วันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทำได้แต่อย่าลืมบทเรียน

มีทั้งเสียงสนับสนุน เสียงคัดค้าน และเสียงเตือนจากหลายฝ่าย หลังจากที่สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) บางส่วน เสนอให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา บริหารประเทศต่อไปอีก 2 ปี เพื่อสานต่อการปฏิรูป และมีเสียงขานรับจากนายกรัฐมนตรีในทันที แต่มีเงื่อนไขว่า “ถ้าทุกคนให้ผมอยู่ผมก็อยู่” แต่ต้องช่วยปกป้องจากการกล่าวหาเรื่อง “สืบทอดอำนาจ”

เสียงสนับสนุนส่วนใหญ่มาจาก สปช.บางส่วน ที่เตรียมล่ารายชื่อประชาชน 2-3 หมื่นคน เพื่อเสนอให้ประชาชนออกเสียงประชามติ เห็นด้วยกับการยืดอายุรัฐบาลหรือไม่? ส่วนเสียงคัดค้านมาจากสองพรรคใหญ่ คือพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ เตือนนายกรัฐมนตรีอย่าหลงลมปากกระบวนการสอพลอ ที่เกาะกระแสอำนาจเพื่อประโยชน์ จะหนีไม่พ้นข้อกล่าวหา “สืบทอดอำนาจ”

เสียงที่พูดเป็นหลักการ แต่ก็แฝงคำเตือนมาจากนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย กล่าวว่า เรื่องนี้สามารถทำได้ แต่เป็นเรื่องสมควรหรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ต้องดูว่าคุ้มหรือไม่ทั้งในเชิงเศรษฐกิจ สังคมจิตวิทยา หรือผลกระทบทางการเมืองได้คุ้มเสียหรือไม่? มีความจำเป็นหรือไม่? เคยมีบทเรียนอยู่ จะทำอย่างไรไม่ให้ ซ้ำรอยเดิม

ถึงแม้รัฐบาลจะสามารถจัดการออกเสียงประชามติ เพื่อยืดอายุออกไปโดยถูกต้องตามกฎหมาย แต่ควรพิจารณาด้วยความรอบคอบ ไม่ใช่เล็งผลเลิศเพียงด้านเดียว แต่ต้องคำนึงถึงความเสี่ยงด้านอื่นๆด้วย แม้แต่นายดิเรก ถึงฝั่ง สปช. ที่มาจากการแต่งตั้งของ คสช. ก็เตือนว่าอยากให้นายก-รัฐมนตรีปรึกษาคณะทำงานอย่างรอบคอบ ไม่อยากให้พลัดตกบันไดตอนจบ

บทเรียนในอดีตที่รองนายกรัฐมนตรีพูดถึง ไม่ระบุว่าเป็นเรื่องใด แต่บรรดาคอการเมืองส่วนใหญ่ต้องคิดถึงการสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหาร รสช. ที่นำไปสู่การต่อต้าน “พฤษภาทมิฬ” 2535 เป็นบทเรียนราคาแพง ทำให้คณะรัฐประหาร คมช. 2549 ไม่กล้าสืบทอดอำนาจ เพียงแต่จัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ และคืนอำนาจให้ประชาชน แม้แต่ คสช.ก็ยืนยัน “ไม่สืบทอดอำนาจ”

อาจเถียงได้ว่าการให้ประชาชนทั้งประเทศลงประชามติ เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับการต่ออายุรัฐบาล คสช. ไม่ใช่ “การสืบทอดอำนาจ” เป็นการมอบอำนาจให้ประชาชนตัดสิน ตามวิถีทางประชาธิปไตย แต่การสืบทอดอำนาจของคณะ รสช.เมื่อปี 2535 ก็ทำตามวิถีทางประชาธิปไตยเช่นเดียวกัน เพราะให้สภาผู้แทนราษฎรเลือกผู้นำ รสช.เป็นนายกรัฐมนตรี

เมื่อถึงที่สุดจำเป็นต้องลงประชามติยืดอายุรัฐบาล โดยไม่มีใครทัดทานได้ จะต้องเปิดเวทีให้ทุกฝ่ายรณรงค์หาเสียงโดยเสรี ทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายค้าน เพื่อให้การออกเสียงสุจริตและเที่ยงธรรม ไม่ชี้ขาดด้วยอำนาจรัฐหรืออำนาจเงิน และรัฐบาลที่ต่ออายุจะต้องบริหารประเทศภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่ (ที่ผ่านประชามติ) โดยไม่มีมาตรา 44 ไม่มีอำนาจแบบครอบจักรวาลใดๆ.

8 มิ.ย. 2558 09:42 ไทยรัฐ