วันจันทร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เศรษฐีผู้น่าสงสาร

ผู้รู้สอนว่าเรื่องเล่าในตำนาน นิทาน หรือนิยายปรัมปรา ที่พ่อแก่แม่เฒ่าเล่าให้ลูกหลานฟัง เนื้อหาดูจะเลื่อนลอย โลดโผนเหลือเชื่อนั้น... หากใช้ปัญญาเป็นตะแกรงร่อน...ก็อาจจะพบ “ความจริง” ที่เหมือนเพชรทอง...ล้ำค่า

เรื่องเล่า มีเค้าเป็นเรื่องจริง ชื่อ...ตาเฒ่าแห่งหมู่บ้านเผิง...เป็นเรื่องหนึ่งในหีบหนังสือวังจิ่งหยวนกง ในพระราชวังโบราณกรุงปักกิ่ง...ไม่ได้ลงวันเดือนปีที่เขียน ระบุเพียง หงอิ้งหมิง คนสมัยราชวงศ์หมิง (ราว 600 ปีที่แล้ว) เขียน

หมู่บ้านเผิง ภาคเหนือของจีน เป็นหมู่บ้านใหญ่ คนตระกูลเผิงอยู่มากมาย มีเศรษฐีผู้เฒ่าคนหนึ่ง ร่ำรวยมากมีทองหีบใหญ่ แต่โชคไม่ดี รอบๆบ้านเศรษฐี มีแต่คนอดอยากยากจน

ปีที่ฝนแล้ง แต่ละวันจะมีคนอับจนมากมาย ดาหน้ากันเข้ามาหา บ้างก็ขอยืมเงิน...บ้างก็ขอยืมเสบียง

สีหน้าท่าทีคนขี้ขอพวกนั้น...ไม่มีวี่แวว เมื่อยืมไป เมื่อไหร่จะใช้คืน... เศรษฐีรู้ทัน จึงไม่เคยให้ใคร แต่กระนั้น ก็ยังถูกรบเร้า...ขออยู่วันละหลายเวลา

เศรษฐีเบื่อหน่ายคิดปลดทุกข์ ในที่สุดก็พบวิธี เขารัดเข็มขัดตัวเอง ไม่กินไม่ดื่ม...จนผอมโซ

“ข้าก็ไม่มีจะกินเหมือนพวกเจ้า “เศรษฐีว่า” ที่ไหนจะมีเสบียงอาหารให้พวกเจ้ายืมเล่า”

ฤดูแล้ง เวลาแห่งความอดอยากผ่านเลยไป เข้าสู่ฤดูเหมันต์อันเยือกเย็น ลมหนาวโชยมา แทนที่จะเอาเสื้อผ้าหนาสวมใส่ เศรษฐีก็กัดฟันสวมเสื้อผ้าบางๆ ทั้งขาดทั้งเก่า

เวลาใครมาขอยืมเงิน เศรษฐีก็จะบอกว่า “ดูเอาซี ข้าเองก็หนาวจนจะเป็นผีตายซากอยู่แล้ว สภาพอย่างนี้ ที่ไหนจะมีเงินให้พวกเจ้ายืม”

คนยากจนคนแล้วคนเล่า ผิดหวังบ่ายหน้ากลับไป แต่ไม่นาน ไม่ทันพ้นฤดูหนาว ก็มีข่าวเศรษฐีผู้เฒ่า...ตาย

ไม่มีใครรู้ความจริง เขาอดตาย...หรือหนาวตาย

ในบ้านเขามีทองหีบใหญ่ซุกซ่อนไว้...ทองพวกนี้ไม่เคยมีคนในบ้านเศรษฐีผู้เฒ่า เคยเอาไปใช้ประโยชน์อะไรเลย

เรื่องเล่านี้ เป็นที่มาของภาษิตรากผัก...ที่แพร่หลายในจีน แล้วไปฮิตอยู่ในญี่ปุ่น...คนมีเงินแท้ที่จริง ควรมีใจคอกว้างขวางเมตตาอารี ทำบุญกุศลให้มาก ความดีมากมายมีรอให้ทำ แต่ไม่ทำ กลับปฏิบัติต่อคนอื่นอย่างไร้น้ำใจ

เศรษฐีผู้เฒ่า แห่งหมู่บ้านเผิง คือตัวอย่าง...แม้มีทองกองเท่าภูเขา จะแตกต่างอะไรกับคนยากจนซึ่งไร้ทรัพย์สิน

ภาษิตรากผัก สรุปว่า หากคนมีเงินควรใจกว้าง และมีเมตตา แล้วคนฉลาด...เล่า ควรมีชีวิตอย่างไร

นิทานอมตะที่ปรัชญาเมธี จวงจื๊อ เล่าเรื่องหนึ่ง พระเอกเป็นตั๊กแตนตำข้าว

ตั๊กแตนมีขาหน้าคล้ายเคียว เวลามันจับหนอนกินเป็นอาหาร นับว่ามันมีพลานุภาพยิ่งใหญ่ร้ายกาจ และหากมันสงบเสงี่ยมเจียมตัว จับแต่หนอนที่เป็นภัยพืชไร่ของมนุษย์กิน ก็คงอยู่ได้ดี

แต่เจ้าตั๊กแตนตัวนี้ ตรงกันข้าม มันจับหนอนกินได้ง่ายๆ นานๆเข้าก็ฮึกเหิมย่ามใจ...วันหนึ่ง มันก็ยืนจังก้า ขวางอยู่กลางถนนใหญ่
แน่นอน...เมื่อรถม้าตะบึงวิ่งผ่านมา เจ้าตั๊กแตนก็บี้แบนใต้

ล้อรถ...ทิ้งซากเอาไว้ ไม่มีใครสงสาร

ภาษิตรากผัก สรุปคำสอนชุดนี้ว่า ลาภยศและความฉลาด ไหนเลยจะพึ่งพาอาศัยได้ สิ่งที่มีคุณค่าที่สุด คือจิตใจที่งดงาม และความนอบน้อมถ่อมตน

คนมีเงิน มีลาภยศ มีชีวิตอยู่ในเงามืดแห่งความอิจฉาริษยา อยากรักษาอันดับเศรษฐีไว้สูงๆ ใช้เงินมากเป็นแต้มต่อทำธุรกิจตัดหน้าเอาเปรียบคนอื่น ที่ไหนยังจะหาความสุข จากลาภยศเหล่านั้นได้

คนฉลาด ฉลาดแต่เอาตัวเองรอด กลายเป็นคนโฉดเขลา ชีวิตบั้นปลายมักตาย อย่างโดดเดี่ยวเปลี่ยวเหงา...เรื่องเล่าของเขา อย่างเศรษฐีเฒ่าแห่งหมู่บ้านเผิง กระทั่งชื่อ...ก็ไม่มีใครอยากจำ อยากรู้จัก

คนเป็นผู้นำที่ทั้งฉลาดและเก่งกล้า ทุกเรื่องจะถูกเล่าขาน กล้ายึดทรัพย์ ยึดแผ่นดินคืนจากคนโกง กล้าดูแลรักษาคนดี กล้าอุ้มชูคนยากจน ชื่อเสียงจะถูกจดจำ เป็นสัจจะพิสูจน์ได้ทุกยุคทุกสมัย...

ไม่มีคนสงสัย มาจากการลากตั้งหรือเลือกตั้ง.

กิเลน ประลองเชิง

7 มิ.ย. 2558 11:16 ไทยรัฐ