วันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จี้ประยุทธ์สอบ 2สนช.ดัง พัวพันงบฉาวโฉ่

‘ชาญวิทย์-พรศักดิ์’โต้ อ้างทำไปตามระเบียบ จัดซื้อยาปราบศัตรูพืช โพลหนุน‘ตู่’ต่ออายุ2ปี

ปชป.ปลุกผีงบซื้อยาปราบศัตรูพืชฉาวคืนชีพ แฉ 2 สนช.มีเอี่ยวในโครงการสมัยเป็น ผวจ. ชี้ปมไม่ชอบมาพากล 2 อดีต ผวจ.เซ็นอนุมัติไม่ครบวงเงิน เปิดโปงเอกชนร่วมขบวนการงาบ ใช้คอกควายตั้งบริษัท ผู้จัดการเป็นพริตตี้ บางคนอ่านหนังสือยังไม่ออก จี้ “บิ๊กตู่” ตามเช็ด บีบ 2 สนช.ไขก๊อก “ชาญวิทย์” ยันไม่รู้ไม่เห็น โบ้ยลูกน้องเป็นคนทำ “พรศักดิ์” อ้างชาวบ้านต้องมาก่อน “อ๋อย” ซัดเสพติดอำนาจต่อวีซ่านายกฯ 2 ปี “ไพบูลย์” ฟัดดะคนขวาง “บิ๊กตู่” เร่งล่า 5 หมื่นชื่อมโนโพลหนุน “ทักษิณ” ฟินบินไปเยอรมนีดูนัดชิงบาร์ซา-ยูเวนตุส “เอก” สั่งล่าตัวแสบแชร์อาสา “ถ้าไม่กล้า ผมทำเอง” ถอดยศ “แม้ว”

จากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ชูนโยบายการปราบทุจริตคอร์รัปชันเป็นนโยบายสำคัญล่าสุดอดีต ส.ส.ปชป.ได้ออกมาแฉ 2 สมาชิก สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เข้าไปเกี่ยวข้องในโครงการจัดซื้อจัดจ้างบางโครงการที่ไม่โปร่งใสสมัยเป็น ผวจ. จึงถูกจับตาว่า พล.อ.ประยุทธ์จะดำเนินการอย่างไรกับกรณีดังกล่าว

ปชป.แฉ 2 สนช.พันงบฉาวยาศัตรูพืช

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 7 มิ.ย.ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีตประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า ขอเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตรวจสอบกรณีการทุจริตโครงการจัดซื้อจัดจ้างยาปราบศัตรูพืชกรณีเกิดภัยพิบัติในพื้นที่ มูลค่าทั้งสิ้น 7,800 ล้านบาท โดยมิชอบ ซึ่งมีการปลดอดีต ผวจ.บึงกาฬ และอีกหลายจังหวัดที่เกี่ยวข้อง แต่ปรากฏว่ายังมี สนช. 2 คน ที่เป็นอดีตผู้ว่าฯ คือนายชาญวิทย์ วสยางกูร อดีต ผวจ.มุกดาหาร และนายพรศักดิ์ เจียรณัย อดีตผวจ.เลย มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการจัดซื้อจัดจ้างดังกล่าวเช่นกัน โครงการนี้มีต้นทุนจริงเพียงแค่ 600 ล้านบาท พบมีการจัดซื้อสูงกว่า 10 เท่าของต้นทุน

เซ็นกั๊กๆ อนุมัติไม่ครบวงเงิน

นายวิลาศกล่าวอีกว่า ส่วนการประกาศพื้นที่ภัยพิบัติก็ยังมีข้อสงสัยในบางจังหวัด กรณีของนายชาญวิทย์ ได้จัดซื้อ 811 ล้านบาท โดย ผวจ.เป็นผู้เซ็นอนุมัติจำนวน 661 ล้านบาท ขณะที่นายพรศักดิ์ จัดซื้อ 306 ล้านบาท โดย ผวจ.เป็นผู้เซ็นอนุมัติ 250 ล้านบาท น่าแปลกใจที่ จ.มุกดาหารเป็นจังหวัดเล็ก แต่กลับมีการจัดซื้อมากกว่า จ.นครราชสีมาทั้งที่เป็นจังหวัดใหญ่กว่า บางจังหวัดราคาสินค้าหน้าศาลากลางเพียง 250 บาท แต่ส่วนราชการกลับซื้อในราคา 1,920 บาท เชื่อว่านายกฯอาจยังไม่ทราบเรื่องนี้ การแต่งตั้งผิดพลาดกันได้ แต่ผิดแล้วต้องแก้ไข ช่วงนี้ตนจะเปิดรายชื่อเผยผู้ที่เกี่ยวข้องออกมาเป็นระยะ มี ผวจ. 22 คน นายอำเภอ 135 คน เกี่ยวข้อง รายชื่อทั้งหมดได้ส่งให้ สตง.ป.ป.ช.กระทรวงมหาดไทย ปปง. สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง ป.ป.ท.แล้ว ถ้า สนช.ทั้ง 2 คนรู้ตัวว่าผิดก็ควรลาออก อย่ามาใช้ความเป็นเพื่อน วปอ.ต้องแสดงความรับผิดชอบ

เปิดโปงแก๊งงาบใช้คอกควายตั้ง บ.

นายวิลาศกล่าวว่า ในการจัดซื้อจัดจ้าง มีการจัดตั้งบริษัทที่เกี่ยวข้องขึ้นมาทั้งหมด 10 บริษัท เพื่อดำเนินโครงการ จากการตรวจสอบพบว่า มีข้อมูลไม่น่าเชื่อถือ เช่น ผู้จัดการบริษัทบางคนเป็นพริตตี้ บางคนอ่านหนังสือยังไม่ออก สถานที่ตั้งบางบริษัทก็เป็นคอกควาย เคยส่งข้อมูลเหล่านี้ให้กรมสรรพากรตรวจสอบแล้ว แต่มีความล่าช้า จนบริษัทเหล่านั้นปิดตัวลงไปไม่สามารถตรวจสอบได้ จึงอยากให้กรมสรรพากรดำเนินการตรวจสอบ 10 บริษัทที่เกี่ยวข้องย้อนหลัง เพราะคนที่หากินกับ 10 บริษัทนี้กลับได้ดิบได้ดี ไปตั้งบริษัทใหม่ซื้อเครื่องมือรีไซคลิ่งหากินกับส่วนราชการอีก ตอนที่ตนกำลังดำเนินการตรวจสอบ เคยมีฝ่ายการเมืองเสนอเงินจำนวนหลายสิบล้านบาท เพื่อให้ยุติการตรวจสอบ แต่ปฏิเสธไป เพราะถ้าคนระดับประธาน กมธ.ป.ป.ช.ของรัฐสภารับเงิน ก็ต้องลบแผนที่ประเทศไทยออกจากแผนที่โลกแล้ว

“ชาญวิทย์” ไม่รู้ไม่เห็น

นายชาญวิทย์ วสยางกูร สมาชิกสภานิติบัญญัติ แห่งชาติ (สนช.) อดีต ผวจ.มุกดาหาร ให้สัมภาษณ์ตอบโต้ทันควันว่า เรื่องดังกล่าวมีการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่า ได้รับความเดือดร้อนจากภัยธรรมชาติหลายอย่างที่ทำให้พืชผลทางการเกษตรเสียหาย ดังนั้น เมื่อประชาชนร้องเรียนมาในฐานะ ผวจ.ก็สั่งการให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริง เมื่อพบว่าเป็นไปตามข้อร้องเรียนและเข้าเกณฑ์ ก็ต้องประกาศเป็นพื้นที่เขตภัยพิบัติ เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน และการจัดซื้อจัดจ้างก็ทำตามระเบียบ ซึ่งได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 53-55 โดยการประกาศนั้นไม่ใช่ จ.มุกดการเพียงจังหวัดเดียว จังหวัดใกล้เคียงก็มีปัญหา ทั้งนี้ หากเราไม่ช่วยเหลือแล้วเกิดความเสียหายมากกว่าเดิมใครจะรับผิดชอบ ส่วนการจัดซื้อจัดจ้างก็มีหน่วยงานหลายหน่วยมาไม่ใช่เฉพาะจังหวัดอย่างเดียว และกำชับให้จัดซื้อจัดจ้างอย่างถูกระเบียบ ยืนยันว่าทำตามหน้าที่ และไม่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้าง และไม่รู้ว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง จะไปรู้ได้อย่างไรว่าใครไปทำอะไร เพราะคนที่ปฏิบัติเป็นเจ้าหน้าที่ระดับล่างและขณะนี้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ก็กำลังตรวจสอบอยู่ และ สตง.ยังไม่มีการชี้มูล อีกทั้ง วันนี้ไม่มีหน่วยงานไหนชี้ว่าเราทุจริต

อัด “วิลาศ” อย่ามาสร้างกระแส

นายชาญวิทย์กล่าวต่อว่า ไม่เข้าใจว่านายวิลาศรู้ข้อเท็จจริงในพื้นที่หรือไม่ เพราะนายวิลาศ ไม่ใช่คนในพื้นที่และไปเอาข้อมูลมาจากที่ใด และก็ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวกับนายวิลาศ ต้องไปถามนายวิลาศว่าจะมาเล่นงานอะไรกับตนและเพื่อน ทำไมต้องกล่าวหากัน หรือต้องการสร้างกระแสหรือไม่ ส่วนจะมีฟ้องร้องหรือไม่ขอพิจารณาดูก่อนและจะไปหารือกับนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช.ก่อน ส่วนการชี้แจงกับสื่อขอดูก่อนว่าจะมีแนวทางอย่างไร

“พรศักดิ์” อ้างชาวบ้านต้องมาก่อน

ด้านนายพรศักดิ์ เจียรณัย สนช.อดีต ผวจ.เลย กล่าวว่า การที่จะประกาศเขตภัยพิบัติมีระเบียบกำกับอยู่แล้ว ไม่ใช่จู่ๆ ผวจ.จะประกาศได้ทันที และก่อนประกาศจะมีหน่วยเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบว่า พื้นที่ที่ประชาชนร้องเรียนเป็นอย่างไร เป็นจริงตามที่ประชาชนร้องเรียนหรือไม่ ถึงจะประกาศได้ คล้ายๆกับกรณีน้ำท่วมและภัยแล้ง หากเกิดความเสียหายแล้วไม่ช่วยเหลือ ความเสียหายที่เกิดขึ้นใครจะรับผิดชอบและการทุจริตที่ จ.บึงกาฬ อย่าเอามาเปรียบเทียบกับจังหวัดอื่นๆ ต้องดูกันเป็นกรณีไป อย่าไปเหมารวม

“ปนัดดา” ปลุก ขรก.กลับตัวกลับใจ

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายก รัฐมนตรีและปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันเกิดขึ้นทั้งในแวดวงการเมืองและราชการมากมาย เช่น เรื่องโครงการจำนำข้าว เป็นต้น การใช้อำนาจรัฐในทางที่เป็นความบกพร่องเสียหาย ไม่เคารพกฎหมาย สร้างความแตกแยกของผู้คนในชาติให้เป็นฝ่ายเป็นสีเป็นศัตรู ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นเลยบนผืนแผ่นดินไทย ปล่อยปละให้ลบหลู่ดูหมิ่นสถาบันสำคัญของชาติ สร้างระบบการบริหารราชการแผ่นดินให้เกิดการหลงลืมตัว ทำให้ข้าราชการขาดการยึดมั่นปรัชญาความเป็นข้าราชการของแผ่นดิน ขาดความรักความผูกพันต่อสถาบันสำคัญของชาติ แต่กลับไปให้ความสำคัญต่อผู้มีอำนาจทางการเมืองแทน หากเราทุกคนยึดมั่นหลักความรู้รักสามัคคี หลักบูรณภาพของประเทศในทุกๆบริบทเป็นตัวตั้ง โดยหวังว่าการแก้ไขปัญหาหรือการปฏิรูปประเทศจะไม่นำไปสู่ฝันร้ายของคนไทยอีก

“อ๋อย” ซัดเสพติดอำนาจต่อวีซ่านายกฯ

นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ สปช.และ สนช. เสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ อยู่ในตำแหน่งนายกฯ ไปอีก 2 ปี เพื่อปฏิรูปให้เสร็จแล้วค่อยเลือกตั้งว่า ถ้าอยากปฏิรูปประเทศในทุกด้าน ต้องใช้เวลานาน แต่การใช้เวลาโดยปกครองในระบอบที่ไม่เป็นประชาธิปไตยไปนานๆ ก็จะไม่เป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ แต่ที่สำคัญก็คือ การปกครองที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ใช้อำนาจเบ็ดเสร็จ เมื่อเกิดความเสียหาย เกิดความผิดพลาด ก็ไม่มีใครท้วงติงได้ กลายเป็นความเสียหายมากขึ้น ผู้มีอำนาจเหมารวมว่าการปฏิรูปประเทศ ประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วย หรือไม่ได้ให้ความสนใจความคิดเห็นประชาชน เลยยิ่งตามใจตัวเองมากขึ้น ทำไปภายใต้ระบบอำนาจนิยม ยิ่งทำผู้มีอำนาจยิ่งเกิดสภาพเสพติดอำนาจ ปลูกฝังแนวความคิดให้สังคมต้องมีความรู้สึกว่า ระบบอำนาจนิยมเป็นสิ่งจำเป็น เท่ากับทำให้สังคมไทยเสพติดกับระบบอำนาจนิยม คือถ้าขาดระบบนี้ ไม่สามารถรักษากฎหมาย ไม่สามารถทำให้เกิดความสงบอย่างยั่งยืนได้

ชงถามประชามติ “ให้พ้นไปเร็วๆหรือไม่”

นายจาตุรนต์กล่าวว่า ปกติการประกาศโรดแม็ปต่อสังคมและชาวโลกว่า ทำรัฐธรรมนูญเสร็จเมื่อไร เลือกตั้งเมื่อไร คืนอำนาจให้ประชาชนเมื่อไร เป็นสัญญาประชาคมทั้งต่อคนไทยและชาวโลกไปแล้ว การทำอะไรที่ผิดไปจากสัญญาประชาคม การทำให้มีอำนาจต่อไปนานๆ เป็นเรื่องที่ไม่พึงกระทำ แต่เมื่อมีคนเสนอให้ทำประชามติขึ้นมา เลยอยากให้ฝากถามให้ประชาชนมีทางเลือกบ้าง เช่น ถ้าหากขออยู่ต่อ 2 ปีได้หรือไม่ ก็ควรถามด้วยว่าต้องการให้พ้นหน้าที่ไปเร็วกว่าเวลาที่กำหนดหรือไม่ และให้เป็นการทำประชามติที่เสรีด้วย ไม่ใช่พูดได้ฝ่ายเดียว

“ไพบูลย์” ฟัดดะใครขวางวีซ่า “บิ๊กตู่”

นายไพบูลย์ นิติตะวัน กมธ.ยกร่างฯ กล่าวถึงกรณีที่สมาชิก สปช.บางส่วนคัดค้านข้อเสนอให้ประชามติปฏิรูปประเทศ 2 ปีก่อนเลือกตั้งว่า เป็นสิทธิที่ สปช.บางคนจะคิดตามความเข้าใจ แต่เรื่องนี้ ไม่ใช่เรื่องของ สปช. สนช.และ กมธ.ยกร่างฯ เพราะมีประชาชนเรียกร้องผ่านไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ให้ทำประชามติด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อเปิดช่องให้ทำประชามติปฏิรูปประเทศ 2 ปีก่อนเลือกตั้ง และเป็นการแสดงออกโดยตรงต่อเรื่องสำคัญของบ้านเมือง ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็ให้ประชาชนเสนอเรื่องเข้ามา รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวกำลังเปิดช่องให้ทำประชามติ รับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ดังนั้น ควรเปิดทางให้ประชามติปฏิรูปประเทศก่อนเลือกตั้งอีกทางด้วย ไม่ควรปิดกั้นไม่ให้ประชาชนแสดงฉันทามติในเรื่องนี้ แต่ทำไมกลับไปทำประชามติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ โดยคนที่พูดในลักษณะที่ขัดแย้งและไม่เห็นด้วยกับการปฏิรูปประเทศก่อนเลือกตั้ง อาจเป็นนักประชาธิปไตยตัวปลอมหรือไม่

เร่งล่า 5 หมื่นชื่อ–มโนโพลหนุน

นายไพบูลย์กล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้าการล่ารายชื่อประชาชน 50,000 คน เพื่อส่งขอให้รัฐบาลประชามติปฏิรูปประเทศ 2 ปีก่อนการเลือกตั้ง จะต้องให้ได้ภายในเดือนนี้ เพราะ ครม.จะส่งร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมายัง สนช.ในเดือนเดียวกัน ดังนั้นต้องรวบรวมรายชื่อประชาชนและส่งให้รัฐบาลโดยเร็ว เพราะขณะนี้มีเสียงจากผลโพล ประชาชนก็สนับสนุน โดยจะต้องเปิดเวทีให้สองฝ่ายได้มาลงประชามติว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย เมื่อเปิดช่องให้ทำประชามติแล้วก็ค่อยมากำหนดประเด็นที่สอบถามในเรื่องปฏิรูปประเทศ 2 ปีในภายหลัง

นักวิชาการจี้วางโรดแม็ปให้ชัด

นายยุทธพร อิสระชัย รองอธิการบดี ม. สุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวถึงข้อเสนอให้ปฏิรูป 2 ปี ก่อนการเลือกตั้งว่า หากรัฐบาลจะปฏิรูปประเทศก่อน 2 ปี ต้องพิจารณาดูว่าจะมีโรดแม็ปอย่างไร จะปฏิรูปได้สำเร็จตามเป้าหมายหรือไม่ เพราะเวลานี้ผ่านมา 1 ปี แล้ว แต่รัฐบาลยังไม่มีผลงานที่เป็นชิ้นเป็นอันเลย หากจะให้ปฏิรูปก่อนเลือกตั้งจริงๆ ต้องมีรายละเอียดและแผนการดำเนินงานที่ชัดเจนว่าจะทำอะไรบ้างภายใน 2 ปี ต้องทำให้ประชาชนเห็นภาพ จัดระบบการทำงานให้ชัดเจน ไม่เช่นนั้นก็จะเหมือนกับที่ผ่านมา ไม่มีทิศทางในการปฏิรูป นอกจากนี้หากรัฐบาลอยู่นานเกินไปโดยไม่มีโรดแม็ปที่ชัดเจนก็จะเป็นปัญหาทั้งเรื่องเศรษฐกิจและปัญหาจากภายนอกประเทศ ทั้งนี้ประชาชนส่วนใหญ่จะมองเรื่องปัญหาปากท้องของตัวเองเป็นหลัก หากเริ่มแก้ที่ตรงจุดนี้ได้ก่อน รัฐบาลก็จะได้แรงสนับสนุนอย่างแน่นอน ตรงกันข้าม หากแก้ไม่ได้หรือไม่ดีขึ้นก็จะกลับมาเป็นแรงต้านได้

ปธ.สภาหอฯ ขอ ปท.มั่นคงก็พอ

นายอิสระ ว่องกุศลกิจ รองประธาน กมธ.เศรษฐกิจ สนช.และประธานกรรมการสภาหอการ– ค้าไทย กล่าวว่า ไม่ทราบว่ารัฐบาลจะต่ออายุ 2 ปีหรือไม่ ภาคเศรษฐกิจไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง การเมืองเป็นอย่างไรก็ว่าไปตามนั้น เรามองด้านความมั่นคงของประเทศ ซึ่งทุกรัฐบาลก็ส่งเสริมธุรกิจให้เติบโต แข็งแรงและทำกิจการให้สะดวก เพราะถ้าเศรษฐกิจแข็งแรง รัฐบาลก็เก็บภาษีได้มากขึ้น ดังนั้นการต่ออายุหรือไม่ ไม่ได้เป็นเรื่องที่กังวล อย่าไปคาดเดาว่า จะมีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้งหรือไม่ ขณะนี้เศรษฐกิจของเราแข็งแรง แม้ว่าจะมีปัญหาเรื่องของการส่งออกบ้าง

“ยะใส” ชี้ คสช.เหลืออีกปีกว่าก็ทำได้

นายสุริยะใส กตะศิลา ผอ.สถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) กล่าวว่า แม้กระแสต่ออายุของรัฐบาลจะมีที่มาที่ไปก็ตาม แต่ผู้เกี่ยวข้องต้องระมัดระวังเพราะเป็นประเด็นละเอียดอ่อนต้องคิดกันให้มาก ที่สำคัญระยะเวลาตามโรดแม็ปของ คสช.ก็เหลือเวลากว่า 1 ปี ถ้าจะทำเรื่องปฏิรูปให้เป็นเรื่องเป็นราวก็ยังอยู่ในวิสัยที่พอทำได้ ส่วนฝ่ายการเมืองที่คัดค้านประเด็นนี้ก็ต้องกลับมาคิดปฏิรูปพรรคให้เป็นรูปธรรม เพราะความไม่ไว้วางใจต่อนักการเมืองเพิ่มสูงมากขึ้นจนน่าใจหาย จนส่งผลต่อสถาบันการเมืองในภาพรวม ส่วนตัวเป็นห่วงว่าการทำประชามติเรื่องต่ออายุการทำสัญญาประชาคมจัดทำโรดแม็ปร่วมกัน กางปฏิทินกำหนดหลักไมล์ปฏิรูปให้ชัดเจน ว่าจะทำเรื่องใดบ้าง โดยเชิญทุกฝ่ายมาพูดคุยอาจจะดีกว่า

“สมบัติ” แนะนักการเมืองนิ่งรอ ลต.

นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวว่า เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนบุคคล ที่ต้องถกเถียงกันต่อไปอีก ส่วนที่ฝ่ายการเมืองออกมาต่อต้านแนวคิดนี้ เห็นว่าที่ผ่านมาฝ่ายการเมืองทำให้บ้านเมืองเกิดวิกฤติ หากต้องการให้มีเลือกตั้งโดยเร็ว ควรจะไม่ทำสิ่งใดที่ก่อให้เกิดวิกฤติอีก เพราะประชาชนวิตกว่า หากมีการเลือกตั้งขึ้นมาบ้านเมืองก็จะกลับไปเป็นแบบเดิม หากฝ่ายการเมืองยุติ คงจะไม่มีเหตุผลใด ที่จะทำให้ผู้มีอำนาจเลื่อนจัดการเลือกตั้งออกไปจากกำหนดที่วางไว้

“ทักษิณ” ไปเชียร์ “เตเวซ” ที่เยอรมัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ภาพผ่านอินสตาแกรม @thaksinlive ซึ่งเป็นบรรยากาศในโอลิมปิก สเตเดียม ในกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ระหว่างเข้าร่วมชมการแข่งขันฟุตบอลยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบชิงชนะเลิศ ระหว่างบาร์เซโลนา จากสเปน กับยูเวนตุส จากอิตาลี พร้อมระบุข้อความว่า “มาดูบอลคู่ชิง Champions League ประจำปี 2015 ที่กรุงเบอร์ลินประเทศเยอรมันระหว่างทีม Barcelona ทีมเก่งจากสเปนกับทีม Juventus จากอิตาลี ใจชอบ Barcelona แต่อดเชียร์ Tevez striker ของ Juventus ไม่ได้เพราะเพิ่งย้ายมาจาก Manchester City เท่ากับ striker ของ ทีมชาติ Argentina ด้วยกันแต่มาอยู่คนละทีมคือ Messi กับ Tevez”

“เอก” สั่งล่าตัวแสบแชร์อาสาถอดยศ

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. เผยกรณีเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ว่ามีการเผยแพร่ข้อความและภาพ อ้างตนพูดถึงเรื่องการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายก รัฐมนตรี ว่า “ถ้าไม่กล้า ผมทำเอง” ก่อนถูกแชร์ไปในโซเชียลมีเดียจำนวนมาก ทั้งที่ไม่เคยพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย ทำให้เกิดความเข้าใจผิด คลาดเคลื่อนอย่างรุนแรง สร้างความเสียหาย กระทั่งคนในครอบครัวต้องทุกข์ใจเป็นกังวลไปด้วย มอบหมายให้ พ.ต.อ.ฐายุฎฐ์ จันทร์ถาวร นายเวร (สบ 5) เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ พงส.บก.ปอท. เพื่อให้สืบสวนหาต้นตอการเผยแพร่และดำเนินคดีในข้อหาเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จจนได้รับความเสียหาย

76.94% ไฟเขียววีซ่า “บิ๊กตู่”

สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เผยสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,249 คน ดำเนินการสำรวจระหว่างวันที่ 3-6 มิ.ย.เรื่อง “ประชาชนคิดอย่างไรกรณีปฏิรูปประเทศก่อนเลือกตั้ง” โดยเมื่อถามว่าประชาชนคิดอย่างไรกับกระแสเรียกร้องให้ปฏิรูปก่อนจึงจะมีการเลือกตั้ง โดยให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี บริหารประเทศไปก่อน พบว่า อันดับ 1 ประชาชน 76.94% เห็นว่าควรปฏิรูปก่อนเลือกตั้งเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น จะได้ไม่มีความขัดแย้งหลังการเลือกตั้ง อันดับ 2 ประชาชน 73.18% เห็นว่าการปฏิรูปควรให้ความสำคัญกับปัญหาเร่งด่วน โดยเฉพาะเศรษฐกิจ การเมือง และการทุจริต และอันดับ 3 ประชาชน 57.65% เห็นว่าจะใช้วิธีการใดก็ได้ ขอเพียงบ้านเมืองสงบเรียบร้อย ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้

2 ปีเหมาะสมไม่ช้า–ไม่เร็วไป

สำหรับ 5 สิ่งแรกที่ประชาชนอยากให้มีการปฏิรูปให้แล้วเสร็จก่อน คือ อันดับ 1 เศรษฐกิจ อันดับ 2 การศึกษา อันดับ 3 การเมือง อันดับ 4 ทุจริตคอร์รัปชันและอันดับ 5 ระบบราชการ เมื่อถามว่า นับจากวันนี้ประชาชนคิดว่าควรใช้เวลานานเท่าใดในการปฏิรูปประเทศเพื่อให้พร้อมสู่การเลือกตั้ง อันดับ 1 ตอบว่า 2 ปี เพราะเป็นเวลาที่เหมาะสม ไม่ช้าไม่เร็วจนเกินไป ทำให้มีเวลาในการปฏิรูปและพัฒนาประเทศ อันดับ 2 ตอบว่า 1 ปี เพราะอยากให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว เป็นไปตามโรดแม็ปที่วางไว้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับต่างชาติ และอันดับ 3 ตอบว่า 3 ปี เพราะเป็นเรื่องสำคัญ ละเอียดอ่อน ควรศึกษาข้อมูลจากหลายๆฝ่าย อยากได้นักการเมืองที่ดี เป็นการเมืองที่ใสสะอาด

เมื่อถามอีกว่า ประชาชนเห็นด้วยหรือไม่ที่จะให้มีการปฏิรูปประเทศให้แล้วเสร็จ ก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ 75.11% เห็นด้วย เพราะจะได้มีความพร้อมในทุกๆ ด้าน ไม่เกิดปัญหาภายหลัง ประเทศจะได้เดินหน้า มีเสถียรภาพ เป็นประชาธิปไตย ขณะที่ประชาชนอีก 24.89% ไม่เห็นด้วย เพราะอยากให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว การปฏิรูปไม่น่าจะแก้ปัญหาให้หมดไปได้ อาจต้องใช้เวลานานมาก

ชาวบ้านไม่ต้องการนายกฯคนนอก

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน จำนวน 1,250 หน่วยตัวอย่าง ดำเนินการสำรวจตั้งแต่วันที่ 3-4 มิ.ย. เรื่อง “นายกรัฐมนตรี ส.ส. และ ส.ว. รูปแบบไหนดี” โดยพบว่า เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อข้อเสนอที่มาของนายกรัฐมนตรี พบว่า ร้อยละ 54.40 ระบุว่า นายกรัฐมนตรีต้องมาจาก ส.ส.เท่านั้น รองลงมา ร้อยละ 40.88 ระบุว่า ให้มีนายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้มาจาก ส.ส.หรือนายกฯ คนนอกได้ แต่ต้องได้รับเสียงสนับสนุนไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวน ส.ส. ส่วนความคิดเห็นของ ประชาชนที่มีต่อข้อเสนอที่มาของ ส.ส. พบว่า ร้อยละ 41.04 ระบุว่าให้ใช้ระบบตามรัฐธรรมนูญ 2550 คือมี ส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตละ 1 คน และ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อโดยใช้เขตประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง รองลงมา ร้อยละ 26.48 ระบุว่า ให้มี ส.ส. จำนวน 500 คน โดยแบ่งเป็น ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 400 คน แต่ละเขตมี ส.ส.ไม่น้อยกว่า 2-3 คน และ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 100 คน

ชอบ ส.ว.เลือกตั้ง–คะแนนขาดลอย

เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อข้อเสนอที่มาของ ส.ว. พบว่า ร้อยละ 60.48 ระบุว่า ให้มี ส.ว.มาจากการเลือกตั้งโดยตรงในแต่ละจังหวัด จังหวัดละ 2 คน รองลงมา ร้อยละ 25.04 ระบุว่า ให้มี ส.ว. จำนวนไม่เกิน 200 คนซึ่งมาจากการเลือกตั้งจากรายชื่อที่ได้รับการคัดกรองมาแล้วในแต่ละจังหวัด จังหวัดละ 1 คน และที่เหลือจะมาจากการเลือกกันเองและการสรรหาจากกลุ่มต่างๆ เช่น อดีตข้าราชการระดับสูง องค์กรวิชาชีพ ตัวแทนจากภาคส่วนต่างๆ และผู้ทรงคุณวุฒิ ร้อยละ 12.56 ระบุว่า ให้มี ส.ว. มาจากการสรรหาทั้งหมดโดยให้มีการแบ่งกลุ่มอาชีพให้ชัดเจน

สปช.ดันร่างฯตั้ง ธ.ที่ดินคนจน

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองประธานคณะกรรมการปฏิรูประบบการจัดการทรัพยากรโดยชุมชน สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวว่า ในการประชุมสปช.วันที่ 9 มิ.ย. คณะกรรมการฯจะเสนอรายงานการพิจารณาศึกษา เรื่องธนาคารที่ดินและร่าง พ.ร.บ.ธนาคารที่ดิน พ.ศ. ...โดยธนาคารที่ดิน จะเป็นกลไกให้เกิดการกระจายการถือครองที่ดิน ที่เป็นธรรมและยั่งยืน อยู่ใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่เกษตรกรที่ที่ดินกำลังจะหลุดมือ ตลอดจนการช่วยผู้ยากจนในการเช่าซื้อที่อยู่อาศัย และบริหารจัดการที่ดินของเอกชนที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ จัดซื้อที่ดินเข้าธนาคารที่ดิน สำหรับการดำเนินการในระยะแรก เน้นการให้ความช่วยเหลือผู้ที่ที่ดินหลุดจำนอง สำหรับเงินทุนที่จะใช้ในการดำเนินการจะมาจากเงินที่รัฐบาลจ่ายให้เป็นทุนประเดิม 5,000 ล้านบาทและการออกพันธบัตร ที่กระทรวงการคลังช่วยค้ำประกัน ทั้งนี้หากที่ประชุมสปช.เห็นชอบก็จะส่งให้ ครม.และ สนช.ต่อไปและคาดว่าจะสามารถเห็นเป็นรูปธรรมได้ภายในปีนี้

“บิ๊กตู่” จะเยือนสิงคโปร์เยี่ยมทัพนักกีฬา

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 11-12 มิ.ย.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเยือนประเทศสิงคโปร์อย่างเป็นทางการโดยจะเข้าพบนายกฯของสิงคโปร์และบุคคลสำคัญหลายท่าน เป็นช่วงที่นักกีฬาไทยยังคงแข่งขันอยู่และมีโปรแกมการแข่งขันของนักกีฬาไทยหลายชนิดกีฬา อาทิ เซปักตะกร้อ วอลเลย์บอล นักกีฬาทุกคน ซึ่งหากช่วงเวลาเหมาะสมลงตัว ท่านนายกฯมีดำริที่จะไปเยี่ยมทัพนักกีฬาไทยพร้อมทีมงาน เช่นกัน นอกจากนี้ นายกฯชื่นชมนักกีฬาไทยที่ทำผลงานได้อย่างน่าชื่นใจ นายกฯขอบคุณนักกีฬาทุกคนที่นำความภาคภูมิใจมาสู่ประเทศ และอยากขอให้พี่น้องคนไทยส่งกำลังใจให้สตาฟฟ์โค้ชและทีมงานด้วย

จากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ชูนโยบายการปราบทุจริตคอร์รัปชันเป็นนโยบายสำคัญล่าสุดอดีต ส.ส.ปชป.ได้ออกมาแฉ 2 สมาชิก สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เข้าไปเกี่ยวข้องในโครงการจัดซื้อจัดจ้างบางโครงการที่ไม่โปร่งใส 8 มิ.ย. 2558 08:08 ไทยรัฐ