วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เรื่องเก่า...ไม่เคยใหม่

ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน สินค้าเกษตร ชีวิตเกษตรกรไทย ยังคงจมปลักในวังวนเดิมๆ...ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ตามความถนัดและความต้องการของตัวเองเป็นหลัก ปลูกเลี้ยงไปแล้วจะเอาไปขายที่ไหน ตลาดเป็นยังไง ไม่เคยสน มองอยู่อย่างเดียว สินค้าตัวไหนได้ราคาดี จะแห่ทำตามกัน...ในที่สุดล้นตลาด ขายไม่ได้ราคา ทำไปมีแต่ขาดทุน

ครั้นหันมาดูด้านตลาด...ปัญหายังคงวนเวียนในวงจรเดิมๆเหมือนกัน เกษตรกรปลูกเลี้ยงตามใจตัวเองถนัด การซื้อขายสินค้าเกษตรมีหลายขั้นหลายตอน เริ่มตั้งแต่พ่อค้ามารับซื้อหน้าฟาร์ม นำไปขายต่อให้ศูนย์รวบรวมผลผลิต ส่งต่อไปให้ตลาดค้าส่ง จากนั้นขายต่อให้พ่อค้าขายปลีก โรงงาน พ่อค้าส่งออก

การซื้อขายทุกขั้นตอนกว่าจะถึงมือผู้บริโภค ล้วนมีพ่อค้าคนกลางรอรับส่วนแบ่ง...พ่อค้าคนกลางมีมาก การกดราคาสินค้าเลยมีหลายหน เพื่อพ่อค้าคนกลางจะได้มีส่วนต่าง

นี่คือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ในชีวิตจริงที่ไม่ต้องมโน

และล้วนเป็นเรื่องที่ผู้มีอำนาจวาสนามาบริหารบ้านเมือง บริหารราชการต่างรู้ดี สินค้าเกษตรตกต่ำ ถูกกดราคามาจากอะไร...แล้วเราจะทำยังไงให้เกษตรกรได้ราคามากขึ้น

คำตอบยังคงวนเวียนด้วยเรื่องเดิมๆ...ทุกฝ่ายรู้ดี ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการปลูกเลี้ยงแห่ตามกันของเกษตรกร และต้องลดจำนวนพ่อค้าคนกลางลง

มันมีคำถามเก่าๆตามมา...จะเลือกใช้วิธีไหนในการแก้ปัญหา 2 ประการนี้

จะให้ภาครัฐมาลงดำเนินการเองดีไหม...คำตอบก็รู้กันอยู่ ยากจะเป็นไปได้ และถ้าเอาไปถามผู้มีอำนาจ คงจะได้คำตอบ บ้านเราเป็นสังคมประชาธิปไตย คนไทยมีนิสัยรักอิสระ รัฐจะไปบังคับชาวบ้านให้ทำอย่างโน้นอย่างนี้ไม่ได้...จะให้ทำอย่างรัฐเผด็จการคอมมิวนิสต์คงไม่ได้หรอก

คำตอบแบบนี้เป็นได้เพียงข้ออ้าง เพราะประเทศคอมมิวนิสต์อย่างจีน เคยทำมาแล้ว ควบคุมเบ็ดเสร็จก็ยังไปไม่รอด แต่พอเปลี่ยนนโยบายมาให้เอกชนทำ เศรษฐกิจจีนกลับพลิกหน้าเท้าเป็นหลังมือ

คอนแทรกต์ฟาร์มมิ่ง ทำการเกษตรแบบมีพันธสัญญา ระหว่างเกษตรกรกับเอกชน จะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าให้รัฐทำเองไหม...ทิ้งท้ายให้คิดเล่นๆ พรุ่งนี้มาว่ากันต่อ.

ชมชื่น ชูช่อ