ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    โค้งสุดท้ายเคาะร่างรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูป : สำเร็จหรือล้มเหลว!

    ทีมข่าวการเมือง8 มิ.ย. 2558 05:01 น.
    SHARE

    นายกรัฐมนตรีคนนอก

    ที่มาของ ส.ว.และการเพิ่มอำนาจให้วุฒิสภา

    การเลือกตั้งโอเพนลิสต์และเปิดให้กลุ่มการเมืองลงเลือกตั้ง

    สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปแห่งชาติ

    เป็นประเด็นสำคัญในร่างรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูป ซึ่งถูกฝ่ายการเมือง นักวิชาการ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) หยิบยกขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

    อาทิ เปิดช่องให้มีการสืบทอดอำนาจ พรรคการเมืองอ่อนแอ รัฐบาลอ่อนยวบ บริหารประเทศลำบาก

    จึงเสนอประเด็นหลากหลายให้คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญ

    ในห้วงเวลาที่เหลือ กมธ.ยกร่างฯต้องทำงานแข่งกับเวลา พร้อมรอดูร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวที่ ครม.จะเสนอต่อ สนช.ว่า เนื้อหากำหนดการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปจะลงเอยอย่างไร

    เพราะจะส่งผลต่อการพิจารณาขอขยายเวลาการทำงานของ กมธ.ยกร่างฯออกไปอีก หรือไม่ หากขยายจะขยาย 30 วันหรือ 60 วันหรือ 90 วัน เป็นปฏิทินการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่น่าติดตามยิ่ง

    ระหว่างนี้ไปตามติดทิศทางการแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญของ กมธ.ยกร่างฯกับ นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษก กมธ.ยกร่างฯ ให้สัมภาษณ์ ทีมข่าวการเมือง

    โดยขอออกตัวเป็นการพูดคุยในนามส่วนตัว ท้ายสุดโฉมหน้าของรัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับ กมธ.ยกร่างฯมีมติในช่วงโค้งสุดท้าย

    เริ่มตั้งแต่ที่มาของ ส.ว. มีการเสนอแก้ไขหลายลักษณะแตกต่างกันไป กมธ.ยกร่างฯพิจารณาโดยยึดหลักให้วุฒิสภาสามารถร่วม ตัวแทนส่วนต่างๆของสังคมไทยให้มีที่ยืน เชื่อจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศอย่างมากและไม่มีเจตนาให้สืบทอดอำนาจ

    ถ้าออกแบบให้มาจากการเลือกตั้ง มีคำถามว่าเมื่อมีที่มาเหมือนสภาผู้แทนราษฎร เกิดความใกล้เคียงกัน คนกลุ่มอื่นในสังคมที่ร่วมกันผลักดันสังคม ทั้งตัวแทนเกษตรกร ตัวแทนแรงงาน ที่มีโอกาสน้อยมากที่จะเข้ามา สมควรหรือไม่ที่จะผลักดันให้คนเหล่านี้ออกไปอยู่นอกโครงสร้างทางการเมือง ตรงนี้ก็เป็นจุดที่มาของวิกฤติประเทศเหมือนกัน

    เมื่อเป็นเช่นนี้จะแก้โจทย์ตรงนี้อย่างไร จะให้ ส.ว.มาจากการแต่งตั้งก็ไม่เหมาะ การคัดสรรจะทำให้เกิดความเป็นธรรมอย่างไร ฉะนั้นที่มาของ ส.ส.ต้องพิจารณาให้รอบคอบ

    แม้จะเปลี่ยนแปลงจากร่างแรกมาพอสมควร สุดท้ายให้มี ส.ว.แบบสรรหาและเลือกตั้ง 77 จังหวัด โดยมีกรรมการกลั่นกรอง ให้มีตัวแทนจากกลุ่มต่างๆเข้ามามากที่สุด คิดว่าประเด็นให้มีกรรมการกลั่นกรองน่าจะตกไป

    ขณะที่ระบบการเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม มีคำขอแก้ไขเข้ามาบ้าง เท่าที่ฟังเสียงก็เป็นประเด็นที่สังคมภายนอกไม่คัดค้าน

    แต่ที่เน้นหนักส่วนใหญ่เสนอให้ตัดกลุ่มการเมืองลงเลือกตั้ง เรื่องนี้คงเดินต่อไปได้ยาก แม้ผ่อนคลายให้ก่อตั้งพรรคการเมืองได้ง่ายขึ้น หากตัดปมนี้ทิ้ง คำว่ากลุ่มการเมืองที่กระจายอยู่ในกว่า 100 มาตราคงต้องปรับแก้ใหม่

    การเลือกตั้งระบบโอเพนลิสต์ก็ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ชัดเจน แม้มีเสียงคัดค้านมาก โดยเฉพาะจากพรรคการเมือง เหตุผลที่ท้วงติงทั้งหมดจะหยิบขึ้นมาพิจารณาว่าผิดจุดประสงค์การมี ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์หรือไม่

    ประเด็นนี้เมื่อนำไปเผยแพร่หรือผลสำรวจ ปรากฏว่าประชาชนพอใจ ปมนี้ยังก้ำกึ่งถึงจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

    มาตรา 181-182 เป็นอีกเรื่องที่ กมธ.ยกร่างฯมีเจตนาออกแบบสร้างดุลระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้าน เนื่องจากเมื่อเราผ่อนคลายให้ ส.ส.ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามระเบียบของพรรคในทุกกรณี และกำหนดให้เลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม

    พอคาดการณ์ได้จะไม่มีพรรคใดพรรคหนึ่งครองเสียงข้างมาก เป็นรัฐบาลแบบสัดส่วนผสม จึงเสริมปีกให้รัฐบาลเข้มแข็งขึ้น เพื่อถ่วงดุลกันและกัน เผื่อมีเสียงต่อรองกันในสภาผู้แทนราษฎร

    แต่เมื่อมีเสียงคัดค้านและมีคำขอแก้ไขจำนวนมาก ประเด็นนี้คงเดินไปได้ยาก โดยเฉพาะมาตรา 182 ที่นำไปผูกโยงกับวาระซ่อนเร้นออกกฎหมายนิรโทษกรรมหรือไม่

    มาตรา 181 อาจจะปรับปรุงแก้ไขคงไว้ว่ารัฐบาลไปขอความไว้วางใจจากสภาผู้แทนราษฎรได้ แต่ไม่ตัดสิทธิการขอเปิดอภิปราย ไม่ไว้วางใจจากสภาผู้แทนราษฎร แบบนี้น่าจะพอไปได้หรือไม่

    ไปดูที่มาของนายกฯ เรามีเจตนาไม่ได้เปิดทางให้ใครเข้ามาเป็นนายกฯโดยไม่ผ่านการเลือกตั้ง คงหลักการเลือกนายกฯในสภาผู้แทน ราษฎรโดยเปิดเผย และประธานสภาผู้แทนราษฎรนำความกราบบังคมทูล

    เท่าที่ดูมีคำขอแก้ไขน้อย คงเกิดจากเราแก้ไขไปแล้วครั้งหนึ่งว่าถ้าบุคคลที่จะเป็นนายกฯไม่ได้เป็น ส.ส.ต้องได้คะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3

    แต่จะมีหลักประกันมากขึ้นหรือไม่ ขอให้รอดู กมธ.ยกร่างฯพิจารณา โดยอย่าลืมว่าที่ผ่านมาเมื่อล็อกให้นายกฯมาจาก ส.ส.เท่านั้น มันหาทางออกให้ประเทศไม่ได้ จนเกิดวิกฤติมาแล้ว 2 รอบ

    กรอบการปฏิรูปประเทศ โดยกำหนดให้มีสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปแห่งชาติ จะปรับแก้ที่มาของกรรมการทั้ง 2 ชุดอย่างไร เพราะถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าเปิดประตูให้สืบทอดอำนาจ

    นายคำนูญ บอกว่า ในรอบ 10 ปีบ้านเมืองเกิดความเสียหายใหญ่หลวง มีการชุมนุมรวม 701 วัน บาดเจ็บล้มตายไม่น้อย มูลค่า
    ความเสียหายกว่า 2 ล้านล้านบาท ไม่นับการสูญเสียทางจิตใจ

    รัฐธรรมนูญจึงถูกออกแบบให้มีการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองครั้งใหญ่ ประเทศไทยควรจะได้เกิดใหม่ฟื้นขึ้นมาจากความขัดแย้ง
    ความขัดแย้งไม่ใช่เรื่องของ 2 พรรค 2 กลุ่ม แต่รากฐานความขัดแย้งเกิดจากประชาชนได้รับโอกาสที่ไม่เท่าเทียม เหลื่อมล้ำ รวยกระจุกจนกระจาย และความไม่ยุติธรรมบางอย่างก่อตัวมายาวนาน

    เราไม่อยากเห็นเหมือนคราวใช้รัฐธรรมนูญปี 50 แล้วประกาศเลือกตั้ง แต่ต้องหาวิธีการที่ไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งขึ้นเหมือนในอดีต
    เราต้องมาใคร่ครวญให้เหมาะสม ต้องเปลี่ยนแปลงความเคยชินหรือผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม ต้องทบทวนให้ดีเกี่ยวกับบทบัญญัติการปฏิรูปทั้งเนื้อหาและกลไก

    เพื่อป้องกันกลไกพิเศษนี้อยู่เหนือรัฐบาลปกติ และให้รัฐบาลปกติยอมรับ มีกลไกในการทำงานร่วมกัน ส่วนเรื่องเนื้อหาจะต้องไม่ให้เกิดความขัดแย้งเสียเอง

    วันนี้ถึงอย่างไรสภาขับ เคลื่อนการปฏิรูปประเทศจะต้องเกิดขึ้น เพื่อเป็นกลไกพิเศษที่เป็นอิสระจากพรรค การเมืองและอาจจะเป็นตัวช่วยรัฐบาลในการทำงานได้

    แต่การเขียนควรทำด้วยความระมัดระวัง จะกำหนดไว้ในรัฐ-ธรรมนูญหรือแยกออกมาเป็นกฎหมายลูก เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปเต็มรูปแบบ

    การปฏิรูปย่อมกระทบต่อกลุ่มทุนที่ต้องแชร์ประโยชน์สู่ทุกกลุ่มมากขึ้น ปัญหาคือการเมืองยังมีความใกล้ชิดกลุ่มทุนทั้งทางตรงหรือทางอ้อม นโยบายบางเรื่องจะผ่านได้ยาก

    ถ้ากำหนดให้มีสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศในรัฐธรรมนูญ อาจจะช่วยคลายปัญหานี้ในบางระดับ

    ทีมข่าวการเมือง ถามว่า มั่นใจระดับไหนถึงผลสำเร็จในการ ปฏิรูปประเทศ นายคำนูญ บอกว่า ขอย้ำอีกรอบว่าการออกแบบทำ รัฐธรรมนูญไม่ใช่แค่ให้มีการเลือกตั้ง แต่จะต้องเป็นสูติบัตรประเทศไทย สร้างกลไกระงับยับยั้งวิกฤติที่รากฐานของประเทศ

    ฉะนั้นการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญรอบนี้ จะเขียนโดยรับฟังเสียงของทุกฝ่าย ให้เป็นที่พอใจกับทุกฝ่ายมากที่สุด ก่อนให้ สปช.ตัดสินว่าดีพอจะให้ประชาชนลงมติหรือไม่

    แต่ขณะเดียวกันก็เป็นไปไม่ได้ ที่จะแก้ไขโดยไม่เหลือรากเหง้าของเราเลย และเมื่อรัฐธรรมนูญออกไปแล้วจะต้องแก้ปัญหาของประเทศได้จริง วันนี้ต้องคิดถึงสังคมไทยในอนาคต

    เพราะมีตัวอย่างของประเทศที่ขัดแย้งแล้วเกิดสงครามกลางเมือง แต่เราไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นในประเทศไทย

    แต่อย่าประมาท ต้องหาทางยุติให้ได้.

    ทีมการเมือง

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    วิเคราะห์การเมืองทีมการเมืองโค้งสุดท้ายเคาะร่างรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปคำนูณ สิทธิสมานร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญสปช.สนช.สืบทอดอำนาจพรรคการเมืองกมธ.

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอังคารที่ 29 กันยายน 2563 เวลา 14:43 น.