วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จับอดีตพตท. โกงทอง 16 ล. พ้นคุกคดีอุ้มติงนัง ร่วมแก๊งตุ๋นซื้อทอง

ฉาวไม่เลิก สืบใหญ่นครบาลรวบ พ.ต.ท.แสบ อดีตรอง ผกก.จร.สน.บางรัก พันคดี “เสี่ยติงนัง” หายเมื่อปลายปี 50 คราวนี้ร่วมสาวคนสนิท ฉ้อโกงร้านทอง โดยทำทีซื้อทองแท่ง หนัก 150 บาท มูลค่า 2.7 ล้านบาท จากร้านดัง ในห้างมาบุญครอง แล้วใช้เช็คเงินสดของเจ้าของตัวจริงที่แจ้งหายเป็นค่าชำระ เหยื่อหลงกลเห็นยอดเงินเข้า แต่เอาจริงเบิกไม่ได้ เช็คเด้งเนื่องจากลายเซ็นไม่เหมือนเจ้าของที่ให้ไว้ โดยก่อนหน้านี้ ใช้อุบายเดียวกันกับร้านทองอีก 2 แห่ง รวมน้ำหนักทองคำแท่งที่ได้จากร้านผู้เสียหายทั้ง 3 แห่ง 850 บาท มูลค่า 16,059,500 บาท

พ.ต.ท.ฉาวก่อคดีไม่เลิก โดยเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 5 มิ.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น. พ.ต.ท. สมบูรณ์ สุขศรีดาวเดือน รอง ผกก.สส.บช.น.3 บก.สส. ควบคุมตัวนายรชต วิไลเจริญพงศ์ หรือนายกรณ์ แตงจุ้ย หรือ พ.ต.ท.ครรชิต แตงจุ้ย อายุ 55 ปี อดีตรอง ผกก.จร.สน.บางรัก และ น.ส.บัวติ๊บ อุ่นคำ อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงโดยการแสดงเป็นบุคคลอื่นมาให้ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. และพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน สอบปากคำ และแจ้งข้อหาตามหมายจับ

สืบเนื่องจากวันที่ 10 มี.ค.58 พ.ต.ท.ครรชิต หรือนายรชต และ น.ส.บัวติ๊บ สาวคนสนิท ร่วมกันหลอก ซื้อทองคำแท่งน้ำหนักรวม 150 บาท ราคา 2,707,500 บาท จากห้างขายทองโต๊ะกัง ที่ห้างสรรพสินค้ามาบุญครอง ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน โดยโทรศัพท์มาสั่งทองคำแล้วให้ น.ส.บัวติ๊บไปรับทองคำที่ร้าน จ่ายชำระเป็นเช็คเงินสดธนาคารไทยพาณิชย์ มีชื่อนายสุชาติ พงษ์ธนา เป็นเจ้าของ แจ้งความหายไว้ที่ สน.นิมิตรใหม่ เมื่อวันที่ 2 พ.ย.57 พร้อมให้บัตรประชาชนของนายสมพงษ์ ถนัด ผู้เสียหายอีกรายที่แจ้งความหายไว้เช่นกัน โดยกลุ่มผู้ต้องหาได้ปลอมลายมือชื่อนายสุชาติ เจ้าของเช็ค นำเช็คไปเข้าบัญชีผู้เสียหาย เมื่อผู้เสียหายตรวจสอบพบว่ามียอดเงินเข้ามาจริง แต่ไม่ได้ตรวจสอบให้ละเอียดว่า ยอดเงินดังกล่าวยังไม่สามารถเบิกเงินได้ ต้องรอเคลียริ่งเช็คก่อน ผู้เสียหายหลงกลมอบทองคำให้กับ น.ส.บัวติ๊บ ต่อมาเช็คเด้งธนาคารปฏิเสธจ่ายเงิน เพราะลายมือชื่อไม่ตรงกับที่เซ็นไว้กับธนาคาร ผู้เสียหายไปแจ้งความ สน.ปทุมวัน จากการตรวจสอบพบกล้องวงจรปิดในห้างบันทึกภาพทั้งคู่เอาไว้ได้ พนักงานสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับ และติดตามจับทั้งคู่ได้ที่ลานจอดรถอาคารอัญมณีเพลส เลขที่ 605/611 ซอยเพชรเกษม 92/2 แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค เมื่อสายวันที่ 4 มิ.ย.

จากการตรวจสอบพบด้วยว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 5 พ.ย.57 พ.ต.ท.ครรชิต ร่วมกับนายสุทธิวุฒิ ถวิลรัมย์ อายุ 42 ปี และนายเบิ้ม ไม่ทราบนามสกุล ไปหลอกซื้อทองคำที่ห้างทองเจียบ เซ่ง เฮง แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร โดยอ้างเป็นตัวแทนห้างทอง เฮง เซ่ง เฮง สาขาบางกะปิ ซื้อทองคำแท่งน้ำหนัก 300 บาท มูลค่า 5,424,000 บาท จ่ายเงินเป็นเช็คของธนาคารไทยพาณิชย์ ของนายสุชาติ พงษ์ธนา โดยใช้อุบายเดียวกัน ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ผู้เสียหายแจ้งความไว้ที่ สน.พระราชวัง ต่อมาวันที่ 6 ก.พ.58 พ.ต.ท.ครรชิต ร่วมกับนายธนบดี ดวงมาลา และหญิงไทยไม่ทราบชื่อ ไปหลอกห้างทองจิ้นไถ่เฮง แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ซื้อทองคำแท่งน้ำหนักรวม 400 บาท มูลค่า 7,928,000 บาท โดยใช้เช็คของนายสุชาติจ่ายอีก ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเพราะลายมือเจ้าของเช็คไม่ตรงกัน ผู้เสียหายแจ้งความที่ สน.สำราญราษฎร์ สรุป พ.ต.ท.ครรชิต พร้อมพวก ได้ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ร้านค้าทองคำ 3 ราย จำนวนทองคำแท่ง 850 บาท รวมมูลค่า 16,059,500 บาท

พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.สส.3 บก.สส.กล่าวว่า พ.ต.ท.ครรชิต หรือนายรชต ให้การภาคเสธ แต่ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง ทั้งผู้ต้องหาและพวกได้ฉ้อโกงร้านทอง โดยอาศัยช่องว่างของการเคลียริ่งของธนาคารเมื่อมีการสั่งจ่ายเป็นเช็ค ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อมอบทองคำให้กลุ่มผู้เสียหายดังกล่าวไป ส่วนนายสุชาติ เจ้าของเช็ค ได้เรียกมาสอบปากคำแล้วพบว่าไม่เกี่ยวข้อง ให้การว่าทำสมุดเช็คเล่มนี้หายแต่ไม่รู้หายที่ไหน และได้แจ้งความไว้เป็นหลักฐานแล้ว สำหรับนายรชต หรือ พ.ต.ท.ครรชิต เคยเกี่ยวพันคดีการหายตัวไปของนายชัยรัตน์ รุ่งเรือง หรือ “เสี่ยติงนัง” สจ๊วตหนุ่ม เหตุเกิดเมื่อวันที่ 31 ธ.ค.50 จนป่านนี้ยังไม่พบตัว โดยนายรชต หรือ พ.ต.ท.ครรชิต ถูกจับกุมข้อหาลักทรัพย์ และปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม ศาลอาญาพิพากษาจำคุก 15 ปี 6 เดือน พ้นโทษออกมาเมื่อวันที่ 15 ส.ค.55 กระทั่งมาก่อเหตุดังกล่าว

ฉาวไม่เลิก สืบใหญ่นครบาลรวบ พ.ต.ท.แสบ อดีตรอง ผกก.จร.สน.บางรัก พันคดี “เสี่ยติงนัง” หายเมื่อปลายปี 50 คราวนี้ร่วมสาวคนสนิท ฉ้อโกงร้านทอง... 6 มิ.ย. 2558 05:59 ไทยรัฐ