วันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
"ใครได้–ใครเสีย" อยู่ต่ออีก 2 ปี

"ใครได้–ใครเสีย" อยู่ต่ออีก 2 ปี

โดย สายล่อฟ้า
8 มิ.ย. 2558 05:01 น.
  • Share:

แค่จุดประกายความคิดในรูปแบบ “ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง” ก็พอจะมองเห็นอะไรต่อมิอะไรในประเทศนี้ได้หลายมิติว่า ผู้คนเขาคิดกันอย่างไร มีมุมมองที่ต่างกันอย่างไร แน่นอนว่าจุดตัดสินตรงนี้จึงต้องอยู่ที่ประชาชน

ความเห็นต่างในเรื่องนี้ย่อมมีแน่ เพียงแต่จะตั้งอยู่บนพื้นฐานอะไรนั่น คือคำตอบที่จะนำไปสู่ความเป็นเหตุเป็นผล

สิ่งที่สำคัญก็คือ ต้องมองย้อนกลับไปสู่ความเป็นจริงที่ผ่านมาว่า ประเทศนี้มันเกิดปัญหาอะไรขึ้น และเพื่อไม่ให้เกิดขึ้นมาอีก ควรจะทำอย่างไร แก้ไขกันอย่างไร

คำตอบมันน่าจะอยู่ตรงนี้มากกว่า...

ถ้าคิดกันอย่างง่ายๆไม่ต้องลึกซึ้งอะไรมาก ทำนองว่าเปลี่ยนวิธีคิด ชีวิตจะต้องเปลี่ยนแปลง ย่อมนำมาสู่สิ่งที่ดีได้

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ที่ตัดสินใจเข้าควบคุมการปกครองประเทศด้วยเหตุนี้ เพราะมีความจำเป็นเพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรงระหว่างคนไทยกับคนไทยด้วยกันนั่นคงเป็นเหตุผลหนึ่ง

แต่อีกหลายๆเหตุผลนั้นเชื่อว่ามีแน่ เพราะได้รับรู้ได้เห็นถึงความเป็นไปของบ้านเมือง ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นล้วนเป็นรากเหง้าที่ทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปในสภาพเช่นนี้ไม่ได้แน่

เพราะมีแต่จะทำให้ตกต่ำ เสื่อมถอยและล้มละลายไปต่อหน้าต่อตาแน่ เนื่องจากทุกอย่างล้มเหลวไปทั้งระบบ

แนวคิดเพื่อปฏิรูปประเทศจึงเป็นจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนว่า จะต้องทำการปฏิรูปประเทศครั้งใหญ่ให้ได้

จะต้องทำอย่างจริงจัง รวดเร็ว จริงใจด้วยความหาญกล้า

พล.อ.ประยุทธ์เคยบอกว่า ตั้งใจว่าเวลาสัก 5 เดือนน่าจะแก้ไขปัญหาต่างๆได้ แต่พอมาทำจริงๆมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆอย่างนั้น

ถ้าจะถามว่า พล.อ.ประยุทธ์อยากทำต่อไปหรือไม่?

ถ้าจะตอบคำถามนี้แทนกัน อยากทำต่อไปแน่ เพราะหากหยุดแค่นี้ไม่มีโอกาสได้ทำต่อมันก็เหมือนกับทำได้แค่ครึ่งๆกลางๆ แล้วก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาเลย แม้จะได้บ้างแต่มันก็คงไม่ต่างกัน ดีไม่ดีพอเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ อาจจะคืนกลับไปสู่สภาพเดิมหรือแย่ลงไปกว่าเก่าเสียอีก

อย่าได้แปลกใจว่าเสียงของประชาชนที่วัดจากทำโพลมาเป็นระยะๆนั้น นอกจากพอใจการทำงานของนายกฯแล้ว

ยังยืนยันขอให้อยู่แก้ปัญหาและจัดการประเทศให้นานๆ

ในวงรอบการเมืองของประเทศนี้ไม่เคยมีปรากฏการณ์อย่างนี้มาก่อน ไม่ว่ายุคไหนสมัยไหนก็ตาม

ไม่ว่านายกฯที่มาจาก “เผด็จการ” หรือ “ประชาธิปไตย” ก็ตาม

ตรงนี้จึงเป็นเรื่องที่ทุกคนจะต้องช่วยกันคิด และไตร่ตรองกันให้ดีว่าทำไมจึงเป็นเช่นนี้ และควรจะเข้าไปมีส่วนร่วมเพื่อให้สอดรับกับความต้องการของประชาชน

มีความจริงใจ กล้าตัดสินใจ ซื่อสัตย์สุจริต มีวิสัยทัศน์ ตรงไปตรงมาและกล้าที่จะเข้าไปแก้ไขในสิ่งที่เป็นปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของระบบและตัวบุคคลก็ตาม

นั่นเป็นความเชื่อมั่นที่ประชาชนมอบให้อย่างเป็นรูปธรรม

ที่สำคัญก็คือไม่ได้คิดว่าที่จะต้องอยู่ต่อไปอีก 2 ปี เพราะต้องการ “สืบทอดอำนาจ” ซึ่งเป็นประเด็นที่กำลังมีการปลุกระดมให้เกิดการต่อต้านแนวคิดนี้

หากย้อนกลับไปบรรดานักการเมือง หรือนักเลือกตั้งทั้งหลายที่ออกมาโจมตีเรื่องนี้ว่า ที่ผ่านมาพวกเขาได้แก้ปัญหาหรือสร้างปัญหา ทำอะไรไว้กับประเทศชาติและประชาชน

ถ้าเข้าใจกันตรงนี้ได้ประเทศชาติจะได้ประโยชน์เต็มๆ.

“สายล่อฟ้า”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้