วันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จับตารายงานค้ามนุษย์มะกัน

เหยื่อค้ามนุษย์–ตำรวจมาเลเซียหามร่างไร้วิญญาณของผู้ตกเป็นเหยื่อขบวนการค้ามนุษย์ ออกจากค่ายกักกันเถื่อนในป่าทางตอนเหนือของมาเลเซีย ติดพรมแดนไทย เมื่อวันที่ 27 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเหยื่อที่ถูกฝังไว้มีจำนวนหลายร้อยศพ.

ในที่สุดเวลาก็กลับมาบรรจบครบ 1 ปีแล้ว นับตั้งแต่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาจัดอันดับให้ประเทศไทยอยู่ในบัญชีเทียร์ 3 ของรายงานการค้ามนุษย์ (Trafficking in Person Report:TIP)

โดยประมาณวันที่ 19-20 มิ.ย. นี้ หรืออาจจะช้าไปอีกหน่อย 2-3 วัน รายงานชุดใหม่ประจำปี 2558 ก็จะออกมาให้ยลโฉม ได้รู้กันไปเลยว่าผลสรุปจะออกมาเป็นเช่นไร จะขึ้นชั้นกลับไปอยู่บัญชีเทียร์ 2 จับตา (Tier 2 Watch List) เหมือนแต่ก่อน หรือว่าจะโดนลงดาบต่อไปอีก

เพื่อเป็นการรื้อฟื้นความทรงจำ รายงานทิพรีพอร์ตถือเป็นเครื่องมือทางการทูตของรัฐบาลสหรัฐฯ ในการเข้าประสานงานกับรัฐบาลประเทศต่างๆแก้ปัญหาเรื่องค้ามนุษย์ โดยเริ่มมีมาครั้งแรกในปี 2543 ภายใต้ชื่อกฎหมายคุ้มครองเหยื่อการค้ามนุษย์ เรียกสั้นๆว่าทีวีพีเอ

แก่นสำคัญของตัวกฎหมายคือ “การดำเนินคดี” แก่ผู้กระทำผิด“การคุ้มครอง” เหยื่อค้ามนุษย์ และ “การป้องกัน” ลดโอกาสการเกิดเหตุให้น้อยที่สุด

หากชาติใดละเลยเมินเฉย ก็จะถูกลดอันดับลงเรื่อยๆ จนไปอยู่ต่ำสุดคือเทียร์ 3 ซึ่งเมื่อถึงขั้นนั้นแล้ว รัฐบาลสหรัฐฯก็จะใช้มาตรการคว่ำบาตรบางกรณี อาทิ การตัดงบประมาณช่วยเหลือในด้านต่างๆ จำพวกโครงการแลกเปลี่ยนการศึกษาและวัฒนธรรม (ยกเว้นด้านการช่วยเหลือทางมนุษยธรรมและด้านการค้า) ไปจนถึงการบีบไม่ให้ได้รับความช่วยเหลือจากสถาบันการเงินหลัก อย่างกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก

มาตรการคว่ำบาตรดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ทันทีหลังวันที่ 1 ต.ค. ของปีนั้นๆ อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีสหรัฐฯมีสิทธิที่จะตัดสินใจขั้นสุดท้าย โดยสามารถผ่อนผันไปก่อนได้ หากงบ ประมาณช่วยเหลือที่ว่านี้ ถือเป็น “ผลประโยชน์” แก่สหรัฐฯ

สำหรับปีก่อนชาติที่ถูกลดจากเทียร์ 2 จับตาลงมาอยู่เทียร์ 3 มีไทย มาเลเซีย และเวเนซุเอลา โดยครั้งนั้นสหรัฐฯมองจำแนกปัญหาของไทย สรุปได้ดังนี้... 1.การดำเนินคดีต่างๆยังใช้เวลานานและไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร ผู้ต้องสงสัยกระทำความผิดบางรายหลบหนีออกนอกประเทศ หรือหันไปข่มขู่เหยื่อการค้ามนุษย์หลังจากศาลให้ประกันตัว ขณะที่ยังมีรายงานสถานบริการจำนวนมากได้รับความคุ้มครองจากทั้งเจ้าหน้าที่ระดับท้องถิ่นและระดับชาติ นอกจากนี้ ยังมีการฟ้องร้องกลับข้อหาหมิ่นประมาทแก่สื่อและนักวิจัยที่นำเรื่องราวมาตีแผ่

2.การเข้าคุ้มครองเหยื่อจากการค้ามนุษย์ยังไม่มีความเหมาะสมเท่าที่ควร รัฐบาลไม่มีมาตรการพิเศษในการดูแลเหยื่อผู้เยาว์ที่ถูกหลอกมาค้าประเวณี และในบางกรณีก็ไม่ได้รับรองความปลอดภัยให้ นำเหยื่อการค้ามนุษย์มาให้การต่อหน้าผู้กระทำผิด บางคนถูกบังคับให้เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวรวมถึงที่อยู่ ซึ่งถือว่าเสี่ยงต่อการถูกล้างแค้น ขณะที่ระบบในการคัดแยกว่าใครเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ก็ยังไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้เหยื่อจำนวนมากถูกดำเนินคดีฐานทำผิดกฎหมายแทน นอกจากนี้ เหยื่อที่เป็นชาวต่างชาติยังถูกส่งกลับประเทศหากไม่ยอมให้การ หรือส่งกลับประเทศหลังจากคดีเสร็จสิ้น เสี่ยงที่จะถูกหลอกกลับมาเป็นเหยื่อขบวนการค้ามนุษย์อีก

และ 3.สุดท้ายในส่วนของการป้องกันนั้น แม้ว่ารัฐบาลจะมีการทุ่มงบประมาณในการจัดการแก้ปัญหาค้ามนุษย์ แต่กระบวนการก็ได้ถูกบั่นทอนประสิทธิภาพลงไป จากการที่มีนักเคลื่อนไหวและนักวิจัยอิสระถูกฟ้องร้องกลับข้อหาหมิ่นประมาท ทำให้คนที่กล้าจะออกมาต่อต้านการค้ามนุษย์ลดน้อยลง นอกจากนี้ ระบบการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวอย่างถูกกฎหมาย ก็มักจะมีนายหน้าเถื่อนเข้ามาเกี่ยวข้อง และทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็มิได้ดำเนินการใดๆในการควบคุมดูแล

ส่วนแนวทางการแก้ไขสหรัฐฯได้เสนอแนะว่า สิ่งที่ทางการไทยควรให้ความสำคัญอย่างยิ่งมีทั้งการให้กรมสอบสวนคดีพิเศษและสำนักงานป้องกันและปราบปรามทุจริตเร่งดำเนินคดีกับข้าราชการคอร์รัปชัน ยุติการดำเนินคดีหมิ่น ประมาทต่อสื่อมวลชนและนักวิจัยอิสระ เพิ่มความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับเอ็นจีโอและองค์กรด้านแรงงาน เพิ่มจำนวนล่ามแปลภาษา ไปจนถึงการจัดตั้งแผนกพิเศษในการเร่งรัดคดีที่จำเป็น ตลอดจนการคุ้มครองสิทธิและความปลอดภัยของแรงงานและผู้ลี้ภัย

อย่างไรก็ตาม กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ระบุไว้ว่า สำหรับประเทศที่ถูกจัดอันดับดีที่สุดคือเทียร์ 1 (อย่างสหรัฐฯ) นั้น มิได้หมายความว่าประเทศดังกล่าวจะไม่มีปัญหาการค้ามนุษย์ แต่หมายความว่ารัฐบาลเข้าใจและรับรู้ว่ามีปัญหาค้ามนุษย์เกิดขึ้นจริง และพยายามดำเนินการอย่างจริงจังในการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนและเป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำของทีวีพีเอ (ซึ่งก็คือต้องมีการดำเนินคดีและป้องปรามอย่างเข้มงวด ตามที่โดนทักท้วงมานั่นเอง)

ดังนั้น จะพูดว่าไม่มีลุ้นเลยก็คงไม่ได้ เพราะตลอดปีที่ผ่านมานี้ รัฐบาลไทยก็เดินหน้าลุยไม่น้อยเหมือนกัน ทั้งเรื่องแรงงานต่างด้าว ประมงผิดกฎหมาย รวมถึงการเอาผิดต่อเจ้าหน้าที่รัฐทั้งระดับปฏิบัติการและระดับบัญชาการที่พัวพันกับการค้ามนุษย์
แต่สุดท้ายอเมริกาจะเข้าใจและยอมรับเรามากน้อยแค่ไหนนั้น คงเป็นเรื่องที่ต้องดูกันอีกไม่นานเกินรอ.

วีรพจน์ อินทรพันธ์

6 มิ.ย. 2558 08:32 ไทยรัฐ