วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
โค้งสุดท้ายเคาะร่างรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูป : สำเร็จหรือล้มเหลว!

โค้งสุดท้ายเคาะร่างรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูป : สำเร็จหรือล้มเหลว!

  • Share:

นายกรัฐมนตรีคนนอก

ที่มาของ ส.ว.และการเพิ่มอำนาจให้วุฒิสภา

การเลือกตั้งโอเพนลิสต์และเปิดให้กลุ่มการเมืองลงเลือกตั้ง

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปแห่งชาติ

เป็นประเด็นสำคัญในร่างรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูป ซึ่งถูกฝ่ายการเมือง นักวิชาการ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) หยิบยกขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

อาทิ เปิดช่องให้มีการสืบทอดอำนาจ พรรคการเมืองอ่อนแอ รัฐบาลอ่อนยวบ บริหารประเทศลำบาก

จึงเสนอประเด็นหลากหลายให้คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญ

ในห้วงเวลาที่เหลือ กมธ.ยกร่างฯต้องทำงานแข่งกับเวลา พร้อมรอดูร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวที่ ครม.จะเสนอต่อ สนช.ว่า เนื้อหากำหนดการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปจะลงเอยอย่างไร

เพราะจะส่งผลต่อการพิจารณาขอขยายเวลาการทำงานของ กมธ.ยกร่างฯออกไปอีก หรือไม่ หากขยายจะขยาย 30 วันหรือ 60 วันหรือ 90 วัน เป็นปฏิทินการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่น่าติดตามยิ่ง

ระหว่างนี้ไปตามติดทิศทางการแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญของ กมธ.ยกร่างฯกับ นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษก กมธ.ยกร่างฯ ให้สัมภาษณ์ ทีมข่าวการเมือง

โดยขอออกตัวเป็นการพูดคุยในนามส่วนตัว ท้ายสุดโฉมหน้าของรัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับ กมธ.ยกร่างฯมีมติในช่วงโค้งสุดท้าย

เริ่มตั้งแต่ที่มาของ ส.ว. มีการเสนอแก้ไขหลายลักษณะแตกต่างกันไป กมธ.ยกร่างฯพิจารณาโดยยึดหลักให้วุฒิสภาสามารถร่วม ตัวแทนส่วนต่างๆของสังคมไทยให้มีที่ยืน เชื่อจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศอย่างมากและไม่มีเจตนาให้สืบทอดอำนาจ

ถ้าออกแบบให้มาจากการเลือกตั้ง มีคำถามว่าเมื่อมีที่มาเหมือนสภาผู้แทนราษฎร เกิดความใกล้เคียงกัน คนกลุ่มอื่นในสังคมที่ร่วมกันผลักดันสังคม ทั้งตัวแทนเกษตรกร ตัวแทนแรงงาน ที่มีโอกาสน้อยมากที่จะเข้ามา สมควรหรือไม่ที่จะผลักดันให้คนเหล่านี้ออกไปอยู่นอกโครงสร้างทางการเมือง ตรงนี้ก็เป็นจุดที่มาของวิกฤติประเทศเหมือนกัน

เมื่อเป็นเช่นนี้จะแก้โจทย์ตรงนี้อย่างไร จะให้ ส.ว.มาจากการแต่งตั้งก็ไม่เหมาะ การคัดสรรจะทำให้เกิดความเป็นธรรมอย่างไร ฉะนั้นที่มาของ ส.ส.ต้องพิจารณาให้รอบคอบ

แม้จะเปลี่ยนแปลงจากร่างแรกมาพอสมควร สุดท้ายให้มี ส.ว.แบบสรรหาและเลือกตั้ง 77 จังหวัด โดยมีกรรมการกลั่นกรอง ให้มีตัวแทนจากกลุ่มต่างๆเข้ามามากที่สุด คิดว่าประเด็นให้มีกรรมการกลั่นกรองน่าจะตกไป

ขณะที่ระบบการเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม มีคำขอแก้ไขเข้ามาบ้าง เท่าที่ฟังเสียงก็เป็นประเด็นที่สังคมภายนอกไม่คัดค้าน

แต่ที่เน้นหนักส่วนใหญ่เสนอให้ตัดกลุ่มการเมืองลงเลือกตั้ง เรื่องนี้คงเดินต่อไปได้ยาก แม้ผ่อนคลายให้ก่อตั้งพรรคการเมืองได้ง่ายขึ้น หากตัดปมนี้ทิ้ง คำว่ากลุ่มการเมืองที่กระจายอยู่ในกว่า 100 มาตราคงต้องปรับแก้ใหม่

การเลือกตั้งระบบโอเพนลิสต์ก็ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ชัดเจน แม้มีเสียงคัดค้านมาก โดยเฉพาะจากพรรคการเมือง เหตุผลที่ท้วงติงทั้งหมดจะหยิบขึ้นมาพิจารณาว่าผิดจุดประสงค์การมี ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์หรือไม่

ประเด็นนี้เมื่อนำไปเผยแพร่หรือผลสำรวจ ปรากฏว่าประชาชนพอใจ ปมนี้ยังก้ำกึ่งถึงจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

มาตรา 181-182 เป็นอีกเรื่องที่ กมธ.ยกร่างฯมีเจตนาออกแบบสร้างดุลระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้าน เนื่องจากเมื่อเราผ่อนคลายให้ ส.ส.ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามระเบียบของพรรคในทุกกรณี และกำหนดให้เลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม

พอคาดการณ์ได้จะไม่มีพรรคใดพรรคหนึ่งครองเสียงข้างมาก เป็นรัฐบาลแบบสัดส่วนผสม จึงเสริมปีกให้รัฐบาลเข้มแข็งขึ้น เพื่อถ่วงดุลกันและกัน เผื่อมีเสียงต่อรองกันในสภาผู้แทนราษฎร

แต่เมื่อมีเสียงคัดค้านและมีคำขอแก้ไขจำนวนมาก ประเด็นนี้คงเดินไปได้ยาก โดยเฉพาะมาตรา 182 ที่นำไปผูกโยงกับวาระซ่อนเร้นออกกฎหมายนิรโทษกรรมหรือไม่

มาตรา 181 อาจจะปรับปรุงแก้ไขคงไว้ว่ารัฐบาลไปขอความไว้วางใจจากสภาผู้แทนราษฎรได้ แต่ไม่ตัดสิทธิการขอเปิดอภิปราย ไม่ไว้วางใจจากสภาผู้แทนราษฎร แบบนี้น่าจะพอไปได้หรือไม่

ไปดูที่มาของนายกฯ เรามีเจตนาไม่ได้เปิดทางให้ใครเข้ามาเป็นนายกฯโดยไม่ผ่านการเลือกตั้ง คงหลักการเลือกนายกฯในสภาผู้แทน ราษฎรโดยเปิดเผย และประธานสภาผู้แทนราษฎรนำความกราบบังคมทูล

เท่าที่ดูมีคำขอแก้ไขน้อย คงเกิดจากเราแก้ไขไปแล้วครั้งหนึ่งว่าถ้าบุคคลที่จะเป็นนายกฯไม่ได้เป็น ส.ส.ต้องได้คะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3

แต่จะมีหลักประกันมากขึ้นหรือไม่ ขอให้รอดู กมธ.ยกร่างฯพิจารณา โดยอย่าลืมว่าที่ผ่านมาเมื่อล็อกให้นายกฯมาจาก ส.ส.เท่านั้น มันหาทางออกให้ประเทศไม่ได้ จนเกิดวิกฤติมาแล้ว 2 รอบ

กรอบการปฏิรูปประเทศ โดยกำหนดให้มีสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปแห่งชาติ จะปรับแก้ที่มาของกรรมการทั้ง 2 ชุดอย่างไร เพราะถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าเปิดประตูให้สืบทอดอำนาจ

นายคำนูญ บอกว่า ในรอบ 10 ปีบ้านเมืองเกิดความเสียหายใหญ่หลวง มีการชุมนุมรวม 701 วัน บาดเจ็บล้มตายไม่น้อย มูลค่า
ความเสียหายกว่า 2 ล้านล้านบาท ไม่นับการสูญเสียทางจิตใจ

รัฐธรรมนูญจึงถูกออกแบบให้มีการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองครั้งใหญ่ ประเทศไทยควรจะได้เกิดใหม่ฟื้นขึ้นมาจากความขัดแย้ง
ความขัดแย้งไม่ใช่เรื่องของ 2 พรรค 2 กลุ่ม แต่รากฐานความขัดแย้งเกิดจากประชาชนได้รับโอกาสที่ไม่เท่าเทียม เหลื่อมล้ำ รวยกระจุกจนกระจาย และความไม่ยุติธรรมบางอย่างก่อตัวมายาวนาน

เราไม่อยากเห็นเหมือนคราวใช้รัฐธรรมนูญปี 50 แล้วประกาศเลือกตั้ง แต่ต้องหาวิธีการที่ไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งขึ้นเหมือนในอดีต
เราต้องมาใคร่ครวญให้เหมาะสม ต้องเปลี่ยนแปลงความเคยชินหรือผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม ต้องทบทวนให้ดีเกี่ยวกับบทบัญญัติการปฏิรูปทั้งเนื้อหาและกลไก

เพื่อป้องกันกลไกพิเศษนี้อยู่เหนือรัฐบาลปกติ และให้รัฐบาลปกติยอมรับ มีกลไกในการทำงานร่วมกัน ส่วนเรื่องเนื้อหาจะต้องไม่ให้เกิดความขัดแย้งเสียเอง

วันนี้ถึงอย่างไรสภาขับ เคลื่อนการปฏิรูปประเทศจะต้องเกิดขึ้น เพื่อเป็นกลไกพิเศษที่เป็นอิสระจากพรรค การเมืองและอาจจะเป็นตัวช่วยรัฐบาลในการทำงานได้

แต่การเขียนควรทำด้วยความระมัดระวัง จะกำหนดไว้ในรัฐ-ธรรมนูญหรือแยกออกมาเป็นกฎหมายลูก เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปเต็มรูปแบบ

การปฏิรูปย่อมกระทบต่อกลุ่มทุนที่ต้องแชร์ประโยชน์สู่ทุกกลุ่มมากขึ้น ปัญหาคือการเมืองยังมีความใกล้ชิดกลุ่มทุนทั้งทางตรงหรือทางอ้อม นโยบายบางเรื่องจะผ่านได้ยาก

ถ้ากำหนดให้มีสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศในรัฐธรรมนูญ อาจจะช่วยคลายปัญหานี้ในบางระดับ

ทีมข่าวการเมือง ถามว่า มั่นใจระดับไหนถึงผลสำเร็จในการ ปฏิรูปประเทศ นายคำนูญ บอกว่า ขอย้ำอีกรอบว่าการออกแบบทำ รัฐธรรมนูญไม่ใช่แค่ให้มีการเลือกตั้ง แต่จะต้องเป็นสูติบัตรประเทศไทย สร้างกลไกระงับยับยั้งวิกฤติที่รากฐานของประเทศ

ฉะนั้นการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญรอบนี้ จะเขียนโดยรับฟังเสียงของทุกฝ่าย ให้เป็นที่พอใจกับทุกฝ่ายมากที่สุด ก่อนให้ สปช.ตัดสินว่าดีพอจะให้ประชาชนลงมติหรือไม่

แต่ขณะเดียวกันก็เป็นไปไม่ได้ ที่จะแก้ไขโดยไม่เหลือรากเหง้าของเราเลย และเมื่อรัฐธรรมนูญออกไปแล้วจะต้องแก้ปัญหาของประเทศได้จริง วันนี้ต้องคิดถึงสังคมไทยในอนาคต

เพราะมีตัวอย่างของประเทศที่ขัดแย้งแล้วเกิดสงครามกลางเมือง แต่เราไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นในประเทศไทย

แต่อย่าประมาท ต้องหาทางยุติให้ได้.

ทีมการเมือง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้