วันอังคารที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ถ้าญาติขอยืมเงิน จะให้หรือหนีไปหลบ?

ถ้าญาติขอยืมเงิน จะให้หรือหนีไปหลบ?

โดย คนสมถะ
7 มิ.ย. 2558 05:01 น.
  • Share:

เมื่อไหร่ที่สมาชิกในครอบครัวเกิดความ ต้องการใช้เงินอย่างเร่งด่วนขึ้นมา เชื่อเลยว่า หลายคนคงมีปฏิกิริยาคล้ายๆกัน คือ พยายามที่จะช่วยคนในครอบครัวด้วยการให้หยิบยืมเงินไปใช้ก่อน โดยไม่ได้ฉุกคิดว่าจะได้เงินคืน หรือลูกหนี้ที่เป็นญาติของเราคนนี้จะชักดาบหนีหรือเปล่า? ด้วยเหตุผลของความเป็นครอบครัวเดียวกันและการเป็นญาติกันนี่แหละจึงทำให้หลายท่าน “ใจอ่อน” จะไม่ให้ยืมเงินก็ยังงั้ยยังไงอยู่

เดี๋ยวจะหาว่าใจร้าย ใจดำ หรืองกกับญาติเพราะเรื่องแค่นี้ (ทั้งที่แท้จริงเป็นเรื่องใหญ่เอาการอยู่นะ) หลายท่านจึงตัดปัญหาด้วยการ หากมีคนในครอบครัวหรือญาติมาขอยืมเงินก็ให้ยืมไปซะก็สิ้นเรื่อง

ซึ่งต้องยอมรับว่า ท่านใดให้สมาชิกในครอบครัวยืมเงินละก็ ถือเป็น “คนมีน้ำใจ” เนอะ (บางทีถ้าเป็นเงินเล็กน้อย บางคนอาจให้ญาติเลย ไม่ต้องยืมกันก็มี) แต่การจะให้ใครยืมสตางค์นั้น กูรูบางสำนักมีคำแนะนำที่น่าฟังดังนี้ค่ะ 1. กรณี สมาชิกในครอบครัวมาขอยืมเงิน ถ้าคุณพอมีและ หากเค้าเดือดร้อนเรื่องการเงินจริงๆก็ควรให้ยืมไปเถอะ อย่างน้อยก็ เห็นแก่มนุษยธรรม และความที่เป็นคนกันเอง ไม่ได้เป็นคนอื่นคนไกล แต่...

2. บางทีก็ต้องดูว่า ญาติที่มาขอยืมสะตุ้งสตางค์นั้น คุณกับเค้ามีความสนิทสนมกันมากน้อยแค่ไหน? หากผู้ที่มาขอยืมมีความสนิทสนมกับคุณมาก โอ้โฮเฮะ เห็นทีจะปฏิเสธไม่ให้ยืมไม่ได้สินะ

3. อย่างไรก็ตาม ควรพิจารณาถึงปริมาณหรือจำนวนเงินที่เค้าเอ่ยปากขอยืมด้วย หากขอยืมเงินในจำนวนที่ไม่เยอะมากนัก เช่น ไม่เกิน 1 หมื่นบาท ก็ยังพออ้อมแอ้มให้ยืมกันไปหากคุณพอมีเงินนะ แต่ถ้าไม่มีสตางค์เหลือมากพอที่จะไปจุนเจือเอื้อเฟื้อแก่ใคร อาจต่อรองว่า ให้ยืม แค่ครึ่งนึงได้ไหม? เพราะให้ได้แค่นี้นี่นา ถ้าอีกฝ่ายรับได้.....ก็ให้ไป หากเค้ารับไม่ได้ อยากได้เงินเต็มจำนวนก็คงต้อง “ใจแข็ง” กันหน่อย

4. ถ้าญาติของคุณอยากขอยืมเงินก้อนใหญ่ ระดับเลข 6 หลักหรือ เลข 7 หลัก ควรแนะนำให้เค้าไปทำเรื่องขอยืมเงินอย่างเป็นเรื่องเป็นราวกับสถาบันทางการเงินที่ปล่อยสินเชื่อดีกว่า การแนะนำให้ไปกู้เงินกับหน่วยงานที่ปล่อยสินเชื่อโดยตรงไม่ได้หมายความว่า คุณจะปัดไม่ยอมช่วยเค้านะ เพียงแต่หากต้องการวงเงินสูงขนาดน้าน ก็น่าจะไปขอกู้กับแหล่งเงินทุนใหญ่ๆไปเลยดีกว่า โดยนำหลักทรัพย์ที่เค้ามีไปค้ำประกัน

อ้อ 5. ถ้าเป็นไปได้อย่าไปค้ำประกันให้ใคร แม้แต่ญาติกันก็เถอะ แต่หากเป็นสมาชิกในครอบครัวที่สนิทกันมาก คุณจะค้ำประกันให้เค้าก็ได้ เพราะคุณน่าจะรู้จักเค้าเป็นอย่างดี แต่ถ้าเค้าไม่ขอก็ไม่ต้องทำให้นะ เรื่องการค้ำประกันเนี่ย ต่อให้รู้จักกันดี สนิทกันมาก แต่หากช่วงเวลานึงเค้าเกิดไม่ได้เป็นคนดีอย่างที่เคยเป็นละก็ ไอ้คนที่ไปช่วยค้ำจะแย่เอานะ 6.แนะวิธีหารายได้ให้เค้าเพิ่มเติม เช่น ให้ไปขายของ, ขับรถรับจ้างไรงี้.

คนสมถะ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้