วันจันทร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บัฟเฟตต์ โมเดล

มนุษย์ทุกคนต้องเคยถูกถามว่า คุณมีใครเป็นแรงบันดาลใจ? หรือ คุณมีใครเป็นแบบอย่าง? หรือ คุณอยากประสบความสำเร็จเหมือนใคร? คำถามเหล่านี้ ก็มักจะได้ยินในวงการตลาดทุน โดยเฉพาะตลาดหุ้น สิ่งที่น่าเหลือเชื่อ คือ นักลงทุนรุ่นลายครามอย่างคุณปู่วอร์เรน บัฟเฟตต์ กลายเป็นต้นแบบของนักลงทุนที่เป็นเชื้อสายราชวงศ์ในตะวันออกกลาง

เจ้าชาย อัล วาลีด บิน ทาลาล อภิมหาเศรษฐีรวยที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของซาอุดีอาระเบีย ประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่สุดของกลุ่มโอเปก เตรียมทุ่มงบ 1,230 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือกว่า 36,900 ล้านบาท สร้างตึกใหม่สูงที่สุดในโลก ตั้งชื่อว่า คิงดอม ทาวเวอร์ ตั้งอยู่ในเมืองเจดดาห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย หากสร้างเสร็จจะกลายเป็นตึกสูงที่สุดในโลกด้วยสูงอย่างน้อย 1,000 เมตร หรือ 3,300 ฟุต พร้อมพื้นที่มากมายมหาศาลถึง 540,000 ตารางเมตร หากจะพูดถึงเวลาสร้างตึกสูงแห่งนี้ต้องมีอย่างน้อย 5 ปีเศษ นี่เป็นเพียงศักยภาพด้านหนึ่งของอัครมหาเศรษฐีอันดับ 26 ของโลก จากการจัดอันดับโดยนิตยสารฟอร์บส์ กับมูลค่าสินทรัพย์ถึง 19,600 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือกว่า 588,000 ล้านบาท นั่นจึงทำให้หลายคนมีมุมมองต่อเจ้าชายอัล วาลีด ให้เป็น วอร์เรน บัฟเฟตต์ แห่งตะวันออกกลาง เพราะ ไม่มีตำแหน่งทางการเมืองในประเทศซาอุดีอาระเบียเลย พูดง่ายๆ ก็คือ ไม่ลงเล่นการเมือง แต่มีฐานะร่ำรวยมหาศาลติดอันดับโลกด้วยการลงทุนในตลาดหุ้น และตลาดอสังหาริมทรัพย์

เจ้าชายคนดัง อัล วาลีด บิน ทาลาล เข้าไปสัมผัสกับตลาดหุ้นทันทีหลังเรียนจบปริญญาตรี ด้วยการเข้าซื้อหุ้นของบริษัทซิตี้คอร์ป ในช่วงต้นถึงกลางปี 1990 ท่ามกลางผลประกอบการซิตี้คอร์ปที่ย่ำแย่ เจ้าชายใช้เงินเข้าซื้อหุ้น 550 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือกว่า 16,500 ล้านบาทได้ไม่นาน ราคาหุ้นของซิตี้คอร์ปก็กลับทะยานกว่าหลายเท่าตัว ทำให้ปัจจุบันมูลค่าหุ้นซิตี้กรุ๊ปของเจ้าชายมีมูลค่าสูงถึง 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือกว่า 30,000 ล้านบาท ด้วยรูปแบบการซื้อหุ้นที่ดูจะไม่แตกต่างจากนักลงทุนเก๋าเกมอย่างวอร์เรน บัฟเฟตต์ ตัวจริง ทำให้เจ้าชาย อัล วาลีด ซื้อหุ้นของบริษัทชั้นนำขนาดใหญ่ที่จ่ายเงินปันผลดี มีศักยภาพในการปรับตัวทางธุรกิจสูง เช่น บริษัทเอโอแอล, แอปเปิล อินคอร์ปอเรชั่น, เอ็มซีไอ อินคอร์ปอเรชั่น และ โมโตโรล่า อินคอร์ปอเรชั่น


ไม่เพียงการเป็นนักลงทุนชั้นลายครามในตลาดหุ้นสหรัฐฯเท่านั้น แต่เจ้าชายยังถึงขั้นเป็นเจ้าของกลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่อันดับ 1 ของประเทศ ที่มีชื่อว่า บริษัท คิงดอม โฮลดิ้ง ซึ่งมีอายุมาถึง 31 ปี โดยเจ้าชายถือหุ้นอยู่ถึง 94% ในบริษัทดังกล่าว ด้วยกลยุทธ์การลงทุนกระจายความเสี่ยงของการบริหารจัดการหลากหลายธุรกิจ เช่น กลุ่มธนาคารพาณิชย์, กลุ่มอสังหาริมทรัพย์, กลุ่มโทรคมนาคม, กลุ่มสถานีโทรทัศน์, กลุ่มสื่อ, กลุ่มบันเทิง, กลุ่มโรงพยาบาล, กลุ่มเกษตรกรรม, กลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่, อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ไปจนถึงกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ หากจะหันไปดูการลงทุนของเจ้าชายในธุรกิจโรงแรม ก็จัดได้ว่าเป็นนักลงทุนที่พูดคุยได้กับทุกเชนโรงแรมชื่อก้องโลก เพราะเจ้าชายถือหุ้นในโรงแรมใหญ่ๆ ระดับโลกเป็นจำนวนมาก เช่น เครือโฟร์ซีซั่นส์ ในปัจจุบันเจ้าชายถือหุ้น 10% ในยูโร ดิสนีย์ เอสซีเอ เจ้าของสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ ปารีส ของประเทศฝรั่งเศส ล่าสุดยังมีข่าวลือสะพัดว่า กำลังเล็งๆ อยากจะเทกโอเวอร์สโมสรฟุตบอลเอฟเวอร์ตันของอังกฤษอีกต่างหาก

แม้เจ้าชาย อัล วาลีด บิน ทาลาล จะไม่เคยประทานสัมภาษณ์กับรายการโทรทัศน์ หรือเขียนหนังสือเปิดเผยถึงเบื้องหลังแห่งความสำเร็จในการเป็นนักลงทุนขั้นเทพของโลก แต่จากพอร์ตการลงทุนในตลาดหุ้น และการเจ้าไปเป็นผู้ถือหุ้นในธุรกิจที่หลากหลาย เพื่อปิดจุดอ่อน และเสริมจุดแข็งแหล่งรายได้ของการถือหุ้นเพื่อบริหารให้ได้มาซึ่งรายได้เป็นกอบเป็นกำนั้น หลายคนที่อ่านเส้นทางของเจ้าชายมาถึงจุดนี้ คงนึกได้ไม่ยากว่า มีอัครมหาเศรษฐีที่เป็นนักลงทุนในตลาดทุนไม่เกินคน หรือสองคนในโลกนี้เท่านั้น ที่น่าจะเป็นต้นแบบให้กับเจ้าชาย อัล วาลีด บิน ทาลาล หนึ่งในนั้นหนีไม่พ้น วอร์เรน บัฟเฟตต์ นั่นเอง แต่ถึงอย่างไรก็ตาม แม้นักลงทุนจำนวนมากมายอยากจะเป็นแบบคุณปู่ วอร์เรน บัฟเฟตต์ แต่สัจธรรมที่ใช้ได้แม้แต่นักลงทุนเอง คือ “เรียนรู้ได้ เลียนแบบได้ ทำให้เหมือนได้ แต่คุณไม่มีวันเป็นตัวเขา”

บัญชา ชุมชัยเวทย์

8 มิ.ย. 2558 09:45 ไทยรัฐ