วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พลโทมนัส ไม่ได้ขึ้น ‘ศาลทหาร’ ถูกยกคำร้อง!นำตัวโรฮีนจาเดินย้อนรอย

ศาลยกคำร้องไต่สวนฉุกเฉินของทนายความ พล.ท.มนัส ผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์โรฮีนจา ที่ระบุว่าฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ต้องนำผู้ทำความผิดขึ้นศาลทหารยืนอำนาจคุมตัวตามคำร้องพนักงานสอบสวน ส่วน พล.ท.คนดังถูกขังอยู่ในเรือนจำ เครียดกินไม่ได้นอนไม่หลับ ด้าน “เอก อังสนานนท์” เผยเล็งนักการเมืองและนายทุนเกี่ยวพันคดี ขณะที่นายกฯเร่งปราบธุรกิจมืดอย่างจริงจัง

ภายหลังทนายความของ พล.ท.มนัส คงแป้น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบกผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์ยื่นหลักทรัพย์ 2.5 ล้านบาท ขอประกันตัว ศาลพิจารณาไม่อนุญาต ทำให้นายพลคนดังต้องถูกควบคุมเข้าเรือนจำนาทวีทันที ขณะที่ต่างชาติพอใจกับผลงานการกวาดล้างขบวนการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง โดยเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 มิ.ย. ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 9 ส่วนหน้า สภ.หาดใหญ่ พล.ต.ท.มนตรี โปตระนันทน์ ผบช.ภ.9 พร้อมด้วย พล.ต.ต.พุทธิชาต เอกฉันท์ รอง ผบช.ภ.9 พล.ต.ต.วีรสิทธิ์ เพ็ชรคล้าย รอง ผบช.ภ.9 พล.ต.ต.ปวีณ พงษ์สิรินทร์ รอง ผบช.ภ.8 ประชุมร่วมกับพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการเพื่อติดตามการสอบสวนและความคืบหน้าของคดีค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจา

พล.ต.ท.มนตรี โปรตระนันทน์ ผบช.ภ.9 กล่าวว่า พนักงานสอบสวนสอบปากคำนายถาวร มณี ผู้ต้องหาเครือข่ายค้ามนุษย์ใน จ.สงขลา เข้ามอบตัวเป็นคนล่าสุดอยู่ในกลุ่มของนายบรรจง ปองผล หรือโกจง อดีตนายกเทศมนตรีเมืองปาดังเบซาร์ อ.สะเดา แจ้งข้อหาดำเนินคดีรวม 13 ข้อหา ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหานำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดนาทวี พร้อมกับคัดค้านการประกันตัว ส่วน พล.ท.มนัส คงแป้น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก ขณะนี้ยังคงถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำนาทวีหลังศาลจังหวัดนาทวีไม่อนุญาตให้ประกันตัวเหมือนกับผู้ต้องหาคนอื่นๆ

ผบช.ภ.9 กล่าวอีกว่า ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับ 84 คน จับกุม 53 คน คงเหลือผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอยู่ 31 คน อย่างไรก็ตาม จากการสอบสวนขยายผล เจ้าหน้าที่ยังพบว่า มีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้อีกหลายคน อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อออกหมายจับเพิ่มเติม ส่วนมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดได้จากเครือข่ายค้ามนุษย์ตัวเลขเดิม 84.5 ล้านบาท เพิ่มอีก 34 ล้านบาท รวม 118.5 ล้านบาท แยกเป็นเครือข่าย จ.ระนอง รวม 70.5 ล้านบาท เครือข่าย จ.สตูล 48 ล้านบาท ส่วนเครือข่าย จ.สงขลา เจ้าหน้าที่ ปปง.อยู่ระหว่างดำเนินการ

ต่อมาเวลา 14.00 น. นายพิพัฒน์ เจือละอองทนายความของ พล.ท.มนัสยื่นคำร้องขอไต่สวนฉุกเฉินต่อศาลจังหวัดนาทวี ในเรื่องอำนาจหน้าที่ของพนักงานสอบสวน ตั้งแต่ในขั้นตอนการขอหมายจับและการจับกุม รวมทั้งการสอบสวนและส่งฟ้องว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เนื่องจากคณะ คสช.ออกประกาศเมื่อลงวันที่ 25 พ.ค.57 มีความว่าความผิดที่เกี่ยวกับการฝ่าฝืนคำสั่งหรือประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หรือคำสั่งหัวหน้า คสช. หากทหารทำผิดให้นำผู้ทำความผิดขึ้นศาลทหาร

นายพิพัฒน์กล่าวว่า ถ้าคำสั่ง คสช.ยังไม่มีการยกเลิกคำสั่งฉบับดังกล่าว การสั่งฟ้องของตำรวจ เป็นการฝ่าฝืนคำสั่งของ คสช. จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะที่ชอบด้วยกฎหมายตามคำสั่งของ คสช.ฉบับนี้ ต้องนำตัว พล.ท.มนัสส่งฟ้องศาลทหาร เชื่อว่าคำสั่งของ คสช.ฉบับนี้ยังไม่มีการยกเลิกและหากสามารถให้ พล.ท.มนัสขึ้นศาลทหารที่มณฑลทหารบกที่ 42 จ.สงขลา จะมีโอกาสได้รับการประกันตัวมากกว่า ส่วนการยื่นอุทธรณ์ที่ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ขณะนี้ทนายยังไม่ยื่นอุทธรณ์เพื่อขอประกันตัว แต่จะยื่นอีกครั้งหลังจากที่ทราบผลของการยื่นขอไต่สวนฉุกเฉินแล้ว

ต่อมา ศาลจังหวัดนาทวีมีคำสั่งว่ามีอำนาจควบคุม พล.ท.มนัส ตามคำร้องของพนักงานสอบสวน การใช้อำนาจของพนักงานสอบสวนชอบด้วยกฎหมายให้ยกคำร้องขอไต่สวนฉุกเฉิน จากนั้นทีมทนายความได้ยื่นอุทธรณ์ขอประกันตัวต่อศาลอุทธรณ์ภาค 9 คาดใช้เวลาประมาณ 7 วันจึงจะทราบผล

สำหรับญาติและลูกน้องคนสนิทของ พล.ท.มนัส เดินทางมาที่เรือนจำนาทวี ทยอยกันเข้าเยี่ยม พล.ท.มนัส โดยนำสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นเข้าไปให้ โดยทางเรือนจำอนุญาตให้ญาติและลูกน้องคนสนิทเข้าเยี่ยมตามปกติเหมือนกับการเยี่ยมผู้ต้องขังคนอื่นๆ โดย พล.ท.มนัสมีสีหน้าเคร่งเครียดอิดโรย เนื่องจากนอนไม่หลับมาตลอดทั้งคืน ผู้สื่อข่าวสอบถามเจ้าหน้าที่เรือนจำทราบว่าทางเรือนจำได้จัดให้ พล.ท.มนัส อยู่ร่วมกับผู้ต้องขังแรกรับในแดนแรกรับเหมือนกับผู้ต้องขังรายอื่นๆ ไม่มีอะไรที่เป็นพิเศษ เมื่อคืนวันที่ 5 มิ.ย. พล.ท.มนัสนอนไม่หลับกินอาหารที่เรือนจำจัดให้ไม่ค่อยได้ยังนั่งเครียดไม่พูดคุยกับใคร

ขณะที่ พ.ต.อ.ตรีวิทย์ ศรีประภา รอง ผบก.ภ.จ.สงขลา นำตัวเหยื่อชาวโรฮีนจา 1 คน เดินเท้าขึ้นไปบนเทือกเขาแก้ว บ้านตะโล๊ะ ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดาะ จ.สงขลา เพื่อแกะรอยเส้นทางตั้งแต่จุดที่ใช้เป็นสถานที่ตั้งแคมป์กักกัน จนถึงบ้านวังประจัน ต.วังประจัน อ.ควนโดน จ.สตูล เป็นเส้นทางเชื่อมต่อกันที่เหยื่อระบุว่าเป็นเส้นทางลำเลียงชาวโรฮีนจาจาก จ.สตูลมายัง จ.สงขลา เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดมาประกอบสำนวนการสอบสวนเพื่อให้คดีรัดกุมยิ่งขึ้น

สำหรับความคืบหน้าที่ทางการมาเลเซียขอใช้เส้นทางพื้นที่เขตแดนไทยขึ้นไปขุดศพชาวโรฮีนจากว่า 90 ศพ ในฝั่งรัฐเปอร์ลิสบริเวณหลักเขตแดน D8 นั้น จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการลำเลียงศพเข้ามายังฝั่งไทย คาดว่ายังอยู่ในขั้นตอนขุดศพและตรวจสภาพพื้นที่ว่าจะสามารถนำเฮลิคอปเตอร์ลงมารับศพได้หรือไม่ หากไม่ได้จำเป็นต้องใช้ฝั่งไทยเป็นเส้นทางผ่านลำเลียงศพลงมาทางพื้นราบ

ด้าน พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. กล่าวถึงการดำเนินคดีกับ พล.ท.มนัส คงแป้น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบกผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจา ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กำชับและเน้นย้ำมาตลอดให้สืบสวนสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นใครหรือเกี่ยวข้องในลักษณะใด ทุกอย่างเป็นไปตามพยานหลักฐาน ไม่มีแรงกดดันจนทำให้ไม่สามารถปฏิบัติงานได้ นอกจากนี้ ต้องหาเครือข่ายที่เชื่อมโยงเพื่อจะได้ทราบถึงกระบวนการค้ามนุษย์ทั้งหมด สำหรับผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีขณะนี้เหลืออยู่ประมาณ 30 คน มีภูมิลำเนาอยู่ใน จ.สงขลา สตูล ระนอง รวมทั้งนายณัฐภัทร แสงทอง หรือ “โกมิก” ถูกจับที่ประเทศเมียนมา ได้ประสานขอตัวแล้ว ส่วนผู้ต้องหาคนอื่นขณะนี้ทยอยเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ ส่วนจะเกี่ยวข้องกับนักการเมืองและนายทุนหรือไม่คงต้องจับตาดูกันต่อไป นอกจากนี้ยังยึดและอายัดทรัพย์สินผู้ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการกว่า 200 ล้านบาท

ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เป็นประธานเปิดงานและแสดงเจตนารมณ์ในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ เนื่องในวันต่อต้านการค้ามนุษย์ ประจำปี 2558 พร้อมร่วมบริจาคเงินเข้าโครงการ “รวมใจไทย ต้านค้ามนุษย์” 5 หมื่นบาท พร้อมเปิดให้ประชาชนร่วมบริจาคผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสแก้ไขปัญหาค้ามนุษย์ โดยนายกฯมอบรางวัลให้แก่ผู้ปฏิบัติการดีเด่นด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ อาทิ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ รอง ผบช.ภ.8 โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมฯเป็นเจ้าภาพ ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเปิดงานว่า การค้ามนุษย์เป็นปัญหามายาวนานและรุนแรง ส่งผลกระทบความมั่นคงเศรษฐกิจของชาติ ต้องปราบปรามอย่างจริงจังทั้งขบวนการ เจ้าหน้าที่ถ้าเกี่ยวข้องหรือบกพร่อง ต้องถูกลงโทษทั้งทางวินัยและอาญา ผู้มีอิทธิพลต้องไล่ปิดกิจการ ยึดทรัพย์ ต้องกำจัดไม่ให้มีที่ยืนบนแผ่นดินไทย อย่าหาเงินโดยไม่สุจริตเพราะนั่นเป็นบาปเป็นกรรม

นายกฯกล่าวว่า ปัญหาเกิดมานานจากคนและเจ้าหน้าที่กลุ่มเดิม คนเหล่านี้ต้องรับผิดชอบ ตนไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้เพราะเข้ามาเป็นรัฐบาลในเวลานี้ธุรกิจสีเทาต้องหมดไป ต้องแก้ที่ต้นตอที่เกิดจากความยากจน ความเหลื่อมล้ำของคนจน ต้องสร้างความเป็นธรรม ใช้กฎหมายให้น้อยลง หันไปพัฒนาคนมากขึ้น ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาจัดการเครือข่ายไปได้มาก หวังว่าปีนี้สถานการณ์จะดีขึ้น ต้องหยุดเลือดให้ได้ หากปล่อยให้เลือดไหลทีละเส้นประเทศก็ตาย วันหน้าต้องมาหาคนรักษาอีก ผู้บังคับบัญชาทั้งทหาร ตำรวจต้องเอาจริง ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่ต้องทำต่อ สื่ออย่าเสนอเหตุการณ์ที่รุนแรงเพียงอย่างเดียว ต้องเสนอเพื่อช่วยกันแก้ปัญหา

พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงกรณีที่ไทยดำเนินการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ คาดว่าทางสหรัฐฯและไอยูยูจะจัดอันดับใหม่ดีขึ้นหรือไม่ว่า อย่าไปกังวลมากนัก ในฐานะที่ตนเป็นผู้รับผิดชอบในวันนี้คงไปโทษใครไม่ได้ อย่าไปคาดหวังให้คนอื่นเข้าใจเราในระยะเวลาอันสั้น 6 เดือน 1 ปี แต่พวกเราต้องมั่นใจร่วมมือกันทำให้สำเร็จก่อน ผลที่จะเกิดขึ้นก็ตกอยู่กับบ้านเมืองเรา เรื่องไอยูยูแรงงานเรือประมงตนก็เห็นใจ ด้วยคนของเราเป็นคนจน รายได้น้อยเลือกอาชีพไม่ได้ พอจำนวนเรือมีมากก็ขาดการควบคุมเลยโดน แต่เมื่อแก้กฎหมายดูขนาดของเรือ เครื่องมือในการจับปลา ถ้าอ้างว่ายากจนแล้วทำผิดกฎหมายอีก ก็คงแก้อะไรไม่ได้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเทียร์ หรือไอยูยู ถ้าไม่ร่วมมือกันตั้งแต่วันนี้ก็พังกันทั้งหมด

ศาลยกคำร้องไต่สวนฉุกเฉินของทนายความ พล.ท.มนัส ผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์โรฮีนจา ที่ระบุว่าฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ต้องนำผู้ทำความผิดขึ้นศาลทหารยืนอำนาจคุมตัวตามคำร้องพนักงานสอบสวน... 6 มิ.ย. 2558 05:47 6 มิ.ย. 2558 05:47 ไทยรัฐ