วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"สมยศ-เอก" จัดหนัก ค้ามนุษย์โรฮีนจา หวังประเมินไทยผ่าน

“นโยบายการแก้ปัญหาค้ามนุษย์และแรงงานผิดกฎหมายของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญประกาศเป็นวาระแห่งชาติ มอบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กำชับดูแลจริงจังและชัดเจน ทำให้ต่างชาติเห็นความจริงใจในการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล และปัญหาไม่ได้เพิ่งเกิดแต่มีมายาวนานหลายสิบปี ทางการสหรัฐฯและสหภาพยุโรปได้เตือนรัฐบาลไทยในอดีตแก้ไขปัญหานานแล้ว แต่ไม่ได้นำมาแก้ไข จนรัฐบาลนี้ได้เข้ามาแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง”

“ในสิ่งที่ต่างชาติต้องการแก้ไขคือไทยมีกฎหมายค้ามนุษย์มีโทษเบาไม่เป็นมาตรฐานสากลทั่วโลก เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องไม่มีถูกดำเนินคดี ต่างชาติไม่เชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรมไทย ผู้ต้องหาผู้กระทำผิดสั่งไม่ฟ้องชั้นพนักงานสอบสวน อัยการ หรือหลุดคดีในชั้นศาล ที่สำคัญในอดีตจับกุมเฉพาะคนธรรมดาไม่จับกุมดำเนินคดีเจ้าหน้าที่รัฐ รัฐบาลนี้กำชับดำเนินคดีเจ้าหน้าที่รัฐจริง ไม่ว่าหน่วยไหนที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องปฏิบัติกฎหมายเท่าเทียมกัน ไม่มีละเว้นการจับกุมตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง แสดงให้เห็นความจริงใจการแก้ไขปัญหาเจ้าหน้าที่รัฐสนับสนุน”

“พร้อมแก้ไขกฎหมายให้เป็นมาตรฐานสากล มีบทลงโทษรุนแรง แค่ไม่กี่เดือนแก้ปัญหาทุกจุดที่เป็นข้อสงสัยคำถามต่างชาติ ในฐานะ ผบ.ตร.สนองนโยบายเต็มที่ดำเนินคดีตำรวจที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องช่วยเหลือสนับสนุนทำความผิดมีหลักฐานชัดเจนดำเนินคดีอาญาและวินัยเด็ดขาด เป็นเครื่องยืนยันตำรวจในยุคนี้ไม่ได้เพิกเฉยทำมาเต็มที่ เพราะรู้ว่าปัญหาการค้ามนุษย์เป็นเรื่องสำคัญ ส่งผลกระทบไทยด้านเศรษฐกิจ สหภาพยุโรปได้จัดลำดับไทยน่าเป็นห่วง ไม่เพียงตำรวจ เจ้าหน้าที่รัฐ และประชาชนเข้ามารับผิดชอบ แก้ไขปัญหาด้วยกัน จะไม่ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง เรียกรับผลประโยชน์ ใครที่กล้าฝ่าฝืนคำสั่งจะดำเนินคดีอาญาและวินัยทันที”

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ย้ำให้เห็นความเด็ดขาดในเรื่องโรฮีนจาที่เป็นปัญหาพัวพันชาติไทย เป็นคดีที่ทั่วโลกชื่นชมความชัดเจนในการสืบสวนสอบสวนขยายผลเครือข่ายชาวโรฮีนจาที่ใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านเข้าประเทศที่สาม

เป็นปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นเกือบทุกทวีปในโลกเรื่องการอพยพของประชาชน เรือจากทวีปแอฟริกาและจากตะวันออกกลางในคาบสมุทรเมดิเตอร์เรเนียนมาขึ้นฝั่งที่ทวีปยุโรป โดยเฉพาะประเทศอิตาลี บางกลุ่มขึ้นฝั่งได้สำเร็จและได้รับการช่วยเหลือ แต่มีหลายคนที่เสียชีวิตระหว่างเดินทาง

ทวีปเอเชีย โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียนขณะนี้เกิดปัญหาในการอพยพของกลุ่มชาวโรฮีนจาที่อพยพโดยเรือจากรัฐยะไข่ ทางตะวันตกของประเทศพม่า ล่องเรือลงมาตามคาบสมุทรอินเดีย แล้วมาขึ้นฝั่งไทยด้านทะเลอันดามัน เพื่อมุ่งหน้าประเทศมาเลเซีย

การขยายผลจับตั้งแต่เริ่ม สภ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช สกัดจับรถได้ 5 คัน พร้อมชาวโรฮีนจา 97 คน ขยายผลมีผู้นำพาชาวโรฮีนจามาจากพม่าโดยขึ้นฝั่งไทยที่ จ.ระนอง และกำลังจะถูกพาไปส่งที่ จ.สงขลา

คดีนี้ออกหมายจับกุมผู้กระทำผิดได้ทันที 11 หมาย และจับกุมผู้กระทำผิดได้ 6 คน

คดีที่มีชาวพม่าแจ้งความหลานถูกจับไปเรียกค่าไถ่อยู่ที่แคมป์ใน จ.สงขลา มีหลักฐานการโอนเงินให้ผู้ต้องหาเป็นชาวโรฮีนจา จ.นครศรีธรรมราช สืบสวนพบว่าเหยื่อถูกกักขังอยู่ที่เทือกเขาแก้ว อ.สะเดา จ.สงขลา ตรวจพบแคมป์ที่พัก 7 แห่ง และหลุมฝังศพชาวโรฮีนจา 26 หลุม

ชุดสืบสวนแกะรอยได้ข้อมูลมีขบวนการนำพาชาวพม่าเชื้อสายโรฮีนจาผสมปนกับชาวบังกลาเทศ เดินทางจากรัฐยะไข่ ประเทศพม่า ล่องเรือมาตามมหาสมุทรอินเดีย ฝั่งอันดามัน แล้วมาขึ้นฝั่งที่ จ.ระนอง หรือ จ.สตูล

หลังขึ้นฝั่งไทยที่ จ.ระนอง มีขบวนการอาชญากรรมและเชื่อว่าได้รับการอำนวยความสะดวกจากเจ้าหน้าที่รัฐ นำผู้อพยพเหล่านี้ไปยังประเทศเป้าหมาย โดยเรียกรับผลประโยชน์จากผู้อพยพแต่ละคน

ล่าสุดมีการขออนุมัติจับกุม พล.ท.มนัส คงแป้น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองบัญชาการทหารบก ชุดสืบสวนได้ขยายผลเข้าตรวจค้นแคมป์ที่พักเทือกเขาแก้ว ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา ซึ่งเป็นตลาดสำหรับการค้ามนุษย์อย่างแท้จริง มีการนำชาวโรฮีนจามาเร่ขาย คนไหนแข็งแรงจะถูกคัดเลือกไป คนไหนร่างกายอ่อนแอจะถูกส่งกลับหรืออาจถูกขายไปอยู่ในเรือประมง

ชีวิตของชาวโรฮีนจาไม่ต่างจากการค้าทาสในอดีตที่คนส่วนใหญ่รับไม่ได้...

หากตำรวจไทยไม่สนใจปฏิบัติหน้าที่ ชาวโลกคงไม่ได้เห็นสภาพปัญหาการอพยพของชาวโรฮีนจา คงไม่ได้มีการประชุมหารือเพื่อหาทางแก้ไขของประเทศต้นและปลายทางเพื่อแก้ไขปัญหาชาวโรฮีนจา

น่าจะเป็นผลที่ดีในการรายงานประเมินการค้ามนุษย์ของสหรัฐอเมริกา หรือ “Tip Report”

หากปัญหาโรฮีนจาไม่ได้อยู่ในความสนใจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กำชับทุกหน่วยเกี่ยวข้อง และท่าที พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. สนองนโยบายแบบถึงลูกถึงคน

โดยมี พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร.และ หน.ศพดส.ตร. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัย-จินดา รอง ผบ.ตร. ขับเคลื่อนเต็มรูปแบบ นโยบายจากบนสู่ล่างเพื่อป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

คำสั่งที่เด็ดขาดของ พล.ต.อ.สมยศ ขยายผลคดีผู้ที่เกี่ยวข้องชาวโรฮีนจาและดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง ทั้งมีส่วนรับผลประโยชน์ และปล่อยปละละเลย เพื่อแสดงความจริงใจแก้ไขปัญหา

พล.ต.อ.เอกนำข้อมูลการสืบสวนและการดำเนินคดีทั้งหมดย้อนหลังช่วง 3 ปี ที่ปรากฏชัดเจนเข้าในระบบ CMIS เพื่อวิเคราะห์แนวทางและยุทธศาสตร์ที่เหมาะสมนำไปสู่การจับกุมผู้อยู่เบื้องหลัง และเครือข่ายทั้งหมด เป็นแนวทางให้รัฐบาลได้เชื่อมโยงและการดำเนินการนโยบายด้านการค้ามนุษย์ทั้งประเทศ

ตอบโจทย์สำคัญของ Tip Report กำหนดหลักเกณฑ์การไม่บังคับใช้กฎหมายดำเนินคดีผู้ที่กระทำความผิดกฎหมายค้ามนุษย์กรณีโรฮีนจา เป็นคดีแรกที่ตำรวจไทยใช้ทุกกฎหมายมาดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง สนับสนุนและผู้บงการ มีการสืบสวนขยายผลจับกุมผู้ที่ร่วมกระทำความผิด 84 ราย ขบวนการค้ามนุษย์ตั้งแต่ระนอง สุราษฎร์ธานี สตูล และสงขลา มีผู้เกี่ยวข้องนายทุน นักการเมืองท้องถิ่น ตำรวจ ทหาร ถูกจับกุมดำเนินคดีทั้งหมด

แต่เดิมจะจับได้ “ปลาซิวปลาสร้อย” แต่ในครั้งนี้จับกุมนักการเมืองท้องถิ่น 10 คน นักการเมืองฝ่ายปกครอง 3 คน ตำรวจ 4 นาย นายทหารยศ พล.ท. 1 นาย มีการแยกแยะเหยื่อ ชาวต่างด้าว 313 ราย บนที่พักพิง คัดแยกเป็นเหยื่อผู้เสียหาย 64 คน

พร้อมการป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ได้กำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์ มีการดำเนินคดีผู้ที่เกี่ยวข้อง อัยการสูงสุดมอบหมาย พล.ต.อ.เอก เป็นผู้รับผิดชอบร่วมสืบสวนคดีค้ามนุษย์ค้างเก่า 10 คดี ซึ่งภาพเชิงซ้อนทุกคดีเป็นชุดเดียวกัน ซ้ำซากอยู่เป็นเครือข่ายเดียวกันทั้งหมด มีฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ ช่วยเหลือ เรียกรับผลประโยชน์

ไม่ว่าผลการประเมินจะออกมาอย่างไร แต่ในสายตาคนไทยเห็นการทำงานที่เด็ดขาดของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. แสดงให้เห็นความตั้งใจที่แน่วแน่ของรัฐบาลไทยที่จะแก้ไขปัญหาสำคัญของภูมิภาคอาเซียน

“การสืบสวนปราบปรามแบบจริงจังของเจ้าหน้าที่ ทำให้มั่นใจว่าขณะนี้ไม่มีการเคลื่อนไหวกลุ่มโรฮีนจาในประเทศไทย โดยเฉพาะการสนธิกำลัง ปปง.เข้ามายึดอายัดทรัพย์สินเป็น “ยาแรง” ทำให้ผู้เกี่ยวข้องเกิดความกลัว การที่ได้ดำเนินการจริงใจจริงจังเป็นบทพิสูจน์ความเข้มแข็งในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ของไทยในการประเมิน Tip Report ของสหรัฐอเมริกา คิดว่าจะได้รับความเป็นธรรมต้องประเมินไทยต่างจากประเทศที่ไม่ทำหรือไม่ทำจริงจังแบบไทย จะต้องไม่มีอะไรกดดันหรือใช้ผลประโยชน์ด้านอื่นในการประเมินต้องใช้เหตุผล ซึ่งกรณีโรฮีนจาได้สืบสวนปราบปรามเครือข่ายผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเครือข่าย นายทุน นายทหาร นายตำรวจ นักการเมืองท้องถิ่น ที่เกี่ยวข้องมานาน และรัฐบาลไทยได้ช่วยเหลือเหยื่อชาวโรฮีนจาด้วยมนุษยธรรม ยึดหลักกฎหมาย เคารพสิทธิมนุษยชน คิดว่าคนไทยทุกคนรู้เห็นถึงความตั้งใจของเจ้าหน้าที่ ซึ่งในการประชุมตัวแทนทูตแต่ละประเทศในไทย รวมทั้งประเทศสหรัฐอเมริกาได้ชื่นชมและยินดีให้ความช่วยเหลือเต็มที่ จะเอาวิกฤติเป็นโอกาสปรับยุทธศาสตร์การป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ของไทยเพื่อให้เกิดผลยั่งยืน”

พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ ตัวจักรสำคัญของพนักงานสอบสวนที่ทลายเครือข่ายการค้ามนุษย์โรฮีนจาอย่างราบคาบกล่าวทิ้งท้าย.

ทีมข่าวอาชญากรรม

6 มิ.ย. 2558 10:33 ไทยรัฐ