วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไก่รวนปลาร้า "คูเหลา" อร่อยริมคู เมนูบ้านทุ่ง

ร้าน “คูเหลาไก่รวน” ตั้งอยู่ริมคูน้ำชายทุ่งหมู่ที่ 6 ตำบลบ้านชุ้ง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

เจ้าของร้านคือเฉลา ศริ อดีตข้าราชการครู ปัจจุบันอายุ 70 ปี ร่างกายยังแข็งแรง ยืนหยัดต้อนรับลูกค้าด้วยเมนูไก่รวนปลาร้า เมนูนี้คู่ร้านมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2533 รวมอายุราว 25 ปี ไฉนเป็น เช่นนั้น คำตอบอยู่เบื้อง หน้า “คุณชาย 2” แล้ว

กลิ่นปลาร้าสัมผัสจมูกอย่างจัง ไอร้อนๆ ลอยจากจานเบื้องหน้า ชวนให้มองไก่สับเป็นชิ้นๆ ซ้อนกันอยู่ท่าม กลางตะไคร้ กระชายและ ใบมะกรูด ก้นจานน้ำปลาร้าเกลี่ยก้นพอขลุกขลิก เครื่องปรุงต่างประสานกลิ่นโชยออกมาอย่างนุ่มนวล ช่างเรียกน้ำลายและท้าทายน้ำย่อยเสียเหลือเกิน

ลิ้มน้ำปลาร้าก้นจานไป 1 จิบ ลิ้นรับรสเค็มนิดๆ ครั้นตักราดลงไปบนข้าวสวยร้อนๆ ตามเข้าไปก็พบว่าความเค็มถูกจางด้วยข้าวสวยอย่างพอเหมาะพอดี ลองตามด้วยไก่อีก 1 ชิ้น เคี้ยวเบาๆ พบว่าเนื้อไก่เปื่อยแน่นและนุ่ม ระหว่างเคี้ยวสัมผัสได้ถึงกลิ่นตะไคร้ ใบมะกรูดและกระชายที่หลอมเข้ากันได้อย่างละมุนละไม ไม่น่าแปลกใจเลยว่า ทำไมเมนูนี้ถึงอยู่มาได้ตั้ง 1 เสี้ยวศตวรรษ

“เราใช้ไก่บ้านล้วนๆ เพราะไก่บ้านเนื้อแน่น ชาวบ้านเลี้ยงแบบปล่อย มันได้วิ่งเล่น เดินเล่นใช้ชีวิตอย่างธรรมชาติ ทำให้เนื้อแน่น ไม่เหมือนไก่ฟาร์มที่เนื้อเหลว” ครูเฉลาอธิบาย

ส่วนที่ครูไม่ยอมบอกคือ กระชายมิเพียงช่วยเบรกกลิ่นปลาร้าเท่านั้น ยังมีสรรพคุณต่อร่างกาย เช่น ช่วยบำรุงร่างกาย ทำให้เลือดไหลเวียนดี บำรุงหัวใจ บำรุงกระดูก ปรับความสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย ลดความดันโลหิตสูง และที่สำคัญมีเสียงกระซิบว่า ช่วยปลุกให้นกเขากรุ๊กกรูๆอีกด้วย

หลังตวงข้าวไปหลายช้อน ตามด้วยกระชายสองสามแง่ง “คุณชาย 2” ค่อยเงยหน้ามาดูธรรมชาติรอบกาย นอกซุ้มแสงแดดบ่ายอาบท้องทุ่งสีเขียว นกยางโย่งอวดเรือนกายเดินไปมาราวสำคัญคิดว่าตัวเธอเป็นนางงามแห่งท้องนา ลมพัดใบข้าวเกิดคลื่นระลอกแล้วระลอกเล่า บรรยากาศอย่างนี้กวีย่อมหลงใหล ผู้ชอบธรรมชาติย่อมใฝ่หา

วันนี้ “คุณชาย 2” มิได้มาชมบรรยากาศอย่างเดียว แต่มาลิ้มรสอาหารด้วย ที่มาของเมนูเด็ดไก่รวนปลาร้าเป็นมาอย่างไร ครูเฉลาพรายยิ้มอย่างอารมณ์ดีก่อนบอกว่า ความจริงรวนด้วยน้ำปลาก็ได้ คนไม่กินปลาร้าทางร้านก็จัดให้ แต่ถ้าจะให้อร่อย ครูยืนยันว่าต้องรวนด้วยปลาร้า

ความเป็นมาของเมนูเด็ดแสนจะยาวนาน เรื่องมีว่า “สมัยเด็กๆ ผมไปขโมยรวนไก่ปลาร้าของยายกิน มันอร่อยมาก ติดใจรสชาติมาจนโต เมื่อเปิดร้านก็เลยนำเอามาเป็นรายการเด่น”

ครูบอกว่า สมัยก่อนไม่มีตู้เย็นเก็บอาหาร การรวนคือการถนอมอาหารอย่างหนึ่ง คนสมัยก่อนเมื่อต้องการต้มแกงในตอนเช้าก็จะรวนเนื้อสัตว์ไว้ก่อน ตื่นเช้ามาค่อยปรุงอาหาร จะเป็นต้มยำทำแกงอะไรก็ว่ากันไป หรือจะเอารวนนั้นไปรับประทาน หรือใส่บาตรเลยก็ได้

แล้วทำไมมาเปิดร้านอาหาร ครูเฉลาบอกว่าเพราะสงสารภรรยาที่ทำนาเหนื่อยยาก คิดอยู่หลายตลบว่าจะช่วยอย่างไรดี ด้วยความสงสารคู่ชีวิตทำให้คิดออกมาได้ว่า ครูมีที่ดินอยู่ชายหมู่บ้าน ยามเย็นมักมีคนมานั่งคุยกัน บางรายนำอาหารมากินแกล้มบรรยากาศ ทำให้นึกถึงการตั้งร้านอาหาร เมื่อความเห็นสามีกับภรรยาตรงกัน ร้านอาหารก็เกิดขึ้น

แรกเป็นร้านเล็กๆ มีโต๊ะตั้งเพียง 1 ตัว มีแคร่อยู่ 1 อัน และแก้วน้ำเพียง 10 ใบเท่านั้น ต่อมา ค่อยขยับขยาย จนกระทั่งเป็นร้านขนาดใหญ่ มีพนักงานบริการ และปรับแต่งสถานที่ให้ร่มรื่นและกว้างขวาง

การจัดร้านเน้นให้ลูกค้าสัมผัสกับธรรมชาติ เป็นต้นว่าไม่วางต้นไม้เล็กๆ กั้นทางลม จัดวางโต๊ะอาหารไว้ในซุ้ม แล้วนำซุ้มไว้ใต้ต้นไม้ป้องกันแสงแดด เรื่องบริการครูบอกว่า ไม่อยากกวนใจลูกค้าจึงนำตัวบีบเสียงมาแขวนไว้ให้ลูกค้าบีบเรียกพนักงาน
เมนูที่ลูกค้าเรียกหา นอกจากไก่รวนปลาร้าแล้วยังมีเมนูบ้านทุ่งอีกหลายรายการ เป็นต้นว่าปลาหลดทอดร้อนๆ วางแตงกวาไว้เป็นเครื่องเคียง เหมาะทั้งลิ้มรสเปล่าๆ ใช้เป็นกับแกล้ม หรือกับข้าวได้เป็นอย่างดี

น้ำพริกขี้กา ฟังชื่อแม้ไม่น่ารับประทาน แต่เมื่อดูสีสันและได้กลิ่นแมงดาอ่อนๆ กลับเรียกร้องให้มือหยิบช้อนตักใส่จาน หยิบส้อมแทงผักต้มมาวางประกบแล้วส่งเข้าปากเคี้ยว พบว่ารสน้ำพริกไม่เผ็ดจัดจ้าน หากแต่กลมกล่อมด้วยส่วนผสมของปลาดุกที่โขลกผสมเข้าไป ครั้นได้ผักต้มสีเขียวสดแนมเข้าไปอีก ทำให้ข้าวแต่ละคำมีรสชาติยิ่ง

“เราเลือกปลาดุกย่างโขลกเข้าไปเพราะเนื้อปลาดุกมันและอร่อย โขลกปนไปกับพริกนอกจากจะทำให้พริกลดความเผ็ดลงแล้ว ยังเพิ่มรสชาติและคุณค่าทางอาหาร และยังเติมกลิ่นแมงดานาเข้าไปยั่วน้ำลายอีก”

เมื่อได้ผักต้มร้อนๆสีเขียวสดจิ้ม แถมยังนั่งรับประทานข้างคูน้ำริมทุ่ง เท่ากับหยิบยื่นบรรยากาศและรสชาติอาหารเสิร์ฟให้ลูกค้าไปพร้อมๆกัน

เมนูบ้านทุ่งอื่นๆ เช่น ปลาช่อนเผา ต้มยำไก่บ้าน ไส้กรอกปลา ผัดเผ็ดนก ผัดเผ็ดกบ และอีกมากมาย

ทุกวันร้านเปิดเวลา 08.00-21.00 น. ยกเว้นวัน “หวยออก” เพราะต้องการให้แม่ครัวและพนักงานที่สนใจเรื่องทายตัวเลขได้นั่งลุ้นกัน

การเดินทางจากกรุงเทพฯ “คุณชาย 2” ใช้ถนนสายเอเชีย เมื่อผ่านศูนย์ราชการจังหวัดอยุธยามองซ้ายมือไว้ เห็นทางแยกไปอำเภอภาชีก็เลี้ยวซ้ายวกลอดใต้สะพานตรงไปบนถนนเส้นเอเชีย-นครหลวงราว 4 กม. สังเกตได้จากเมื่อผ่าน อบต.ปากจันไปเล็กน้อย ค่อยเลี้ยวขวาไปเส้นนครหลวง-ภาชี มองซ้ายมือไว้ราว 1.5 กม.จะเห็นป้าย “คูเหลาไก่รวน” หากสงสัยสอบถาม ได้ที่ 0-3576-0019, 08-1499-1391 และ 08-6067-4056

ครูเฉลากระซิบว่า แม่ครัวและคนบริการเป็นคนใกล้บ้าน คนมาผิดเวลาก็พอเรียกขานกันได้ เพราะคนกันเองทั้งนั้น ขอเพียงอย่างเดียวอย่ามาวันหวยออก.

คุณชาย 2

6 มิ.ย. 2558 09:18 6 มิ.ย. 2558 09:20 ไทยรัฐ