วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
พล.ท.มนัส เครียดจัด โดนขังรวมก๊วน ‘โกจง’ จ่อจับเพิ่มค้าโรฮีนจา

พล.ท.มนัส เครียดจัด โดนขังรวมก๊วน ‘โกจง’ จ่อจับเพิ่มค้าโรฮีนจา

  • Share:

“พล.ท.มนัส” เครียดจัด กินไม่ได้นอนไม่หลับ ต้องนอน ร่วมคุกเดียวกับ “โกโต้ง-โกหนุ่ย-โกจง” 3 ผู้ต้องหาตัวเอ้ในคดีค้ามนุษย์โรฮีนจา ลุ้นอีก 7 วันถึงรู้ผลว่าจะได้ประกันตัวหรือไม่ หลังทีมทนายความยื่นอุทธรณ์คำสั่งของศาลนาทวี ต่อศาลอุทธรณ์ภาค9 ไปแล้ว “รองเอก” ยันการออกหมายจับผู้ต้องหาทุกรายทำไปตามพยานหลักฐาน ยังอุบไต๋มีจอมบงการตัวบิ๊กเบิ้มที่ใหญ่กว่านายพลคนดังอยู่เบื้องหลังขบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติหรือไม่ ขณะที่กองทัพเรือเข้มงวดศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือประมงเข้า-ออก หวังปลดล็อกใบเหลือง IUU ให้ทันเส้นตายภายใน 6 เดือน

เจ้าหน้าที่ยังคงเดินหน้าล่าตัวผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับในคดีค้ามนุษย์โรฮีนจาอย่างเข้มข้นจริงจังต่อเนื่อง เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 มิ.ย. ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 9 ส่วนหน้า สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.มนตรี โปตระนันทน์ ผบช.ภ.9 พล.ต.ต.พุทธิชาต เอกฉันท์ รอง ผบช.ภ.9 พล.ต.ต.ปวีณ พงษ์สิรินทร์ รอง ผบช.ภ.8 พ.ต.อ.ตรีวิทย์ ศรีประภา รอง ผบก.ภ.จ.สงขลา ร่วมประชุมกับฝ่ายสืบสวนสอบสวนทุกชุดเพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี ทั้งในส่วนการรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งจะครบกำหนดสรุปสำนวนคดีส่งให้อัยการสูงสุดพิจารณาให้ทันในวันที่ 20 มิ.ย.นี้

พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. เปิดเผยภายหลังประชุมถึงกรณีที่ทนายความของ พล.ท.มนัส คงแป้น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก หนึ่งในผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ภาค 9 เพื่อขอประกันตัวอีกครั้งว่า เป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหาที่จะใช้สิทธิ์ยื่นคำร้องขออุทธรณ์ได้หากศาลไม่ให้ประกันตัว แต่ยืนยันว่าการออกหมายจับ พล.ท.มนัส รวมถึงผู้ต้องหาคนอื่นๆ คณะกรรมการสอบสวนคดีนี้ได้หารือร่วมกันถึงข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่จะนำมาสนับสนุนในการกล่าวหาผู้กระทำผิดทั้งหมด โดยพิจารณาอย่างรอบคอบภายใต้พื้นฐานของข้อเท็จจริง ไม่ได้มีการกล่าวหานอกเหนือจากข้อเท็จจริง สามารถยืนยันตามพยานและหลักฐานทั้งหมดได้ ส่วนที่ต้องคัดค้านการประกันตัว พล.ท.มนัส รวมถึงผู้ต้องหาทุกคน เนื่องจากเป็นคดีสำคัญเกรงว่าผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ทั้งนี้ ในเรื่องคำร้องของผู้ต้องหาจะเป็นมาตรฐานการปฏิบัติเหมือนกันหมดทุกคน

พล.ต.อ.เอกยังกล่าวอีกว่า คดีนี้จะมีการออกหมายจับผู้ต้องหาคนสำคัญที่ใหญ่กว่า พล.ท.มนัส หรือไม่นั้นจะต้องว่ากันไปตามพยานหลักฐาน เจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทั้งพยานที่เกี่ยวข้องโดยตรงหรือจากคำให้การของผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ หากพาดพิงถึงใครและมีน้ำหนักมากพอก็จะยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอออกหมายจับทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นใคร ขณะนี้ยังไม่มีการออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติม ยังอยู่ที่ 84 หมาย จับแล้ว 53 คน เหลืออีก 31 คนที่ยังหลบหนี อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ได้ประชุมร่วมกับฝ่ายสอบสวน เจ้าหน้าที่เตรียมที่จะยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อให้มีการสืบพยานบางคนล่วงหน้า เนื่องจากมีความจำเป็นในเรื่องของการสืบพยานต่างๆ เพื่อเร่งรัดการสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานให้เสร็จในวันที่ 19 มิ.ย. ก่อนครบกำหนดฝากขังผู้ต้องหา 2 ราย เพื่อให้เวลากับอัยการสูงสุดพิจารณาสำนวน และส่งคดีผู้ต้องหาแต่ละคนตามความผิดที่ถูกกล่าวหาในแต่ละฐานความผิด และในวันที่ 8 มิ.ย.นี้ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายจะประชุมร่วมกันอีกครั้ง

“ขณะนี้อัยการสูงสุดได้มอบหมายให้อัยการระดับรองอธิบดีในสำนักงานของส่วนกลาง 3 คน รวมถึงอัยการในพื้นที่ จ.สตูล จ.ระนอง จ.สงขลา ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ทั้งหมด เข้ามาร่วมสอบสวนกับตำรวจ เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และให้ ปปง.ทำหน้าที่ติดตามอายัดทรัพย์สินเครือข่ายผู้เกี่ยวข้อง ผู้บงการ นักการเมืองท้องถิ่น เจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนเรียกรับผลประโยชน์ ขณะนี้ยึดได้แล้ว 80 ล้านบาท การสอบสวนคดีมีความคืบหน้ามาก หากขยายผลถึงผู้ใดต้องถูกจับกุมทั้งหมด ไม่ว่าทหารหรือตำรวจ ขณะนี้ออกหมายจับเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสารวัตรไปแล้ว 4 ราย” พล.ต.อ.เอกกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ พล.ท.มนัส คงแป้น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก หนึ่งในผู้ต้องหาค้ามนุษย์ ขณะนี้ยังคงถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำอำเภอนาทวี หลังจากที่ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวเมื่อเย็นวันที่ 5 มิ.ย. แม้ทนายความจะยื่นคำร้องขอไต่สวนฉุกเฉินโดยอ้างว่าการออกหมายจับและการควบคุมตัวไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่หลังจากที่ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า การสืบสวนสอบสวนและขอหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้ตั้งแต่ต้นเป็นต้นมา อยู่ในอำนาจของศาลนาทวี จึงวินิจฉัยว่าการใช้อำนาจของพนักงานสอบสวนชอบด้วยกฎหมาย จากนั้นทีมทนายของ พล.ท.มนัส ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งของศาลนาทวี ต่อศาลอุทธรณ์ภาค 9 อีกครั้ง ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 7 วัน จึงจะทราบผลว่าศาลจะอนุญาตให้ประกันตัวหรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมอีกว่า ขณะนี้ พล.ท.มนัส ถูกควบคุมตัวอยู่ในแดนแรกรับ เรือนจำอำเภอนาทวี จ.สงขลา ร่วมกับผู้ต้องหาคนสำคัญในคดีค้ามนุษย์โรฮีนจา ทั้งถูกจับกุมและเข้ามอบตัวไปก่อนหน้านี้ โดยอยู่รวมกับ นายปัจจุบัน อังโชติพันธุ์ หรือโกโต้ง, นายสุวรรณ แสงทอง หรือโกหนุ่ย และนายบรรจง ปองผล หรือโกจง ซึ่งทุกคนต้องใช้ชีวิตประจำวันเหมือนกับผู้ต้องขังรายอื่นๆไม่มีข้อยกเว้นใดๆ จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ผู้ดูแลเผยว่า พล.ท.มนัส ยังมีอาการเครียดและครุ่นคิดตลอดเวลา สีหน้าอิดโรยคล้ายอดนอน ไม่ค่อยพูดคุยกับใคร และกินอาหารได้น้อย เนื่องจากยังปรับตัวให้เข้ากับสภาพในเรือนจำไม่ได้ โดยในช่วงวันหยุด มีญาติและคนสนิทนำอาหารเข้าเยี่ยมตามปกติ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้จัดกำลังเฝ้าสังเกตอาการของผู้ต้องหาอย่างใกล้ชิด

ส่วนความคืบหน้าการขนย้ายศพชาวโรฮีนจาที่พบในฝั่งรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย เขตติดต่อชายแดนไทย ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา พล.ต.ต.พุทธิชาต เอกฉันท์ รอง ผบช.ภ.9 ในฐานะโฆษกศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 9 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อจากฝ่ายเจ้าหน้าที่มาเลเซีย คาดว่ายังอยู่ระหว่างดำเนินการขุดศพขึ้นมาชันสูตรและพิสูจน์ทราบเพื่อเก็บรวบรวมหลักฐาน ยืนยันว่าทุกขั้นตอนการปฏิบัติงานอยู่ในฝั่งประเทศมาเลเซีย 100 เปอร์เซ็นต์ โดยมาเลเซียอาจติดต่อมาขอใช้พื้นที่ไทยเป็นทางผ่านเท่านั้น ซึ่งมีเพียง 3 ช่องทางที่จะนำศพลงมาคือ 1.เจ้าหน้าที่มาเลเซียอาจใช้พื้นที่ของตัวเองขนย้ายศพลงมา 2.อาจใช้วิธีขนทางอากาศโดยเฮลิคอปเตอร์ ลงจอดพื้นที่ของตัวเองเพื่อขนย้ายศพ และวิธีสุดท้ายคือ ขอใช้พื้นที่ฝั่งไทยเป็นทางผ่านขนย้ายศพลงมา แต่เจ้าหน้าที่ไทยจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวแต่อย่างใด เพียงช่วยอำนวยความสะดวกในเรื่องเส้นทางผ่านแดนฝั่งไทยเท่านั้น

วันเดียวกัน พล.ร.ท.สุชีพ หวังไมตรี ผบ.ทัพเรือภาคที่ 1 กองทัพเรือ เปิดเผยภายหลังการตรวจเยี่ยมศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือประมงเข้า-ออก (ศูนย์ PiPo) ในพื้นที่ จ.ชุมพร จำนวน 2 ศูนย์ ได้แก่ ศูนย์ควบคุมฯ ชุมพร และศูนย์ควบคุมฯหลังสวน ภายใต้การควบคุมดูแลของศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลเขต 1 (ศรชล.เขต 1) ว่า ศูนย์ PiPo ของ ศรชล.เขต 1 ได้จัดตั้งขึ้นจำนวน 16 ศูนย์ เพื่อแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎ IUU ซึ่งเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล เนื่องจากประเทศ ไทยได้รับการประกาศเตือนจากสหภาพยุโรป ถึงการจัดให้มีมาตรการในการป้องกัน ยับยั้งและขจัดการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม IUU หากไม่มีการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังเร่งด่วนภายใน 6 เดือน อาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าสัตว์น้ำของประเทศไทยกับสหภาพยุโรป ที่มีมูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาทต่อปีในอนาคต

“จากการบูรณาการแก้ไข IUU อย่างเข้มข้นของทุกฝ่าย มั่นใจว่าประเทศไทยจะสามารถผ่านพ้นและปลดใบเหลือง ภายในระยะเวลา 6 เดือน ตามที่สหภาพยุโรปให้โอกาสในการแก้ไขปัญหาการทำประมงแบบ IUU ให้เป็นรูปธรรมได้ สำหรับผู้ประกอบการเรือประมงขนาด 30 ตันกรอสขึ้นไป รวมถึงแพปลา และท่าเทียบเรือประมงต่างๆ โปรดให้ความร่วมมือในการเข้าสู่ระบบ Port in-Port out (PiPo) เพื่อเข้าสู่ระบบการทำประมงถูกกฎหมาย ในการเตรียมความพร้อมของภาคการประมงไทยเพื่อร่วมกันป้องกันการทำประมงแบบ IUU ตามหลักสากล ทั้งยังแสดงให้นานาประเทศทั่วโลกเห็นว่า การประมงของไทยพร้อมที่จะดำเนินการทุกอย่าง เพื่อให้ประมงไทยปราศจากข้อกังขาของ IUU อันจะส่งผลให้เกิดความยั่งยืนของทรัพยากรสัตว์น้ำและอาชีพประมงของไทยตลอดไป” พล.ร.ท.สุชีพกล่าว

พล.ร.ท.สุชีพกล่าวอีกว่า สำหรับผลการตรวจสอบ ศูนย์การแจ้งเรือประมงเข้า-ออก (PiPo) ของทั้ง 2 ศูนย์ฯในพื้นที่ จ.ชุมพร ที่มี น.อ.บัญฑิต ชื่นอิ่ม และน.ต.ยุทธพล เรือฤทธิ์ เป็นหัวหน้าศูนย์ฯ ซึ่งมีเรือประมงกว่า 300 ลำ ผ่านเข้า-ออก พบว่ายังมีการกระทำผิดกฎหมาย ได้แก่ อาชญาบัตรไม่ตรงกับตัวเรือ (การสวมทะเบียนเรือ) การใช้อุปกรณ์จับสัตว์น้ำผิด พ.ร.บ.ประมง และการใช้แรงงานภายในเรือที่ไม่ถูกต้อง ยังมีอยู่จำนวนมาก เบื้องต้นได้ให้เจ้าหน้าที่ชี้แจงและทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการเรือประมงดังกล่าวแล้ว หากไม่มีการดำเนินการแก้ไขและเมื่อประกาศใช้มาตรการ IUU ในวันที่ 1 ก.ค.นี้แล้ว หากตรวจพบจะต้องดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฎหมายโดยไม่มียกเว้น

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้