วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บิ๊กตู่รื้อรัฐธรรมนูญ ตัด/โละ/เปลี่ยนเนื้อหา

ไม่รื้อก็เหมือนรื้อ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับบวรศักดิ์ เมื่อ พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษกกรรมาธิการ แถลงผลการเข้าชี้แจงขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญของ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ในนาม ตัวแทนคณะรัฐมนตรี แค่ความเห็นของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพียงคนเดียว ก็ต้องรื้อเกือบทั้งฉบับแล้ว

มาดูกันครับว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับบวรศักดิ์อย่างไร

พล.อ.เลิศรัตน์ แถลงว่า นายกฯมีความคิดเห็นในข้อแก้ไขว่า 1.บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญควรจะสะท้อนหลักคิดที่ให้ยึดประเทศและประชาชนเป็นศูนย์กลาง 2.รัฐธรรมนูญควรสอดคล้องกับบริบทของสังคมไทยที่มีปัญหาในลักษณะเฉพาะ 3.บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ ต้องไม่ถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือก่อปัญหาความขัดแย้งในสังคม และต้องมีทางออกต่อปัญหาต่างๆ 4.ต้องสามารถดำเนินการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และการบริหารราชการแผ่นดินได้ 5.บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญไม่ควรยืดยาว

บางกลไกเสี่ยงต่อการทำให้รัฐบาลขาดเสถียรภาพ เป็นอุปสรรคต่อการบริหารราชการแผ่นดินและการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐ บทบัญญัติเกี่ยวกับการปฏิรูป มีรายละเอียดมาก รวมทั้งองค์กรและคณะกรรมการตาม รัฐธรรมนูญที่เกิดใหม่มีจำนวนมาก เป็นภาระงบประมาณ

แค่ความเห็นของ พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี ก็ต้องรื้อร่างรัฐธรรมนูญเกือบทั้งฉบับ แถมยังมีรายละเอียดยิบย่อยระเกะระกะไปหมด ที่แย่ที่สุดก็คือ ครม.ไม่เชื่อว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้สามารถแก้ปัญหาของประเทศได้จริง มิหนำซ้ำ ยังเป็นอุปสรรคต่อการบริหารประเทศ มีแต่องค์กรอิสระอะไรไม่รู้วางกล้ามเต็มไปหมด

แม้แต่ การเลือกตั้งแบบสัดส่วน ที่ไปลอกจากประเทศเยอรมนีมา ครม.ก็ตั้งคำถามด้วยความฉงนว่า มีเหตุผลอะไร ผู้เชี่ยวชาญรัฐธรรมนูญเยอรมันยังติงว่าไทยไม่ควรใช้

ไม่เพียง เนื้อหารวม ในรัฐธรรมนูญที่ พล.อ.ประยุทธ์ ขอให้ แก้ไขใหม่เกือบทั้งหมด มาตราที่จะสร้างปัญหาให้ประเทศในอนาคต พล.อ.ประยุทธ์ ก็ขอให้ ตัดออก หรือไม่ก็ ให้ยกไปใส่ไว้ในกฎหมายลูกทั้งกระบิ ไม่ควรเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญที่แก้ไขยาก

เช่น มาตรา 62 ที่ระบุว่า จะต้องดำเนินการรับฟังความคิดเห็นอย่างทั่วถึง เป็นคำพูดที่กำกวมยากต่อการปฏิบัติ อาจเป็นปัญหานำไปสู่การฟ้องร้องได้ หรือส่วนที่ยากต่อการวินิจฉัย เช่น พื้นที่ประวัติศาสตร์ ไม่อาจระบุชัดเจนเป็นพื้นที่ใด ให้แก้ไขหรือตัดออก

มาตรา 75 ที่พูดถึง การดำรงตำแหน่งของผู้นำทางการเมืองและภาครัฐ 5 ต้อง 6 ห้าม ด้านศีลธรรม ศาสนา ยากต่อการวินิจฉัยตีความเป็นเรื่องการปฏิบัติตัวของนักการเมืองไม่ควรเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ ให้ตัดออก ควรนำไปเขียนไว้ในกฎหมายอื่น

หรือ การเลือกตั้ง ส.ว. 77 จังหวัด ที่บังคับให้ “พลเมือง” เป็นแค่ “ตรายาง” (แล้วคุยโม้ว่าให้พลเมืองเป็นใหญ่) เพราะ มีคนไปสรรหามาให้เสร็จเรียบร้อย แล้วใช้พลเมืองไปออกเสียงเลือกตั้งอีกที ส.ว.ที่ได้รับเลือก ก็ไม่ใช่ ส.ว.ของพลเมือง แต่เป็น ส.ว.ของใครไม่รู้ที่ไปสรรหามา ตรงนี้ พล.อ.ประยุทธ์ให้เลือกตั้งโดยตรงทั้งหมด ไม่ต้องมีกรรมการสรรหากรรมการ
กลั่นกรอง แต่ ส.ว.ที่เหลืออีก 128 คน ให้เลือกตั้งกันเองตามกลุ่มวิชาชีพ อันนี้ยิ่งแย่ใหญ่ ประชาชนไม่มีสิทธิเลือกเลย แต่ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เสนอแก้ไขทั้งที่ไม่เป็นประชาธิปไตย เล่นเส้นสายกันได้ ควรจะแก้ไข

เรื่อง การปฏิรูป และ การสร้างความปรองดอง 15 มาตรา พล.อ.ประยุทธ์ ให้ ตัดออกหมด เพราะเป็นเรื่องที่อาจปรับเปลี่ยนได้ในอนาคต อาจขัดต่อนโยบายการบริหารประเทศของรัฐบาล เป็นการผูกมัดมากเกินไป ก็ไม่รู้คิดได้ยังไง ใช้กฎหมายบังคับให้คนที่คิดต่างกันต้องปรองดองกัน เขียนให้ตายก็เป็นไปไม่ได้

ถ้าจะให้ทุกอย่างง่ายขึ้น ผมคิดว่า พล.อ.ประยุทธ์ ควรจะตั้ง ทีมเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ไว้รอเลย โหวตคว่ำฉบับบวรศักดิ์เมื่อไหร่ ก็ให้เอาร่างใหม่เสียบแทน ดีกว่าไปแก้ไขแบบขาดๆวิ่นๆ มาตราโน้นนิดมาตรานี้หน่อย ร่างใหม่ง่ายกว่าครับ.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

8 มิ.ย. 2558 10:12 8 มิ.ย. 2558 10:12 ไทยรัฐ