุสิตโพล” ร้อยละ 76.94 กลุ่มตัวอย่างเห็นด้วยกับข้อเสนอปฏิรูปให้เสร็จก่อนจึงจะมีการเลือกตั้ง โดยให้ พล.อ.ประยุทธ์บริหารประเทศต่อไปก่อน 2 ปี

นี่ก็ทึกทักได้เลยว่า ประชาชนส่วนใหญ่ “ไฟเขียว” ต่อวีซ่าให้

เชียร์ “นายกฯลุงตู่” อยู่คุมเกมปฏิรูป ไม่ทำให้ปฏิวัติ “เสียของ” ซ้ำอีกรอบ

แต่ที่เปิดไฟแดงวาบมาเลยก็ในอารมณ์ของ “นักเลือกตั้งอาชีพ” ที่ประสานเสียงกันเจี๊ยวจ๊าว ไม่เอาด้วยกับการปล่อยท็อปบูตลากเกมอำนาจยาว

พรรคเพื่อไทยด่า “เสพติดอำนาจ” พรรคประชาธิปัตย์อัดอย่า “ติดลม”

ในอารมณ์ที่ “คู่กัด” ต้องปรองดองกันโดยอัตโนมัติ

นั่นไม่เท่ากับว่าประเมินอาการแล้ว กลายเป็นคนยี่ห้อประชาธิปัตย์ที่แรงแซงปาดหน้าพรรคเพื่อไทย

ในอารมณ์เฮี้ยวๆแบบที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เตือนออกอากาศ พล.อ.ประยุทธ์ อย่าเชื่อลมปากพวกสอพลอ ระวังคนรอบข้างที่ออกมาเชียร์ให้ลากยาวอำนาจต่ออีก 2 ปี

เดี๋ยวจะพากันเข้ารกเข้าพง

แต่ที่แรงกว่าคำพูดก็คือการเทกแอ็กชั่นนายวิลาส จันทรพิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีตประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร แถลงจี้ให้ “บิ๊กตู่” ตรวจสอบกรณีการทุจริตโครงการจัดซื้อจัดจ้างยาปราบศัตรูพืชกรณีเกิดภัยพิบัติ

ซัดปมโยงกับสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) 2 คน คือนายชาญวิทย์ วสยางกูร อดีตผู้ว่าฯมุกดาหาร และนายพรศักดิ์ เจียรณัย อดีตผู้ว่าฯเลย

กระตุกปมคอร์รัปชันย้อนศรรัฐบาล คสช.ที่ตีธงลุยล้างทุจริต

ติดภาพประจานให้เห็นเลยว่า เครือข่ายที่ คสช.ตั้งมาเองยังไม่โปร่งใส มีภาพมัวหมอง

แถมเลือกจังหวะเล่น ตรงกับการเปิดดีลต่อโปรโมชั่นอำนาจ คสช.ไปอีก 2 ปี มันต้องมีอะไรโยงกันแน่

แต่ก่อนอื่นใด ตามปรากฏการณ์ที่ประชาธิปัตย์คืนฟอร์ม “ฝ่ายค้านอาชีพ”

หันมาเปิดเกม “กระตุกขากางเกง” ท็อปบูต

เบื้องต้นเลย มันก็เป็นเงื่อนไขไฟต์บังคับ ตามสถานะนักเลือกตั้งอาชีพยี่ห้อพรรคประชาธิปัตย์ที่มีสมาชิกกรอกประวัติส่วนตัวว่า “อาชีพนักการเมือง” มากกว่าพรรคการเมืองอื่น

มีหวังเดือดร้อนหนักกว่าใคร

ในสถานการณ์ถ้าการเลือกตั้งต้องยื้อออกไปอีก 2 ปี โดยไม่มีอาชีพอย่างอื่นเสริมรายได้

แต่ก็อีกนั่นแหละ พอจะออกแอ็กชั่นต้านเกมรัฐบาล คสช.ลากยาวอำนาจ ก็ต้องเจอกับเครื่องหมายคำถามย้อนคอหอย พรรคประชาธิปัตย์เองไม่ใช่หรือที่ลากการเมืองออกไปเล่นนอกสภา

หนุนม็อบ กปปส.ของ “หลวงลุงกำนัน” ทำให้การเมืองติดล็อก เปิดทางทหารเข้ามายึดเวทีเอง

ขืนโวยวายมากไป เผลอๆจะโดนสมน้ำหน้าได้.

ทีมข่าวการเมือง

9 มิ.ย. 2558 04:07 9 มิ.ย. 2558 04:07 ไทยรัฐ