วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

60 พรรษา "ราชนารี" สุนทราภรณ์เทิดพระเกียรติ

โดย ซูม

ซอกแซกสัปดาห์นี้ยังอยู่ที่เรื่องราวของความบันเทิงเริงรมย์ครับ และก็เป็นบันเทิงย้อนยุคอีกเช่นเคยตามสไตล์ของคอลัมน์นี้
ที่พร้อมจะรับใช้ท่านผู้อ่านหลายๆกลุ่ม ทั้งรุ่นเก่ารุ่นกลาง และรุ่นใหม่สลับกันไป

สำหรับกิจกรรมบันเทิงที่จะเขียนต่อไปนี้ จัดขึ้นเพื่อคนรุ่นเก่าโดยตรง แต่ถ้าคนรุ่นกลางหรือรุ่นใหม่จะไปร่วมสนุกด้วย ก็คงไม่ขัดข้อง ถือเป็นการไปร่วมเรียนรู้ศิลปะบันเทิงของประเทศที่เคยสร้างความสุขแก่คนไทยในอดีตว่างั้นเถอะ

คงจะทราบกันบ้างแล้วจากการแถลงข่าวเมื่อปลายเดือนก่อนว่า มูลนิธิสุนทราภรณ์, กรมส่งเสริมวัฒนธรรม และ มูลนิธิอนุรักษ์พระราชวังพญาไทฯ จะร่วมกันจัดงานคอนเสิร์ต “ราชนารีสดุดี” เพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในมหามงคลเฉลิมพระชนมายุ 5 รอบ สมเด็จพระเทพรัตน ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ในวันเสาร์ที่ 27 มิ.ย. และวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย. เวลา 14.00-17.30 น. รวม 2 วัน

โดยจะนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายขึ้นทูลเกล้าฯถวาย ในมูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อสนับสนุนโครงการในพระราชดำริที่ดำเนินการอยู่ทั่วประเทศ

การแสดงจะเริ่มด้วยการบรรเลงของสุนทราภรณ์วงใหญ่ ภายใต้การคุมวงของครูดำ พูลสุข สุริยพงษ์รังสี ด้วยเพลงเทิดพระเกียรติชุด ราชนารีสดุดี และตามด้วยชุดการขับร้องของดาวรุ่งสุนทราภรณ์ทั้งชุด

จากนั้นก็จะเป็นชุดใหญ่จากศิลปินแห่งชาติ และศิลปินอาวุโสเริ่มจาก สุปาณี พุกสมบุญ นักร้องรุ่นแรกของสุนทราภรณ์ ปัจจุบันอายุ 91 ปีแล้ว แต่ยังร้องเพลงได้อย่างไพเราะ ตามด้วย วรนุช อารีย์, ศรวณี โพธิเทศ และแน่นอน ขาดไม่ได้เลยสำหรับศิลปินแห่งชาติที่ยังรำลึกถึงพระคุณครูเอื้อตราบเท่าทุกวันนี้...รวงทอง ทองลั่นธม ที่จะมาร่วมขับร้องด้วยถึง 2 เพลง ได้แก่ “เสี่ยงเทียน” และ “รวงทิพย์”

จบการแสดงของรุ่นใหญ่แล้ว ก็จะมาถึงการแสดงละครเพลง ที่แม้จะไม่ใช้คำว่า “เดอะมิวสิคัล” แต่ก็เป็นละครเพลงอีกรูปแบบหนึ่งที่จะย้อนยุคไปสู่อดีต โดยการนำพระราชนิพนธ์ คำกลอนของล้นเกล้าฯรัชกาลที่ 6 เรื่อง “ท้าวแสนปม” มาแสดงในช่วงสุดท้าย

กล่าวกันว่าละครเรื่อง “ท้าวแสนปม” นั้น ครูเอื้อ สุนทรสนาน ได้เคยนำมาแสดงออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง 4 บางขุนพรหม เมื่อ พ.ศ. 2501 เป็นละครภาคดึก แสดงสดๆ ที่ยังอยู่ในความทรงจำของคนวัยดึกจำนวนไม่น้อยที่ยังพอมีชีวิตยืนยาวมาถึงวันนี้

เหตุเพราะครูเอื้อได้จัดตัวละครอย่างเหมาะสมยิ่ง โดยให้ วินัย จุลบุษปะ ซึ่งผิวคล้ำอยู่แล้วเป็น ท้าวแสนปม และให้
ทรงศรี เทวคุปต์ นางเอกระดับ “ซุปตาร์” ของช่อง 4 บางขุนพรหม มารับบทบาทพระธิดาอุษาตัวเอกฝ่ายหญิง

อันว่า ทรงศรี เทวคุปต์ นั่นไซร้ ได้ชื่อว่าเป็นนาฏศิลป์สาวที่มีลีลาร่ายรำแบบไทยๆ ได้อย่างอ่อนช้อยสามารถชนะใจคุณป้า คุณลุงทั่วประเทศ (ที่ต่อเสาอากาศสูงเกือบเท่าต้นตาลเพื่อรับทีวีช่อง 4 ในยุคก่อน) ได้อย่างราบคาบ รวมทั้งเด็กหนุ่มๆ ใน พ.ศ. 2500 ต้นๆอย่างหัวหน้าทีมซอกแซกก็เป็นแฟนคลับของเธอด้วยเช่นกัน

สำหรับผู้แสดงนำอีก 2 ราย ได้แก่ ดนัย ศรียาภัย (หล่อมากอดีตอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์) รับบทท้าวชินเสน (หรือท้าวแสนปมที่ลบปมออกแล้วกลับมาเป็นเจ้าชายตัวจริง) และ เลิศ ประสม-ทรัพย์ เจ้าของเสียงเพลง “ข้างขึ้นเดือนหงาย” และอีกสารพัดเพลงเฮฮาของสุนทราภรณ์ รับบทเป็นองครักษ์หรือตลกตามพระตามแบบฉบับของละครโบราณ

นอกจากจะเดินเรื่องด้วยการขับร้อง และเจรจาเป็นภาษากลอน ตามบทพระราชนิพนธ์ของ ร.6 แล้ว เมื่อถึงตอนสำคัญๆ ครูเอื้อก็จะให้ดาราที่แสดงเป็นตัวเอกขับร้องเพลงของสุนทรา–ภรณ์ทั้งที่ฮิตอยู่แล้ว และแต่งขึ้นใหม่สลับฉากอยู่ตลอดจำไม่ได้แล้วว่ารวมทั้งสิ้นกี่เพลง

แต่ในการแสดงคอนเสิร์ต “ราชนารีสดุดี” ของวงดนตรีสุนทราภรณ์ ในวันที่ 27-28 มิถุนายนนี้ ได้รับการยืนยันจาก ดร.สาวิตา ดิถียนต์ อาจารย์ภาควิชาศิลปการละคร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เคยเขียนบทละครโทรทัศน์ดังๆ มาแล้วหลายเรื่อง และเคยกำกับละครเวทีอีกหลายเรื่อง ที่ขันอาสาเป็นผู้กำกับการแสดงละครประกอบเพลง “เรื่องท้าวแสนปม” (2558) ว่าจะใช้เพลงของสุนทราภรณ์ถึง 14 เพลง ในการเดินเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบ

มีทั้งเพลง “เมืองฟ้าเมืองดิน”, “มนต์สวาท”, “คนรูปชั่ว”, “มาลีแดนสรวง”, “รักอำพราง”ฯลฯ พร้อมด้วย “สาส์นรัก” จากบทพระราชนิพนธ์ ร.6 กับ “รักเธอด้วยใจ” และ “ดวงใจ” ที่แฟนเพลงสุนทราภรณ์ยังชื่นชอบแม้ในปัจจุบัน

ในส่วนของดาราแสดงนำนั้นก็จะใช้นักร้องดาวรุ่งสุนทราภรณ์ที่แฟนๆรุ่นใหม่คุ้นเคย อาทิ แจ๊ป ณฤดล ผิวอ่อน รับบทพระชินเสน (ที่เคยแสดงโดยดนัย ศรียาภัย), ขวัญ ชณัฐศิกาญ แจ่มแจ้ง รับบทพระธิดาอุษา (ที่เคยแสดงโดย ทรงศรี เทวคุปต์), ซัน ชาตรี ชุ่มจิตร รับบทท้าวแสนปม ที่เคยแสดงโดยวินัย จุลบุษปะ และ จิมมี บัญชา รักษาจันทร์ ในบทองครักษ์ที่เคยแสดงโดยเลิศ ประสมทรัพย์

คลื่นลูกใหม่เหล่านี้จะแสดงได้ดีเหมือนรุ่นปู่ รุ่นพ่อ และรุ่นแม่หรือไม่คงต้องไปพิสูจน์ด้วยตัวท่านเองในวันที่ 27-28 มิถุนายน

บทบาทการแสดงจะเป็นอย่างไรก็ช่างเถอะแต่สุ้มเสียงของดาวรุ่งที่เอ่ยชื่อมานี้ล้วนพิสูจน์แล้วว่าสามารถสืบทอดเสียงร้องของนักร้องรุ่นเก่าๆ ของสุนทราภรณ์ได้อย่างยอดเยี่ยม...ถือว่าไปนั่งฟังเพลงระลึกความหลังจากนักร้องรุ่นใหม่ก็แล้วกัน

บัตรมีจำหน่ายแล้วที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ 0–2262–3456 ศูนย์บริการสุนทราภรณ์ โทร.08–1285–1427 และมูลนิธิอนุรักษ์พระราชวังพญาไทฯ โทร.08–1621–8761 ราคาต่ำสุด 500 บาท และสูงสุด 2,500 บาทครับ.

“ซูม”

6 มิ.ย. 2558 09:07 6 มิ.ย. 2558 09:07 ไทยรัฐ