วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ช่องทางประชามติ

โดย ซี.12

ข้อเรียกร้องให้มีการปฏิรูปทางการเมืองก่อนการเลือกตั้งเป็นเรื่องที่ทุกคนรู้อยู่แก่ใจว่าเป็นสาเหตุสำคัญของเรื่องราวความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมาตามลำดับจนถึงวันนี้

ไม่มีใครมั่นใจได้เลยว่าผู้ที่อยู่ในสถานะ นักการเมือง จะมีความจริงใจหรือเต็มใจในการปฏิรูปอย่างแท้จริงเพราะนั่นหมายความว่าพวกเขาจะต้องสูญเสียอำนาจและผลประโยชน์ในทางมิชอบไปไม่มากก็น้อย

ในสถานการณ์อย่างที่เป็นอยู่นี่แหละที่เป็นโอกาสอันดีที่สุดของการปฏิรูปเพราะฉะนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่มีเสียงเรียกร้องต้องการให้รัฐบาลในลักษณะของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นี่แหละที่เป็นตัวตั้งตัวตีหรือเป็นเจ้าภาพในการปฏิรูปให้สำเร็จเสร็จสรรพเสียก่อนถึงจะจัดการเลือกตั้ง

แต่การดำเนินการดังกล่าวย่อมมีอุปสรรคขวากหนามเป็นธรรมดา ดังนั้นทันทีที่มีคนออกมาโยนหินถามทางในเรื่องนี้ก็เกิดเสียงระเบ็งเซ็งแซ่ขึ้นมามากมายทั้งสนับสนุนและคัดค้าน

ตัว พลเอกประยุทธ์ เองก็ยอมรับเป็นนัยๆแล้วว่า ถ้าหากเป็นความต้องการของประชาชนจริงๆก็ไม่ขัดข้องที่จะรับภาระอันนี้ และต้องไม่ใช่การใช้กำลังบังคับเอาด้วยอำนาจบาตรใหญ่

การพิสูจน์ว่าเป็นความต้องการของประชาชนจริงๆเห็นจะไม่มีวิธีไหนดีไปกว่าการทำประชามติ

แต่การทำประชามติไม่ใช่ของเล่นนึกอยากจะทำก็ทำ นึกอยากจะตั้งคำถามอะไรก็ถาม เป็นต้นว่าจะมาตั้งประเด็นกันดื้อๆว่าต้องการให้ รัฐบาลนี้ ทำหน้าที่ต่อไปอย่างน้อยอีก 2 ปีเพื่อการปฏิรูปทางการเมืองให้สมบูรณ์หรือไม่อย่างนั้นมันดูจะแปลกๆไป เพราะพอทำประชามติเรื่องนี้แล้วประเดี๋ยวก็ต้องมาทำประชามติเรื่องจะรับหรือไม่รับรัฐธรรมนูญกันอีก

ทำไมไม่คิดทำกันเสียทีเดียวให้รู้หมู่รู้จ่ากันไปเลยว่าคนไทยคิดอย่างไร

นั่นคือกำหนดบทบัญญัติไว้ในบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญใหม่ที่จะนำมาทำประชามติเสียเลยว่าแทนที่จะให้ดำเนินการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญนี้ให้แล้วเสร็จ ภายในเก้าสิบวัน ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 308 ก็เปลี่ยนระยะเวลาจาก ภายในเก้าสิบวัน เป็น ภายในสองปี พร้อมกับข้อความที่ระบุให้ดำเนินการปฏิรูปทางการเมืองให้เสร็จสิ้นในช่วงระยะเวลาสองปี ซึ่งก็น่าจะเป็นเวลาที่ยาวนานเพียงพอ ถ้ายังทำไม่เสร็จก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว

แล้วในช่วงเวลาดังกล่าวอาจกำหนดให้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ชุดนี้ทำหน้าที่ สภาผู้แทนราษฎร หรือจะแถมให้ สภาปฏิรูปแห่งชาติ ทำหน้าที่ วุฒิสภา ไปพลางก่อนก็ยังได้

แต่ต้องแลกกับเงื่อนไขว่าเมื่อครบสองปีแล้วทุกคนในคณะรัฐมนตรี สภานิติบัญญัติแห่งชาติ และสภาปฏิรูปแห่งชาติ ไม่มีสิทธิเข้าดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆอีกในระยะ 4 ปีต่อจากนั้น

ไม่ว่าจะเป็น นายกรัฐมนตรี หรือ รัฐมนตรี หรือลงสมัคร ส.ส.-ส.ว. ก็ไม่ได้ทั้งนั้น

แล้วเอารัฐธรรมนูญที่มีบทบัญญัติอย่างที่ว่านี้ไปถามประชามติจากประชาชนว่าจะรับหรือไม่รับรัฐธรรมนูญนี้

เป็นการทำประชามติครั้งเดียวแต่ได้ผลครบถ้วนทุกประการ.

“ซี.12”

7 มิ.ย. 2558 14:57 7 มิ.ย. 2558 14:57 ไทยรัฐ