วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ว่าด้วยการถอดยศ

โดย ซี.12

อีกเรื่องราวที่กล่าวขวัญเป็นข่าวคราวมาตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาคือการดำเนินการเกี่ยวกับการถอดยศ

ที่มีกระบวนท่าการดำเนินการอันแสนซับซ้อนในสำนักงานตำรวจแห่งชาติทั้งๆที่เรื่องนี้ไม่น่าจะมีอะไรสับสนจะถอดก็ถอดจะไม่ถอดก็ยุติเรื่องลงไปให้ชัดเจน

เรื่องราวนี้มีมายาวนานก่อนถึงวันนี้ มี บันทึกสำนักงานคณะกรรมการ กฤษฎีกา เรื่อง แนวทางการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตถอดยศตำรวจและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เป็นแนวทางไว้ชัดเจนแล้วตั้งแต่ ปี 2552

ข้อหารือในเรื่องนี้มี 2 ประเด็น คือ ประเด็นที่หนึ่ง คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่พิพากษาให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีความผิดตามมาตรา 100 (1) วรรคสาม และพิพากษาให้รับโทษจำคุกตามมาตรา 122 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 ถือเป็นเหตุในการพิจารณาถอดยศตำรวจ ตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยการถอดยศตำรวจ พ.ศ.2547 หรือไม่

ประเด็นที่สอง การต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 จะถือเป็นเหตุในการเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์หรือไม่ และในกรณีที่สามารถเรียกคืนได้ หน่วยงานใดจะเป็นผู้ดำเนินการเสนอเพื่อขอให้เรียกคืน

ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 2) ออกมาชัดแจ้งว่า ประเด็นที่หนึ่ง เห็นว่า การเสนอขอถอดยศตำรวจทั้งแก่ผู้ที่อยู่ในราชการตำรวจ และที่พ้นจากราชการตำรวจไปแล้วตามข้อ 1 (2) แห่งระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการถอดยศตำรวจ พ.ศ.2547 ซึ่งการกำหนดเหตุแห่งการถอดยศมุ่งหมายถึงผลที่ผู้นั้นได้รับจากคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกเท่านั้น โดยไม่ได้มุ่งหมายถึงสถานะของบุคคล กระบวนการพิจารณาพิพากษาคดี หรือฐานความผิดว่าจะต้องเป็นไปตามกฎหมายใด ดังนั้น ถ้าข้าราชการตำรวจผู้ใดมีกรณีต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก ไม่ว่าเป็นคำพิพากษาของศาลใด ย่อมอยู่ในหลักเกณฑ์ตามข้อ 1 (2) แห่งระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยการถอดยศตำรวจ พ.ศ.2547

ประเด็นที่สองเห็นว่าระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ.2548 ได้บัญญัติเหตุแห่งการเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ไว้ในข้อ 7 (2) โดยมีความมุ่งหมายเดียวกันกับเหตุแห่งการถอดยศ ตำรวจตามข้อ 1 (2) แห่งระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการถอดยศตำรวจ พ.ศ.2547 ดังนั้น ถ้าข้าราชการตำรวจผู้ใดต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก ย่อมอยู่ในเหตุตามข้อ 7 (2) แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการขอพระราชทานพระบรม ราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ.2548 ด้วย

นี่คือความเห็นที่ได้รับการบันทึกและรับรองอย่างเป็นทางการในคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว

จึงอยู่ที่การปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อกฎหมายโดยไม่ต้องคำนึงว่าเป็นกรณีของใคร.

“ซี.12”

8 มิ.ย. 2558 10:51 ไทยรัฐ