วันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เงินถุงแดง

โดย

ในงานพิธีเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ที่วัดคงคารามวรวิหาร จังหวัดเพชรบุรี ราวกลางปี พ.ศ.2552 อาจารย์บุญมี พิบูลย์สมบัติ เขียนเรื่อง “เงินถุงแดง” ลงใน นสพ.เพชรภูมิ ฉบับวันที่ 1 มีนาคม 2551 ไว้ดังต่อไปนี้

รัชกาลที่ 3 ขณะยังทรงกรม เป็นกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ทรงเป็นที่ประจักษ์ในพระปรีชาสามารถ ทั้งด้านกวีนิพนธ์ รัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ การทหาร การปกครอง การศาสนา งานสถาปัตยกรรม การต่างประเทศ

โปรดให้ต่อเรือรบกำปั่นไว้ใช้ในราชการ เพื่อป้องกันประเทศจากฝรั่งนักล่าอาณานิคม และใช้ในการค้า

ขณะทรงว่าราชการกรมท่า ในส่วนพระองค์ก็ได้ทรงค้าขายกับจีน ทรงมอบหมายให้เจ้าพระยานิกรบดินทร์ (ต้นตระกูลกัลยาณมิตร) ขุนนางไทยเชื้อสายจีน ที่ทรงไว้วางพระราชหฤทัย เป็นผู้แทนพระองค์ ไปค้าขายกับจีน

ทรงเป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยของสมเด็จพระราชบิดา ตรัสเรียกขานว่า “เจ้าสัว”

กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ เสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ เป็นพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ใน พ.ศ.2367 เงินกำไรที่ทรงได้มาเป็นส่วนพระองค์ ก็มิได้ทรงใช้จ่ายให้สิ้นเปลืองโดยเปล่าประโยชน์ ไม่ทรงยกให้ หรือมอบหมายไว้กับพระราชโอรส-ธิดาพระองค์ใด

ทรงนำมาใส่ถุงแดง แยกเป็นถุง ถุงละ 10 ชั่ง ตีตราปิดปากถุง เก็บไว้ในหีบกำปั่นข้างห้องบรรทม

ตลอดพระชนม์ชีพ...รัชกาลที่ 3 ก็มิได้ทรงห่วงเรื่องผู้สืบสันตติวงศ์ มิได้ทรงมอบกับพระราชโอรสพระองค์ใด เรื่องเดียวที่ทรงห่วงใยที่สุด ก็คือ เรื่องเอกราชอธิปไตยของบ้านเมือง

จนเมื่อทรงพระประชวรหนัก มีพระบรมราชโองการกับขุนนางและข้าราชบริพารที่อยู่เฝ้าใกล้ชิด...เป็นครั้งสุดท้าย

“การศึกสงครามข้างญวน ข้างพม่า เห็นจะไม่มีแล้ว จะมีอยู่ก็แต่ข้างพวกฝรั่ง

ให้ระวังให้ดี อย่าให้เสียทีแก่เขาได้

งานสิ่งใดของเขาที่ดี ควรจะเรียนเอาไว้ ก็เอาอย่างเขา แต่อย่าให้นับถือเลื่อมใสไปเสียทีเดียว”

ต่อมาอีกไม่นานนัก ศึกข้างพวกฝรั่งที่ทรงพยากรณ์ไว้ ก็ได้สร้างความหายนะมาสู่ประเทศไทย อย่างมิมีหนทางใดจะขัดขืน หรือหลีกเลี่ยง

นับว่าสายพระเนตรและน้ำพระทัยแห่งพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์นี้ ได้ทรงมีส่วนอย่างยิ่ง ในการช่วยเชิดชูความเป็นไทยให้ดำรงคงอยู่

ประชาชนทั้งชาติ จึงเป็นหนี้พระมหากรุณาธิคุณสุดจะประมาณได้

เหตุการณ์สำคัญที่หมิ่นเหม่ต่อการสูญเสียเอกราชในครั้งกระนั้น อาจารย์บุญมี พิบูลย์–สมบัติ นำบางส่วนมากล่าวไว้ต่อไปนี้

เมื่อปี พ.ศ.2431 ไทยมีเรื่องพิพาทกับฝรั่งเศส กรณีดินแดนฝั่งแม่น้ำโขง คือเมืองไล ในสิบสองจุไทย เป็นดินแดนของไทย แต่เมื่อฝรั่งเศสมามีอิทธิพลอยู่เหนือดินแดนลาว ญวน และเขมรแล้ว ก็เตรียมพาลหาเรื่องไทย ว่ารุกล้ำดินแดนของญวนและเขมรอยู่เสมอ

พ.ศ.2436 เกิดกรณีพระยอดเมืองขวาง ต่อสู้กับทหารฝรั่งเศส ที่จะขับไล่ทหารไทยออกจากเมืองคำม่วน ฝ่ายฝรั่งเศสแพ้ นายทหารตาย 1 คน ทหารญวนตายประมาณ 20 คน

ขณะที่ฝ่ายไทย ตาย 5–6 คน

การรบที่ด้านฝั่งแม่น้ำโขงแพ้ ฝรั่งเศสก็รุกทางทะเล ส่งเรือรบโคเมต์ และเรือลังกอง–สตอง สมทบกับเรือลูตอง ปิดน่านน้ำไทย เพื่อข่มขู่ไทย

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงดำเนินนโยบายยอมเจรจากับฝรั่งเศส เพื่อแก้วิกฤตการณ์ โดยนโยบายยอมเสียส่วนน้อย เพื่อรักษาส่วนใหญ่ไว้

ตามข้อเรียกร้องของฝรั่งเศสนั้น ไทยจำต้องยอมสละสิทธิ์ในดินแดนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง ให้แก่ฝรั่งเศส

ทั้งยังต้องชดใช้ค่าเสียหายอีก 3 ล้านบาท

ฝ่ายไทยจำต้องยินยอม แต่แม้ยินยอมแล้ว ฝรั่งเศสก็ยังแสดงอำนาจบาตรใหญ่ เข้ายึดเมืองจันทบุรี และตราด ไว้เป็นประกัน อีกนานถึง 10 ปี

การยินยอมของฝ่ายไทย...พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงจำต้องนำเงิน “ถุงแดง” จำนวนสามหมื่นชั่ง (สองล้านสี่แสนบาท) ที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานไว้ให้สำหรับแผ่นดิน

แต่จำนวนเงินนี้ ก็ยังไม่พอ

อีก 6 แสนบาท ทรงใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ และของพระบรมวงศานุวงศ์ เติมให้เต็มจำนวน 3 ล้าน ตามที่ฝรั่งเศสเรียกร้อง

ประเทศไทยจึงรอดจากปากเหยี่ยว ปากกา ฝรั่งเศสหนึ่งในประเทศนักล่าอาณานิคมมาได้ เงินถุงแดง จึงเป็นเสมือนปาฏิหาริย์ที่ช่วยเชิดชูความเป็นไทยให้ดำรงอยู่สืบมาถึงปัจจุบัน.

บาราย

6 มิ.ย. 2558 09:02 ไทยรัฐ