วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ต่ออายุ ‘บิ๊กตู่’ 2 ปี ดันปชช. ออกหน้าล่ารายชื่อ

สปช.เหนียมไม่กล้าเสนอเอง ‘วิษณุ’ กั๊กให้รอ 2-3 วันชัดเจนปชป.ติงอย่าหลงลมสอพลอ

“วิษณุ” พลิ้วรัฐบาลยังไม่คิดปมทำประชามติ ต่ออายุ 2 ปีแม้ทำได้ แต่ยังไม่รีบเคาะ อดใจรอ 2-3 วัน มีคำตอบชัดเจนยืดโรดแม็ป จ่อชง สนช.แก้ รธน.ชั่วคราวซาวเสียงร่าง รธน.-ขยายเวลา กมธ.ยกร่างฯแค่ 10 หรือ 20 วัน “บิ๊กโด่ง” ป้องนายกฯ และทหารไม่กระหายสืบทอดอำนาจ กลุ่ม สปช.ตั้งแท่นชงที่ประชุมใหญ่หาข้อสรุป “ไพบูลย์” ชิ่งหลบกระแสค้าน โยนภาคประชาชนล่า 3 หมื่นรายชื่อชงรัฐบาลชะลอเลือกตั้ง โต้วุ่นรับงานปูทาง “ประยุทธ์” ลากยาว “วันชัย” กาง 3 เงื่อนไขแลกขอต่อวีซ่า กำหนดแผนชัดปฏิรูปอะไรบ้าง ไม่เสร็จมีบทลงโทษ เด็ก ปชป.เตือน “บิ๊กตู่” จะเสียคนตอนแก่ พท.ขู่แรงต้านปะทุ ต่างชาติแซงก์ชั่นหนักแน่ ครม.เขย่าร่าง รธน. ถ่วงเสถียรภาพรัฐบาล ให้หั่นทิ้งอำนาจ ส.ว.ออก ก.ม.-สแกนรายชื่อ ครม. ยุบรวม กก.ยุทธศาสตร์-สภาขับเคลื่อนปฏิรูป

หลังจากสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.ให้อยู่ 2 ปีเพื่อปฏิรูปประเทศก่อนจัดให้มีการเลือกตั้ง ล่าสุดกลุ่มผู้ริเริ่มจะให้ภาคประชาชนเป็นฝ่ายออกหน้าล่ารายชื่อประชาชน 3 หมื่นชื่อเสนอไปยังรัฐบาล เพื่อเลี่ยงครหาเป็นการสืบทอดอำนาจ

ครม.แจงข้อเสนอรื้อใหญ่ร่าง รธน.

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 6 มิ.ย.ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อรับฟังคำชี้แจงประกอบคำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญเป็นวันสุดท้าย จากนายวิษณุ เครืองาม รองนายก รัฐมนตรี ในฐานะตัวแทน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผู้ยื่นคำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญของคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯ ชี้แจงว่า นายวิษณุจะได้เวลาชี้แจงทั้งสิ้น 3 ชั่วโมง ระหว่างการพิจารณาขออนุญาตให้ กมธ.ยกร่างฯ ได้ซักถามรายละเอียดด้วย

ติงยาวเกิน–ถ่วงเสถียรภาพรัฐบาล

จากนั้นเวลา 12.00 น. พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษก กมธ.ยกร่างฯ แถลงว่า ในส่วนความเห็นของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีเห็นว่าบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ ควรสะท้อนหลักคิดที่ให้ยึดประเทศชาติและประชาชนเป็นศูนย์กลาง และให้ความสำคัญแก่ประเทศชาติและประชาชน รัฐธรรมนูญต้องสอดคล้องกับสถานการณ์และบริบทของสังคมไทย ซึ่งมีปัญหาที่มีลักษณะเฉพาะ ขณะเดียวกันต้องสะท้อนเอกลักษณ์ของตนเองและต้องไม่เป็นเครื่องมือนำไปใช้ก่อเหตุความขัดแย้ง และรัฐธรรมนูญไม่ควรยืดยาว ข้อความในบางมาตรายังยืดยาวและยังไม่ชัดเจน อาจเป็นอุปสรรคต่อการบริหารราชการแผ่นดินและการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐ บางกลไกเสี่ยงต่อการทำให้รัฐบาลขาดเสถียรภาพ บทบัญญัติเกี่ยวกับการปฏิรูปมีรายละเอียดมาก รวมทั้งมีองค์กรหรือคณะกรรมการตามรัฐธรรมนูญที่ให้เกิดขึ้นใหม่จำนวนมาก เป็นภาระด้านงบประมาณ

ดันรวม กก.ยุทธศาสตร์–สภาขับเคลื่อน

พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวต่อว่า ประเด็นที่ ครม.ให้น้ำหนักและให้ความสำคัญในการขอแก้ไข คือ มาตรา 130 เรื่องการเสนอรายชื่อคณะรัฐมนตรีให้วุฒิสภาให้ความเห็นชอบก่อนแต่งตั้งควรตัดออก เนื่องจากทำได้ยากและใช้เวลานานเกินไป มาตรา 207 เรื่องการแต่งตั้งข้าราชการโดยระบบคุณธรรมควรตัดออก และเห็นควรให้แยกผู้ตรวจการแผ่นดินและคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนไว้เหมือนเดิมไปก่อน ส่วนมาตรา 279 เรื่องการกำหนดให้มีสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ เห็นว่าการกำหนดให้มี 2 องค์กรอาจทำให้การปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นไปในแนวทางเดียวกัน จึงเห็นว่าควรรวมทั้ง 2 องค์กรเข้าด้วยกัน และปรับปรุงอำนาจหน้าที่และจำนวนให้เหมาะสม

ตัด 15 มาตราหมวดปฏิรูปไว้ใน ก.ม.ลูก

พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวอีกว่า ครม.เห็นว่าการเลือกตั้ง ส.ว.โดยตรง 77 จังหวัด ที่ผ่านมามีไม่กี่จังหวัดที่มีผู้สมัครเกิน 10 คน ดังนั้นการตั้งกรรมการ กลั่นกรองจะทำให้ไม่มีความคุ้มค่าและจำเป็น จึงเห็นว่าควรจะให้มีการเลือกตั้งโดยตรงไปเลยไม่ต้องมีกรรมการมากลั่นกรอง แต่ที่มา ส.ว.ที่เหลืออีก 123 คน ครม.ไม่ได้มีความคิดเห็น ส่วนอำนาจหน้าที่ ส.ว. ครม.คิดว่าการให้อำนาจ ส.ว.เสนอกฎหมายได้จะก่อให้เกิดปัญหาและไม่มีความจำเป็น หากเสนอมาแล้ว ส.ส.ไม่เอาด้วยก็ตกไปอยู่ดี ดังนั้นไม่ควรเพิ่มอำนาจในการเสนอกฎหมายให้กับ ส.ว. ส่วนในภาค 4 การปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง ครม.เห็นว่า 15 มาตราที่เกี่ยวกับการปฏิรูปเป็นเรื่องที่อาจจะยังปรับเปลี่ยนได้ในอนาคต อาจขัดต่อนโยบายการบริหารประเทศของรัฐบาลและเป็นการผูกมัดมากเกินไป ดังนั้นทั้ง 15 มาตรา ควรไปกำหนดไว้ในกฎหมายอื่นๆ

“วิษณุ” แทงกั๊กประชามติต่ออายุ รบ.

ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีข้อเสนอให้ มีการทำประชามติ เพื่อให้รัฐบาลทำงานปฏิรูปต่ออีก 2 ปี ว่า รัฐบาลยังไม่คิดถึงเรื่องนี้ แต่คิดแค่ว่าจะต้องได้คำตอบเรื่องรัฐธรรมนูญอย่างคุ้มค่า ถ้ามีคำถามอื่นถือเป็นของแถม ต้องไม่เสียเงินเพิ่มกว่า 3,000 ล้านบาท เรื่องที่จะถามเพิ่มเติม ครม.คิดไว้ หลายเรื่อง ไปถามหมดอาจจะพะรุงพะรัง รอไว้พูดเมื่อถึงเวลา ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญชั่วคราวไม่ลงรายละเอียดถึงคำถามในการทำประชามติ เพราะจะทำให้ถามเรื่องอื่นอีกไม่ได้ โดยหลักต้องเอาคำตอบเรื่องรัฐธรรมนูญมาให้ได้ก่อน ถ้าคิดว่าประชาชนไม่สับสนในการกาบัตร แต่ถ้าหากไปใส่คำถามไว้มาก บัตรเลือกตั้งก็อาจยืดยาวกว่าบัตรเลือกตั้งแบบเยอรมัน ซึ่งรูปแบบการทำประชามตินึกไว้ในใจแล้ว แต่ยังไม่ขอตอบ เพราะถ้าคนอื่นไม่เห็นด้วย ก็จะแย่

ขยายเวลา กมธ.ยกร่างฯ ไม่เกิน 30 วัน

นายวิษณุกล่าวว่า ขณะนี้การแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว (2557) คืบหน้าไปมากแล้ว ส่วนการยืดกรอบเวลาให้คณะ กมธ.ยกร่างฯ ทำงานต่อไปอีกก็ชัดเจนแล้วว่าจะขยาย แต่มีเงื่อนไขอะไรบางอย่าง ซึ่งตนไม่ขอบอกตอนนี้ และไม่จำเป็นที่จะต้องขยายออกไป 30 วัน อาจจะ 10 หรือ 20 วันก็ได้ เมื่อถามว่า ถึงกรณีสมาชิกวุฒิสภาชุดที่ผ่านมาพยายามแก้รัฐธรรมนูญที่มีผลถึงการต่ออายุ จนวันนี้ยังมีคดีความค้างคาอยู่ หากไปทำในลักษณะเดียวกันจะเป็นปัญหาหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า บทเรียนมีอยู่จะทำอย่างไรไม่ให้ซ้ำเดิม หากเอาคำพิพากษามาดูจะรู้ว่าแบบเดิมเสียเพราะอะไร แต่ถ้าจะทำก็มีวิธีการอยู่

อุบไต๋รออีก 2–3 วันจะชัดเจน

เมื่อถามต่อว่าว่า จำเป็นหรือไม่ที่ต้องยืดเวลาการปฏิรูปออกไปอีก 2 ปี นายวิษณุกล่าวว่า ตนอยากตอบ แต่ตอบไปกังวลว่าจะถูกโยงกับข้อเสนอของนายไพบูลย์ นิติตะวัน สปช. และ กมธ.ยกร่างฯ ทั้งนี้ เรื่องการต่ออายุของรัฐบาลเพื่อทำการปฏิรูปนั้นสามารถทำได้ แต่สมควรหรือไม่ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมาไตร่ตรองในขณะนี้ จะได้ไม่คุ้มเสียหรือไม่ต้องมาคิดกันอีกที ไม่อยากยกตัวอย่างจะกลายเป็นการชี้นำ และไม่ขอตอบการประเมินผลงานปฏิรูปภายใต้โรดแม็ป 1 ปี ทั้งนี้ ขอให้อดใจรอ เพราะอีกไม่กี่วันจะชัดเจนในประเด็นโรดแม็ป และการส่งร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 เข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ขอให้ติดตามจากข่าวอย่างเป็นทางการ ซึ่งอาจไม่ใช่ข่าวที่เป็นลายลักษณ์อักษร

ผวาถูกด่าจี้ สปช.ตีปี๊บเหตุผล

นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องที่ สปช.เสนอทำประชามติให้ พล.อ.ประยุทธ์ ไปอีก 2 ปี เพื่อปฏิรูปให้เสร็จแล้วค่อยจัดการเลือกตั้งว่า ไม่สามารถให้ความเห็นได้ขึ้นอยู่กับนายกฯ เมื่อถามว่า หวั่นเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาหรือไม่ หากอยู่ต่ออีก 2 ปี นายยงยุทธกล่าวว่า ตอนนี้อ่านตามหน้าสื่อเริ่มมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์แล้ว และถ้าอยู่ต่อจริงจำเป็นต้องชี้แจงประชาชนเพื่อให้เกิดความเข้าใจหรือไม่ ในเมื่อเป็นเรื่องที่สปช.เสนอมาก็ต้องไปถาม สปช. เพราะไม่ได้เกิดขึ้นจากความต้องการของ พล.อ.ประยุทธ์

“บิ๊กโด่ง” พ้อปฏิรูปสำเร็จต้องใช้เวลา

พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหมและ ผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการ คสช. กล่าวถึงสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อยู่ในตำแหน่งนายกฯ ไปอีก 2 ปี เพื่อปฏิรูปให้เสร็จแล้วจะจัดการเลือกตั้งว่า โดยความคิดแล้วทุกอย่างควรเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 57 ที่กำหนดลำดับขั้นตอนต่างๆไว้แล้ว แต่ถ้าจะถามว่าถ้ายังไม่เลือกตั้งแล้วควรต้องมีการปฏิรูปให้เสร็จก่อนหรือไม่ ตรงนี้ต้องร่วมกันเสนอข้อคิดเห็นด้านต่างๆให้ สปช.ไปดำเนินการให้ครบถ้วน และต้องให้เวลา สปช. แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานที่เหมาะสมและบนความเป็นจริง ดูว่าใช้เวลาเท่าไรถึงจะเรียบร้อย และทุกกลุ่มทุกฝ่าย ประชาชนจะต้องร่วมกันทำให้สถานการณ์นิ่ง เกิดบรรยากาศที่ดี

บ่นรัฐบาลทำปรองดองฝ่ายเดียว

พล.อ.อุดมเดชกล่าวว่า “ที่สำคัญทุกกลุ่มทุกฝ่าย ต้องรู้จักฟังเหตุผล ลดผลประโยชน์ตัวเองให้มากที่สุด ไม่กดดันผู้มีหน้าที่ ถ้าเสนอแนะแต่กดดันไปด้วยก็ไม่เรียบร้อย เรื่องปฏิรูปเองก็เยอะ ควรเอาชนะกันด้วยความคิดบนกติกา มีเหตุมีผล รวมถึงต้องมีเวลาให้ สปช.พอสมควร ถ้าบีบเร่งเขาเกินไปมันไม่ดี อยากจะฝากคือ ต้องลด ละวางความบาดหมางลง แล้วเอาส่วนรวม ความสามัคคีเข้มแข็งของชาติเป็นหลัก ถ้าบอกว่ารักชาติกันก็ต้องทำอย่างนี้ ไม่ใช่บอกว่ารักชาติแต่คิดที่จะยังต่อสู้ เรื่องการปฏิรูปที่ใช้เวลาไม่นานนักจะไม่เกิดขึ้น เพราะมันไม่นิ่ง ความปรองดองจะถูกสร้างขึ้นมาเอง ในบรรยากาศที่ทุกกลุ่มทุกฝ่ายหันมาช่วยกัน แต่ขณะนี้ความปรองดองเหมือนรัฐบาลทำอยู่ฝ่ายเดียว จัดเวทีมาพูดจากัน แต่พอจบเวทีต่างๆไม่ฟังเหตุผลกันแล้ว ไม่ให้โอกาสนำความคิดเห็นเข้าสู่ระบบ รัฐบาลทำอย่างเดียวไม่ไหวต้องช่วยกัน รวมถึงเรื่องคดีความต่างๆ บางท่านที่ติดคดีต้องต่อสู้กันไปตามความเป็นจริง ตามกระบวนการยุติธรรม ไม่มีใครไปชี้ให้คดีเป็นไปอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ได้ กระบวนการยุติธรรมแทรกแซงไม่ได้ และไม่ควรไปแทรกแซงด้วย จะทำให้กระบวนการยุติธรรมประเทศไทยเสียหายไป ผลของคดีความต้องให้เป็นไปตามครรลอง”

ลั่นนายกฯ-ทหารไม่ต้องการอำนาจ

ผบ.ทบ.กล่าวว่า ในส่วนของนายกฯและทหาร คนชอบมองแต่ว่าต้องการแต่อำนาจหรือผลประโยชน์ เราเป็นทหารยุคใหม่ ไม่ได้ต้องการอำนาจผลประโยชน์ เป็นสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์สอนเรามาตั้งแต่เป็น ผบ.ทบ. เมื่อทุกคนต้องรักประชาธิปไตย ทหารก็รักประชาธิปไตยเช่นกัน แต่ต้องเป็นประชาธิปไตยที่เหมาะสมแท้จริง จะปล่อยให้เป็นประชาธิปไตยที่เป็นการเลือกตั้งอย่างเดียว แต่รายละเอียดไม่สามารถจะทำให้ระบบที่ดีได้ ก็ไม่มีความหมาย จะกลับไปเหมือนที่ผ่านๆมา ในอนาคตอยากได้นักการเมืองที่ดี มีรัฐบาลที่ดี นำประเทศไปสู่ความมั่นคง และยั่งยืน ตามที่นายกฯวางยุทธศาสตร์ไว้ กลับมาเป็นผู้นำอาเซียนอีกครั้ง

“ไก่อู” ยันนายกฯไม่ยึดติดเก้าอี้

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.กล่าวว่า นายกฯไม่ต้องการให้คนตีความหมายว่าท่านอยากจะอยู่ในอำนาจต่อไป ไม่อยากให้มองว่าอยากอยู่นาน ท่านต้องการทำภารกิจให้เสร็จสิ้นตามโรดแม็ป ท่านไม่ได้ยึดติดในอำนาจแต่ต้องการพัฒนาประเทศ และนายกฯจะไม่ทำอะไรเพื่อให้ตัวเองได้อยู่ต่ออย่างแน่นอน เป็นเรื่องของสังคมที่จะตัดสินใจกันเอาเอง ส่วนจะกลายเป็นการจุดกระแสความขัดแย้งรอบใหม่หรือไม่นั้น นายกฯเป็นคนจุดหรือใครเป็นคนจุด คนที่แสดงความคิดเห็นเขาสามารถแสดงความคิดเห็นได้ แต่อาจจะไม่ถูกใจใครหรือไม่ ซึ่งนายกฯยึด 2-3 เรื่องคือ ฟังเสียงประชาชน ทำตามรัฐธรรมนูญและโรดแม็ปเท่านั้น ส่วนที่มีการวิพากษ์วิจารณ์เป็นเรื่องแต่ละคนว่ากันไป

“ไพบูลย์” โยน ปชช.ออกหน้าลุย

ขณะที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และคณะ กมธ.ยกร่างฯ กล่าวถึงการชงข้อเสนอการปฏิรูป 2 ปี ก่อนการเลือกตั้งว่า จะผลักดันแนวทางดังกล่าวด้วยการทำประชามติ เริ่มต้นจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว ปี 2557 ขอให้มีการทำประชามติเรื่องการปฏิรูป 2 ปี ก่อนการเลือกตั้งควบคู่ไปกับการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ แต่ สปช.คงไม่เป็นผู้ผลักดันด้วยตัวเอง จะให้ภาคประชาชนเป็นผู้ส่งข้อเรียกร้องไปยังรัฐบาล ขอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 57 โดยการทำประชามติสอบถามประชาชนเรื่องการปฏิรูป 2 ปี ก่อนเลือกตั้ง ทั้ง สปช. สนช. ตลอดจน กมธ.ยกร่าง รัฐธรรมนูญคงไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวผลักดันข้อเสนอดังกล่าว หากภาคประชาชนต้องการจะผลักดันการปฏิรูป 2 ปี ก่อนเลือกตั้ง ตนก็พร้อมเป็นบุรุษไปรษณีย์นำข้อเรียกร้องนี้ส่งให้นายกฯ

โต้แผนปูทาง “ประยุทธ์” ลากยาว

นายไพบูลย์กล่าวว่า ยืนยันว่า ไม่ได้รับใบสั่งมาจากใคร และไม่ได้เป็นการเสนอเพื่อปูทางให้นายกฯอยู่ในอำนาจทำงานต่อไป เพราะได้พูดเรื่องนี้มาหลายครั้งแล้วอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ก่อนจะมีความชัดเจนเรื่องการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญด้วยซ้ำ และก่อนที่นายกฯจะพูดเรื่องการอยู่ทำงานต่อ

ซาวเสียงชงเข้าที่ประชุม สปช.

นายมนูญ ศิริวรรณ สมาชิก สปช. กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้เสนอญัตติแก้รัฐธรรมนูญต่อ กมธ.ยกร่างฯให้มีการปฏิรูป 2 ปี ก่อนจัดเลือกตั้ง จึงต้องดูว่าจะได้รับการตอบรับจาก กมธ.ยกร่างฯหรือไม่ ขณะนี้เริ่มมี สปช.มาซาวเสียงสอบถามความเห็นจากสมาชิก สปช.ในห้องไลน์ของ สปช.ว่าเห็นด้วยกับแนวทางการปฏิรูป 2 ปี ก่อนเลือกตั้งหรือไม่ เท่าที่ดูมี สปช.ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ฝ่ายที่เห็นด้วยให้เหตุผลว่าอยากให้การปฏิรูปประสบความสำเร็จ หากปล่อยให้ไปปฏิรูปหลังเลือกตั้งจะทำให้การปฏิรูปชะงักได้ ขณะที่ สปช.ฝ่ายไม่เห็นด้วยให้เหตุผลว่า เกรงว่าจะถูกวิจารณ์เป็นการสืบทอดอำนาจให้ สปช.และนายกฯ ขณะนี้เป็นแค่การเริ่มต้นซาวเสียงเท่านั้น ยังไม่รู้ว่า จะมีข้อสรุปอย่างไร แต่หากมีเสียงสนับสนุนการปฏิรูปก่อนเลือกตั้งจำนวนมาก เชื่อว่าจะนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุม สปช.ชุดใหญ่ เพื่อหารือและขอมติสนับสนุนเพื่อให้ข้อเสนอมีน้ำหนักและถูกนำไปปฏิบัติต่อไป นอกจากนี้ ยังได้ยินว่า มี สปช.บางส่วน อาจจะล่าชื่อประชาชนเพื่อให้การสนับสนุนเรื่องการปฏิรูป 2 ปี ก่อนเลือกตั้งด้วย

ล่าชื่อ 3 หมื่นบีบ รบ.ชะลอเลือกตั้ง

นายนิรันดร์ พันทรกิจ สปช. กล่าวว่า เท่าที่มีการหารืออย่างไม่เป็นทางการกับ สปช.บางส่วน มีการพูดคุยกันว่าการจะผลักดันข้อเสนอเรื่องการปฏิรูป 2 ปี ก่อนเลือกตั้งให้สำเร็จ ต้องใช้ประชาชนผลักดัน โดยต้องล่ารายชื่อประชาชน 2-3 หมื่นคน ส่งให้ สปช. กมธ.ยกร่างฯ และรัฐบาล ให้เห็นว่าประชาชนต้องการให้มีการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง โดยจะให้ภาคเอกชนและภาคประชาชนในพื้นที่ดำเนินการเอง สปช.จะไม่เป็นตัวตั้งตัวตีเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย เพราะจะถูกมองว่าทำเพื่อสืบทอดอำนาจให้ตัวเอง ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าจะเริ่มล่าชื่อประชาชนได้เมื่อใด เพราะเป็นเพียงการหารือคุยกันนอกรอบเท่านั้น ยังไม่มีข้อสรุปอย่างเป็นทางการออกมา

“วันชัย” อ้างชาวบ้านไม่รีบกาบัตร

นายวันชัย สอนศิริ โฆษกวิป สปช. กล่าวว่า ข้อเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์อยู่บริหารประเทศเพื่อปฏิรูปประเทศก่อนเลือกตั้ง ไม่ได้มาจากเสียงเรียกร้องของ สนช. และ สปช.ที่อาจมีครหาว่าชงเองกินเอง ต้องการอยู่ในอำนาจต่อไป แต่เกิดจากสปช.ไปรับฟังความคิดเห็นการปฏิรูปประเทศและการร่างรัฐธรรมนูญของประชาชนทั่วประเทศ มีเสียงสะท้อนส่วนใหญ่ว่าไม่จำเป็นต้องรีบเลือกตั้ง ให้ปฏิรูปเสร็จก่อนแล้วค่อยเลือกตั้ง เพื่อมิให้กลับมาสู่วังวนเก่า ดังนั้น การเคลื่อนไหวเรื่องดังกล่าวต้องมาจากภาคประชาชนทุกกลุ่มทั่วประเทศต้องแสดงออกมา โดยการล่ารายชื่อ หรือใช้วิธีใดๆ เพื่อเป็นเสียงสะท้อนว่า คนส่วนใหญ่ต้องการให้นายกฯอยู่ต่ออีก 2 ปี

กาง 3 เงื่อนไขแลกต่อวีซ่า 2 ปี

นายวันชัยกล่าวว่า หลังจากนั้น สนช. สปช. และ ครม.ต้องนำเสียงสะท้อนนั้น มาพิจารณาและดำเนินการดังนี้ 1. แก้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ให้ทำประชามติว่าจะให้นายกฯอยู่ปฏิรูปอีก 2 ปีหรือไม่ ถ้าเสียงส่วนใหญ่ให้อยู่ก็ดำเนินการไปตามประชามติ 2.ต้องกำหนดให้ชัดเจนว่าจะปฏิรูปเรื่องใดบ้างในระยะเวลา 2 ปี เช่น ปราบทุจริต กิจการตำรวจ ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมในสังคม แต่ละเรื่องต้องกำหนดให้ชัดว่าจะเสร็จสิ้นเมื่อใด มีอะไรเป็นตัวชี้วัด 3.ถ้าทำไม่เสร็จตามระยะ เวลาจะรับผิดชอบและจะถูกลงโทษอย่างไร จะทำให้ประชาชนมั่นใจว่าเมื่ออยู่ต่อแล้วจะปฏิรูปประเทศอย่างแท้จริง เป็นหลักประกันให้ พล.อ.ประยุทธ์อยู่ต่อได้อีก 2 ปี โดยไม่โดนด่า เพราะเป็นความต้องการของประชาชนทั้งประเทศ ต่างชาติก็ไม่อาจว่าได้ เพราะมาจากประชามติ ถ้าไม่ทำเช่นนี้แล้วขืนอยู่ต่อไปอีก 2 ปี ก็ถูกว่าตระบัดสัตย์

“เทียนฉาย” ตั้งท่ารับลูกหาข้อสรุป

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช. กล่าวว่า ข้อเสนอของนายไพบูลย์ นิติตะวัน กมธ.ยกร่างฯ ที่ให้มีการทำประชามติ เพื่อให้รัฐบาลอยู่ทำงานปฏิรูปต่ออีก 2 ปี ประเด็นนี้ยังไม่ขอพูด ถ้าพูดไปก่อนจะกลายเป็นจบเรื่อง ความเห็น สปช.คนอื่นไม่มีความหมาย ซึ่งไม่ใช่เรื่องถูกต้อง จึงต้องหารือกันก่อน เท่าที่ดูจากการแสดงความเห็นกันในไลน์กลุ่มของ สปช.ยังเห็นต่างกันอยู่หลายส่วน จึงน่าจะเอาเรื่องเข้าที่ประชุมกัน เพื่อหาข้อสรุป แต่ยังบอกไม่ได้ว่าจะหารือในวันไหน ยังไม่มีใครแจ้งเรื่องมา

ฝ่ายต้านเตือนตกบันไดตอนจบ

นายดิเรก ถึงฝั่ง สมาชิก สปช. กล่าวถึงกรณีมีข้อเสนอให้มีการทำประชามติ เพื่อให้รัฐบาลอยู่ทำงานปฏิรูปต่ออีก 2 ปีว่า อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.คิดปรึกษาหารือกับคณะทำงานให้รอบคอบ ท่านเดินทางมาไกลแล้ว เริ่มต้นแก้ไขปัญหาประเทศได้ดีมาก ไม่อยากให้พลาดตกบันไดตอนจบ เพราะคนมีหลายประเภท ทั้งจริงใจ ตรงไปตรงมา ทั้งแกล้งสรรเสริญเยินยอหวังผลประโยชน์ ตนเป็นคนตรงไปตรงมา เหมือนครั้งที่มีคนเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมสุดซอย ตนก็เตือนว่าจะเป็นปมเรียกแขก แต่ไม่มีใครเชื่อ สุดท้ายมันผิดจากที่เตือนหรือไม่ ครั้งนี้ก็เช่นกัน ที่ขอเตือนด้วยความจริงใจ แต่จะมีใครเชื่อหรือไม่ ต้องคิดกันให้รอบคอบว่า ข้อเสนอนั้นมีผลประโยชน์อะไร หรือจะถูกประชาชนตั้งคำถามเรื่องการสืบทอดอำนาจหรือไม่

หวั่นเข้าล็อกถูกวิจารณ์ยับ

พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ สมาชิก สปช. กล่าวว่า ขณะนี้เสียงใน สปช.ยังวัดไม่ได้ เพราะมีฝ่ายทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย นายกฯเองก็ระบุว่าขึ้นอยู่กับประชาชนเป็นผู้ตัดสิน ข้อเสนอดังกล่าวไม่ควรออกไปจากสภาแห่งนี้ จะเป็นประเด็นถูกนำไปสร้างกระแส ไปเข้าล็อกจะถูกวิจารณ์ ส่วนจะทำให้เกิดความขัดแย้งในสังคมขึ้นมาอีกหรือไม่คงต้องรอดูสักระยะ

โยน คสช.–ครม.ชี้ขาดเผือกร้อน

นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 2 กล่าวถึงข้อเสนอการเสนอให้ปฏิรูปประเทศ 2 ปีก่อนการเลือกตั้งว่า เป็นการตัดสินใจของ คสช. และ ครม. ซึ่งอยู่ที่การแก้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 57 ตามกระบวนการเดิมจะมีการเลือกตั้งในปี 59 แต่เมื่อขยายเวลาทำงานคณะ กมธ.ยกร่างฯเป็น 90 วัน การลงมติร่างรัฐธรรมนูญของสปช.วันที่ 6 ส.ค. ต้องเลื่อนไปเป็นเดือน ก.ย. รวมทั้งหากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 57 เพื่อให้ทำประชามติ จะทำให้โรดแม็ปยืดออกไปอีก 5-6 เดือน คาดว่าจะมีการเลือกตั้งได้ในปี 2560

“บวรศักดิ์” รับต้องทบทวนหลายเรื่อง

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กมธ.ยกร่างฯ ร่วมกับ สปช. สถาบันพระปกเกล้าและสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน จัดสัมมนาเรื่อง“การเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อร่างรัฐธรรมนูญ” โดยนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯ กล่าวตอนหนึ่งว่า ยอมรับว่ามีหลายประเด็นที่ กมธ.ยกร่างฯต้องนำมาทบทวนอย่างจริงจัง คือประเด็นกลุ่มการเมือง ที่ทั้งพรรค การเมือง ครม. ภาคประชาชน เห็นตรงกันว่าอาจต้องทบทวน อาจทำให้การตั้งพรรคการเมืองง่ายขึ้นกว่าเดิม คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)และผู้ตรวจการแผ่นดิน จะทบทวนให้แยกไว้เหมือนเดิม ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมากว่า 10 ปี ทุกสถาบันถูกดึงลงมาสู่ความขัดแย้ง มีคนบาดเจ็บ เสียชีวิตจำนวนมาก เกิดความสูญเสียกว่า 33,000 ล้านบาท แต่ถ้านับถึงการขาดโอกาสทางธุรกิจของประเทศ เสียหายกว่า 2.2 ล้านล้านบาท ถ้าความขัดแย้งยังคงดำรงอยู่ประเทศไทยจะเกิดปัญหาในเวทีโลก ตลอด 10 ปี มีการแยกกลุ่มสี แบ่งฝ่ายแบ่งขั้วชัดเจน ลงมาต่อสู้กันบนท้องถนนสลับกันไปมา ชักจูงประชาชนมาสร้างความขัดแย้ง ดึงทุกสถาบันลงมา แม้แต่พระสงฆ์ก็ไม่เว้น ดังนั้น รัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องแก้ปัญหาให้ได้

ปัดจ้างธงเขียวออกโรงหนุน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงท้ายนายบวรศักดิ์ ได้ถามผู้เข้าร่วมการสัมมนาที่มีการชูสัญลักษณ์ธงเขียวเพื่อสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญกันอย่างคึกคักว่ามี สปช.คนหนึ่งเขากลัวพวกเราจะงานน้อย หาว่าเราไปจ้างพวกธงเขียวมาสนับสนุน ปรากฏว่าผู้เข้าร่วมสัมมนาที่ถือธงเขียวตะโกนขึ้นมาว่า “ไม่ได้จ้าง มากันเอง” ทำให้นายบวรศักดิ์อมยิ้มพร้อมกล่าวว่า ช่วยบอกกับสื่อด้วย ว่า กมธ.ยกร่างฯไม่ได้จ้างมา

ชาวสระแก้วเชียร์ “บิ๊กตู่” สู้ต่อ

ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยบูรพาวิทยาเขตสระแก้ว จ.สระแก้ว สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จัดโครงการ สนช.พบประชาชน ที่ จ.สระแก้ว นำโดยนายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช.คนที่ 2 พร้อมสมาชิก สนช. ร่วมลงพื้นที่พบประชาชน โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนในพื้นที่กว่า 500 คนเข้าร่วมงาน โดยประชาชนได้แสดงความเห็นถึงการยกร่างรัฐธรรมนูญว่า อยากให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นฉบับสุดท้าย และมองว่าการทำงานขององค์กรอิสระทั้งศาลรัฐธรรมนูญ กกต. ป.ป.ช.สร้างความแตกแยกให้คนในประเทศ การตัดสินเรื่องต่างๆทำให้ผู้ถูกดำเนินคดีทางการเมือง มองว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงเกิดการปลุกระดมมวลชน จึงต้องสร้างความเป็นธรรมและทำคดีอย่างตรงไปมา อย่างไรก็ตาม ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ทำงานต่อ และเป็นกำลังใจให้สู้ต่อไป

“อภิสิทธิ์” เย้ยยืด 2 ปีปฏิรูปก็ไม่เสร็จ

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ บรรยายพิเศษ เรื่อง “โฉมหน้ารัฐธรรมนูญใหม่ คนไทยได้อะไร” ตอนหนึ่งว่า การที่ผู้ยกร่างฯระบุว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้จะทำให้พลเมืองเป็นใหญ่ เขาเข้าใจการเมืองภาคประชาชนมากแค่ไหน เพราะต้องทำให้การเมืองภาคประชาชนเข้มแข็ง ประชาชนต้องมีสิทธิรับรู้ข้อมูลต่างๆของภาครัฐที่จะกระทบกับตนเอง และมีสิทธิแสดงความเห็น มีการทำประชาพิจารณ์และฟ้องรัฐได้ แต่ในร่างรัฐธรรมนูญนี้กลับไม่ระบุชัดเจนว่ามีสิทธิอะไรเพิ่ม ที่น่าตกใจคือสิทธิการฟ้องร้องหน่วยงานของรัฐถูกตัดออกแต่กลับเพิ่มอำนาจให้ภาครัฐมากขึ้นแทน ส่วนเรื่องหมวดการปฏิรูปและการสร้างความปรองดองมั่นใจว่า 2 ปีก็คงปฏิรูปไม่เสร็จ บางเรื่อง 5 ปีก็ไม่เสร็จ เช่น เรื่องระบบขนส่งระบบรางในประเทศ ทีดีอาร์ไอเคยเสนอไปแล้วว่าต้องปฏิรูปการรถไฟไทยเป็นรางคู่ก่อน แค่เรื่องนี้ต้องใช้เวลา 10 ปี ยังไม่รวมเรื่องปฏิรูปอื่น ตนเข้าใจเจตนานายกฯต้องการให้เกิดการปฏิรูปทำตามโรดแม็ปที่วางไว้ แต่คิดว่า พล.อ.ประยุทธ์คงจะทุกข์ใจจากการส่งต่อเรื่องการปฏิรูปไปสู่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งว่าการปฏิรูปจะสูญเปล่าหรือไม่

อ้อมแอ้ม “บิ๊กตู่” นั่งต่อพอยืดหยุ่นได้

จากนั้นนายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงข้อเสนอให้ทำประชามติพ่วงให้ พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ต่อเพื่อปฏิรูปประเทศให้เสร็จอีก 2 ปี แล้วค่อยเลือกตั้งว่า นายกฯพูดเองว่า เรื่องนี้ต้องไปดูวิธีการว่าให้มีความ ชอบธรรมหรือไม่ โดยไม่ให้มองว่าเป็นการขยายอำนาจ เชื่อว่าทุกคนอยากเห็นการปฏิรูปให้มีความมั่นคง ถ้าเป็นเช่นนั้นทุกอย่างก็พอจะยืดหยุ่นได้ แต่คงพูดไม่ได้ว่าใช้เวลาเท่าไรจึงจะเหมาะสม คำว่าปฏิรูปสำเร็จจะวัดกันอย่างไร 2 ปี ตกลงจะปฏิรูปตำรวจไหม แยกพนักงานสอบสวนออกจาก สตช.ภายใน 2 ปีหรือไม่ หรือว่าเลือกผู้ว่าราชการจังหวัดภายใน 2 ปีหรือเปล่า ถ้าเป็นรูปธรรมแบบนี้ก็อาจจะทำให้ประชาชนมองเห็นภาพชัดเจนมากขึ้น แต่ถ้าพูดเฉยๆ ว่า ปฏิรูปเสร็จก่อน จะแปลว่าอะไร นายกฯคงต้องไปคิดว่าปฏิรูปสำเร็จหรือไม่ ถ้าไม่สำเร็จก็คงถูกต่อว่าอีก

เด็ก ปชป.สะกิดจะเสียคนตอนแก่

นายประมวล เอมเปีย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ระบุไม่ขัดข้องหากเสียงประชาชนสนับสนุนให้อยู่ปฏิรูปประเทศต่ออีก 2 ปี ผ่านการทำประชามติว่า นายกฯอาจจะเขวหลงลมปากของกระบวนการสอพลอ ที่จะเชิดท่านเป็นตุ๊กตาหุ่นเชิด หวังอยู่ในตำแหน่งเกาะกระแสอำนาจ เพราะมีผลประโยชน์อื่นแอบแฝงหรือไม่ แค่นายไพบูลย์ นิติตะวัน กมธ.ยกร่างฯ เลือกใช้เวทีการประชุมร่วมแม่น้ำ 3 สาย เปิดประเด็นโยนหินถามทาง ข้ามคืนก็มีกลุ่มองค์กรหรือมวลชนจัดตั้งรับลูกมายื่นเรื่องต่อประธาน กมธ.ยกร่างฯ จึงมองเป็นอื่นไม่ได้ว่าเกมนี้มีการวางหมากส่งซิกสลับหน้าเล่นของคนบางกลุ่ม เพื่อยื้อเวลาคืนอำนาจให้ประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย เป็นปาหี่การเมืองอีกฉาก เพียงแต่ไม่มีนักการเมืองอาชีพเล่น แต่มีคนในกลุ่มอำนาจใหม่ที่กำลังหลงอำนาจ เพื่อสืบทอดอำนาจยาว ขอให้ประชาชนรู้เท่าทัน เวลาจะเป็นตัวพิสูจน์กรณีนี้ ที่ตนพูดเพราะรักนายกฯประยุทธ์กลัวจะเสียคนตอนแก่

ไม่พ้นครหาสืบอำนาจ แรงต้านปะทุ

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. กล่าวว่า ขอฝากไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช. อย่าไปฟังพวกสมุนลิ่วล้อที่ท่านตั้งมาเองมากนัก หากทำตามข้อเสนอของ สปช.ที่ขอให้อยู่ต่ออีก 2 ปี และล่าสุดก็มีเสียงเชียร์ให้อยู่ยาวถึง 5 ปี นายกฯจะหนีไม่พ้นข้อครหาสืบทอดอำนาจ ซึ่งจะทำให้ความเชื่อมั่นจากต่างประเทศหายไปทันที และเราอาจจะโดนแซงก์ชั่นหนักขึ้น ที่สำคัญภาคประชาชนและนักศึกษาที่ยังนิ่งรอ พล.อ.ประยุทธ์ทำตามโรดแม็ป อาจเปลี่ยนความคิดและปรับท่าทีได้ ดังนั้นจึงไม่อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์เปลี่ยนความรู้สึกของต่างชาติ และคนในประเทศที่เฝ้ารอให้ถึงการเลือกตั้งตามโรดแม็ปโดยเร็ว อย่ายื้อเพื่ออยู่ต่อเลย เพราะท้ายที่สุดแล้วกระแสต่อต้านรัฐบาลทหารอาจกว้างขวางยิ่งขึ้น

“ทักษิณ” โพสต์ภาพชิลๆเช็กอินเยอรมัน

วันเดียวกัน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ภาพผ่านอินสตาแกรม เป็นภาพในอิริยาบถสบายๆ ที่หน้าร้านขาหมู ประเทศเยอรมนี แสดงให้เห็นว่าสามารถเดินทางไปประเทศต่างๆได้ตามปกติ แม้ว่าถูกพิจารณายกเลิกหนังสือเดินทางของประเทศไทย ขณะที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรืออุ๊งอิ๊ง บุตรสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ได้โพสต์อินสตาแกรมเช่นกัน เป็นภาพ พ.ต.ท.ทักษิณในประเทศมอนเตเนโกร พร้อมระบุข้อความว่า “พ่อส่งมาบอกว่า Come to Montenegro to renew passport due to run out of Pages. Now ready to conquer the world. มาเพิ่มหน้าพาสปอร์ตที่มอนเตเนโกร เพราะเล่มเดิมไม่เหลือที่ให้ปั๊มแล้ว ตอนนี้กำลังไปเยอรมัน เหมือนไปเที่ยวเนอะ แต่ทำงานทั่วโลกจ้า”

“สมยศ” รอเอกสารครบลงนามทันที

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า พล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล ที่ปรึกษา (สบ 10) ในฐานะประธานคณะกรรมการถอดยศข้าราชการตำรวจ ได้สรุปเสนอส่งเรื่องเข้ามาที่ ตร. ตรวจสอบพบเอกสารไม่ครบถ้วน ตามหลักการว่าด้วยการถอดยศตำรวจปี 2557 การถอดยศต้องประกอบด้วย 2 องค์ประกอบ คือ พฤติกรรมสมควรเสนอให้มีการถอดยศและพฤติการณ์ของบุคคลนั้นไม่สมควรให้ดำรงยศตำรวจ เป็นบุคคลมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เสื่อมเสียชื่อเสียงต่อตนเองและหมู่คณะ จากเอกสารที่ส่งมาพบคณะกรรมการมีการแสดงความคิดเห็นเพียงองค์ประกอบที่ 1 จึงส่งเรื่องกลับเพื่อให้ทำเอกสารองค์ประกอบในส่วนที่ 2 ให้นำกลับมาเสนออีกครั้งในวันที่ 11 มิ.ย. หากองค์ประกอบและเอกสารครบถ้วนจะลงนามและนำเสนอต่อรองนายกรัฐมนตรีทันที

“เอก” ฉุนล่าคนปล่อยข่าวอาสาฟัน “แม้ว”

พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีที่เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.มีการเผยแพร่ข้อความและภาพ อ้างว่าตนพูดถึงเรื่องการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ว่า “ถ้าไม่กล้า ผมทำเอง” ก่อนถูกแชร์ไปในโซเชียลมีเดียจำนวนมาก ทั้งที่ไม่เคยพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย ทำให้เกิดความเข้าใจผิดคลาดเคลื่อนอย่างรุนแรง สร้างความเสียหาย กระทั่งคนในครอบครัวต้องทุกข์ใจเป็นกังวลไปด้วย จึงมอบหมายให้ พ.ต.อ.ฐายุฎฐ์ จันทร์ถาวร นายเวร (สบ 5)เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ พงส.บก.ปอท. เพื่อให้สืบสวนหาต้นตอการเผยแพร่และดำเนินคดีในข้อหาเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จจนได้รับความเสียหาย

จวก ผบ.ตร.โยกโย้ถ่วงถอดยศ

ด้านนายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณี พล.ต.อ.สมยศตีกลับมติคณะกรรมการถอดยศข้าราชการตำรวจโดยระบุว่าประเด็นไม่ครบว่า บ่งบอกถึงวาระซ่อนเร้นที่แอบแฝงอยู่ใช่หรือไม่ บ้านเมืองที่พิกลพิการเพราะข้าราชการไม่ทำหน้าที่ หรือทำแต่เลือกปฏิบัติเอาแต่ความชอบ ไม่เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน อย่าปล่อยให้มีคนอยู่เหนือกฎหมาย ตนจะรอพิสูจน์คำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ที่ว่าการถอดยศต้องเป็นไปตามกฎหมายจะยังศักดิ์สิทธิ์ สมคำร่ำลือหรือไม่ หากไม่กล้าทำก็ควรเปลี่ยน ผบ.ตร.ใหม่ได้แล้ว เอาคนที่กล้าบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาคมาเป็น ที่สำคัญยุคแห่งการปฏิรูป พล.อ.ประยุทธ์ต้องกล้าผ่าตัดและรีบปฏิรูปสำนักงานตำรวจแห่งชาติเสียใหม่ หากเรื่องถอดยศยังไม่กล้าทำก็ป่วยการที่พวกขุนพลอยพยักจะให้ท่านเป็นนายกฯต่อไปอีก

จ่อฟ้องกลับ “ธาริต-ดีเอสไอ”

นายภูมิสรรค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ภาคอีสาน พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จากกรณีนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เคยตั้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กรณีบริจาคเงินเข้าพรรคเดือนละ 2 หมื่นบาท ซึ่งดีเอสไอสั่งไม่ฟ้องจนเป็นที่ยุติไปแล้ว แต่คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รองหัวหน้าพรรค เห็นว่าการดำเนินการในยุคนายธาริตเข้าข่ายเป็นการกระทำโดยมิชอบ จึงหารือกับนายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ให้เป็นทนายเพื่อฟ้องกลับผู้เกี่ยวข้องที่ร่วมกล่าวหาคดีนี้ เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างการใช้อำนาจในทางมิชอบต่อไป

มั่นใจไร้กลุ่มต้าน ครม.เชียงใหม่

พล.ท.สาธิต พิธรัตน์ แม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมจัดสถานที่เพื่อจัดประชุม ครม.อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ครั้งที่ 2 หรือ ครม.สัญจร ที่ จ.เชียงใหม่ และ จ.พิษณุโลก วันที่ 27-28 มิ.ย.ว่า เจ้าหน้าที่ทหารและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจะประชุมเตรียมความพร้อมในวันที่ 9 มิ.ย. เชื่อว่าจะไม่มีกลุ่มใดๆ ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้าน เพราะชาวบ้านในพื้นที่ต่างดีใจที่ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองลงพื้นที่มาช่วยพัฒนาและดูแลปัญหา มั่นใจว่าเจ้าหน้าที่สามารถดูแลสถานการณ์และความปลอดภัยให้ ครม.ได้ 100 เปอร์เซ็นต์

“วิษณุ” พลิ้วรัฐบาลยังไม่คิดปมทำประชามติ ต่ออายุ 2 ปีแม้ทำได้ แต่ยังไม่รีบเคาะ อดใจรอ 2-3 วัน มีคำตอบชัดเจนยืดโรดแม็ป จ่อชง สนช.แก้ รธน.ชั่วคราวซาวเสียงร่าง รธน.-ขยายเวลา กมธ.ยกร่างฯแค่ 10 หรือ 20 วัน... 7 มิ.ย. 2558 06:03 7 มิ.ย. 2558 06:03 ไทยรัฐ