วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘บิ๊กตู่’ ยืดอก 2 ปี ไม่ขัดข้อง เสียงประชาชน อยู่ที่ทำประชามติได้ไหม!ฝ่ายคัดค้านสะกิดคิดให้ดี

“บิ๊กตู่” อ้างไม่อยากตัดรอนกองเชียร์ให้อยู่อีก 2 ปี ทุกอย่างขึ้นกับสถานการณ์ ไม่ขัดข้องถ้าเสียงส่วนใหญ่ต้องการ ปรี๊ดอีกถูกจี้ถามลากยาวอำนาจ รับหงุดหงิดก้าวไม่พ้น “เขา” ซะที จูนอารมณ์แซวนักข่าวพูดแทบตายยังนั่งหาว “วิษณุ” ซัดมือชงไม่มีสิทธิเสนอ ร่างแก้รธน.ชั่วคราวเปิดช่องทำประชามติใกล้ถึงมือ สนช. “พุทธะอิสระ” ล่าล้านชื่อหนุนปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง สปช.เสียงแตก “วันชัย” เชียร์นายกฯดีสุดในรอบ ทศวรรษ ปชป.-พท.ประสานเสียงต้าน “นิพิฏฐ์” กระทุ้งผู้นำอย่าหลงลมปาก เตือนยิ่งสูงยิ่งหนาว “ปึ้ง” ปลงอยากทำอะไรก็ทำ ผบ.ตร.จี้ “ชัยยะ” ทำปมถอดยศ “แม้ว” ให้เคลียร์ ยันไม่ยื้อพร้อมเซ็นถ้าถูกต้อง

ตามที่มีข้อเสนอจากสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ให้จัดทำประชามติสอบถามประชาชนให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ดำรงตำแหน่งต่อไปอีก 2 ปี เพื่อทำการปฏิรูปประเทศให้สำเร็จแล้วจึงจัดการเลือกตั้งได้นั้น

“บิ๊กตู่” ไม่อยากตัดรอนกองเชียร์

เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 5 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกระแสสนับสนุนจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เสนอให้อยู่ในตำแหน่งนายกฯไปอีก 2 ปี เพื่อดำเนินการปฏิรูปให้เสร็จแล้วจะจัดการเลือกตั้งว่า สนช.เป็นประชาชนหรือเปล่า ประชาชนในประเทศไทยมี 60-70 ล้านคน ข้อเสนอทำประชามติเพื่อให้รัฐบาลอยู่ปฏิรูปต่อทำได้หรือเปล่า ทำได้ก็ทำ ทำไม่ได้ก็ไม่ต้องทำ ไม่ใช่บอกว่าตนไปตอบรับอันนั้นไม่ใช่ ต้องเข้าใจว่าการจะเป็นผู้บังคับบัญชาคนหรือผู้นำ ต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน ในเมื่อเขาพูดมาตนจะไปตัดรอนเลยก็ไม่ใช่ ต้องขอบคุณถ้าทำได้ก็เป็นเรื่องของประชาชนที่จะต้องทำ ไม่ใช่ตนไปตอบรับหรือยินดี ถ้าไม่ต้องทำต่อจบแค่นี้ตนก็สบาย ก็เป็นเรื่องของรัฐบาลหน้า ถ้าจะให้ตนทำจะอยู่ได้อย่างไร ทำอย่างไรให้ต่างชาติยอมรับหรือไม่คือปัญหาของตน

อะไรจะเกิดขึ้นกับสถานการณ์

ผู้สื่อข่าวถามว่า หลายฝ่ายมองว่าทั้ง สปช.และคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ควรทำให้รัฐธรรมนูญที่ร่างขึ้นมาเสียของ เพราะใช้งบประมาณแผ่นดินปฏิบัติหน้าที่แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า อย่าไปโทษ มองอย่างนี้ไม่ได้ ประเทศไทยประกอบด้วยคนหลายส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม โดยภาครัฐมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ พลเรือน ทหาร ฝ่ายการเมืองที่ผ่านมาก็มี ส.ส.-ส.ว. วันนี้มี สนช. สปช.ทำหน้าที่คล้ายกัน จะทำสำเร็จหรือไม่ ไม่ได้อยู่ที่ตรงนี้ แต่อยู่ที่คนกำกับดูแลจะให้งานเหล่านี้ต่อเนื่องได้อย่างไร ตนถึงบอกอำนาจประชาชนอยู่ที่การเลือกตั้ง ถ้าเลือกรัฐบาลได้ดีก็จะทำต่อในสิ่งที่ตนคาดหวังไว้ และอยากให้คนไทยคาดหวังอย่างนั้น แต่เรื่องอะไรจะเกิดขึ้น สถานการณ์จะเป็นตัวบังคับ ถ้าเลือกได้คนไม่ดีมาก็ถอยหลัง หรือไม่ก็หยุดอยู่กับที่ แล้วจะไปทำอะไรได้ในเมื่อตนก็ไม่ได้อยู่ แต่ช่วงเวลาที่เหลือจะแก้ปัญหาทุกอย่างให้ดีที่สุด เร็วที่สุด เพราะประชาชนคาดหวังมาก บางอย่างอีนุงตุงนังไปหมดต้องรื้อทั้งระบบ ต้องใช้เวลา ไม่ได้หมายความว่าตนจะผูกขาดแต่เป็นคนทำและเริ่มแล้ว

ไม่ขัดข้องถ้าประชามติให้อยู่ต่อ

เมื่อถามว่า ถ้าเสียงประชามติส่วนใหญ่ให้อยู่ต่อ พล.อ.ประยุทธ์ย้อนถามว่า ประชามติทำอย่างไร ต้องแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราวใช่ไหม ถ้าแก้ให้มีการทำประชามติต้องไปถามคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าทำได้หรือไม่ ซึ่งตนไม่รู้ แต่อย่าเอาตนไปเกี่ยวข้องตรงนี้ เมื่อถามอีกว่าถ้าทำประชามติได้และประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่าควรอยู่ต่อ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ก็อยู่ที่รัฐธรรมนูญเขียนไว้หรือเปล่า เมื่อถามย้ำว่า ถ้ามีการเสนอให้อยู่ต่อ 2 ปีไม่ขัดข้องใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า อย่ามาถาม แต่ถ้าเป็นเสียงประชาชนจะขัดข้องได้อย่างไร ถ้าเขาอยากให้ทำก็ต้องไปสร้างความเข้าใจให้ได้ ทั้งคนในประเทศ นักการเมือง ตนไม่ต้องการอำนาจอยู่ที่ว่าทุกคนจะให้ประเทศไทยมีอนาคตอย่างไร ทุกคนมีส่วนร่วมกันตรงไหน อาจไม่ใช่ตนก็ได้ การทำประชามติจะเอาใครมาก็ได้ไม่ใช่ตน

กระตุกต่อมปรี๊ดลากยาวอำนาจ

เมื่อถามว่า ตราบใดที่ยังไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก็สามารถอยู่ไปได้เรื่อยๆ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบด้วยอาการโมโหว่า “เรื่อยๆอย่างไร รัฐธรรมนูญเขาเขียนว่าอย่างไร ไม่ใช่เรื่อยๆ พูดให้รู้เรื่อง อย่าใช้คำว่าเรื่อยๆ ชาติหน้าหรือไง พูดให้มันถูก รัฐธรรมนูญเขียนว่าอย่างไร ถ้ามันไม่ได้ก็ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ มีเวลา 60 วัน 90 วัน 120 วัน อ่านซะบ้าง” เมื่อถามย้ำว่าอาจมีบางส่วนที่อยากให้อยู่ต่อ แต่บางส่วนไม่เห็นด้วย พล.อ.ประยุทธ์ตอบด้วยท่าทีหงุดหงิดว่า “อ้าว ก็รู้อยู่แล้ว ก็มันอย่างนั้นอยู่แล้ว แล้วจะมาถามทำไม” เมื่อถามว่า ห่วงหรือไม่ว่าจะเกิดกระแสต้าน พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ถามให้มีปัญหาหมดทุกเรื่อง เขียนให้มีปัญหาหมด

สิ่งดีไม่สนพัวพันแต่กับการเมือง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ข้อเสนอให้อยู่ต่อ 2 ปีทำให้เครียดหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่ได้เครียด แต่เครียดเรื่องาน ปัญหาอีนุงตุงนังเยอะแยะไปหมด กำลังแก้ก็เอาการเมืองมาอยู่ได้ ปล่อยมันไปตามครรลองสิ ร่างรัฐธรรมนูญยังกำลังแก้กันอยู่ ถามอยู่นั่นล่ะ แล้วจะตอบได้หรือไม่ว่าผ่านหรือไม่ผ่าน ถ้าไม่ผ่านก็ร่างใหม่ มีระยะเวลากำหนดไว้ และถ้าไม่ผ่านอีกก็ร่างใหม่ก็มีแค่นั้น มันจะมีอนาคตอะไรสำหรับตน ไม่มีหรอก ถ้ารัฐธรรมนูญผ่านจะทำประชามติว่าจะรับหรือไม่อีก ถ้าไม่รับก็กลับมาเริ่มต้นใหม่อีก ก็วนอยู่แค่นี้ ไม่เห็นจะมีอย่างอื่น สงสัยอยู่นั่น ตีกันไปตีกันมา ก้าวข้ามให้พ้นปัญหาเสียบ้าง สิ่งดีๆกำลังเกิดไม่สนใจ การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไม่สนใจเลย สนใจแต่การเมืองและคนที่รบกันอยู่เดิม ประชาชนแตกเป็นฝั่งเป็นฝ่ายก็จะให้เป็นอย่างนี้กันอยู่ต่อไป มันใช่ไหม

รับหงุดหงิดก้าวไม่พ้น “เขา” ซะที

“นั่นล่ะผมหงุดหงิดตรงนี้ ก้าวข้ามให้พ้นซะบ้าง เลิกพูดถึงเขาซะบ้างได้ไหม ให้กระบวนการยุติธรรมทำได้ไหม พอเขาทำก็เร่งเขา พอเขาไม่ทำก็ว่าเขา ทั้งที่เขาอาจทำอยู่ก่อนก็ได้ แล้วความน่าเชื่อถือมันหมดไปหรือไม่ เขาจะเชื่อศาลไหม กฎหมายเขียนเขาจะทำตามกฎหมายไหม พอทางนั้นพูดกลับมาเร่งทางนี้ พอทางนี้พูดกลับไปเร่งทางโน้น แล้วจะเริ่มปรองดองกันได้อย่างไร ในเมื่อสังคมไม่ปรองดองอย่างนี้ คนทำความผิดไม่ผิด มันใช่ไหม ต้องแยกแยะ อย่ามุ่งหวังแต่ขายข่าวอย่างเดียว ต้องขอร้อง วันนี้สื่อติดกับดักไม่เลิกเสียที เขียนอยู่นั่นเรื่องความขัดแย้ง และคนเดิมกลุ่มเดิมที่ถูกดำเนินคดีอยู่ ก็อย่าไปรื้อกันออกมา ให้เขาทำไป อย่ามาโยงกัน ชอบเอานิยายคนละเรื่องมาต่อกัน” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว เมื่อถามว่าเขาคนนั้นคือใคร พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ไม่รู้ คิดเอาเองว่าเขาคือใคร”

จูนอารมณ์แซวนักข่าวนั่งหาว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างตอบคำถามผู้สื่อข่าว พล.อ.ประยุทธ์พยายามทำอารมณ์ให้เย็นลง โดยถามทีเล่นทีจริงผู้สื่อข่าวว่ายิ้มทำไม หัวเราะทำไม นายกฯเสียงดังแล้วชอบ เดี๋ยวก็ว่านายกฯปัด พูดอะไรก็บอกฟุ้ง โว มันอะไร ทำแทบตาย ไม่ใช่คุย แต่บอกให้ฟัง การทำอะไรทุกคนต้องร่วมมือ ตนสั่งอย่างเดียวแล้วเนรมิตทุกอย่างได้หรือไม่ ทุกคนรวมทั้งสื่อต้องร่วมมือสร้างความเข้าใจ ทำให้คนสงบลง ถ้าสังคมยังเป็นอยู่อย่างนี้ก็ไปไม่ได้ จะปรองดองโดยผิดกติกาสังคม ทำไมไม่ให้กลับไปอยู่ในกระบวนการที่สังคมหรือกระบวนการยุติธรรมดำเนินการ นี่พูดแทบตายยังนั่งหาวกันอีก วันนี้ไม่ใช่อะไรหรอกมันร้อน เมื่อถามว่าทำไมเวลาถามเรื่องรัฐธรรมนูญ หรือการต่ออำนาจ ต้องอารมณ์เสีย พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ก็อย่าไปสนใจกันมากนักในเรื่องนี้

เตือนสติต้องยอมขาดทุนเพื่อชาติ

ต่อมาที่โรงแรมเซ็นทารา เซ็นทรัล ลาดพร้าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวมอบนโยบายเกี่ยวกับการกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ “บทบาทและหน้าที่กรรมการรัฐวิสาหกิจ” ว่า วันนี้คนไทยถูกปลุกระดมให้ไม่เชื่อมั่นซึ่งกันและกัน ทั้งกฎหมาย ระบอบประชาธิปไตย องค์กรอิสระ กระบวนการยุติธรรม ตำรวจ ทหาร ทุกอย่างถูกทำลายด้วยความขัดแย้ง ด้วยคนไม่ดีในระยะเวลาไม่ถึง 10 ปี ตนอยู่ร่วมมากับทุกรัฐบาล ยืนยันว่าถ้าต้องการให้เป็นประชาธิปไตยต้องอย่าให้เกิดขึ้นอีก ตนไม่พยายามโทษเรื่องเก่าๆ เว้นแต่เรื่องกฎหมาย จะไม่ยอมให้ใครคนหนึ่งอยู่นอกกระบวนการยุติธรรม ขอให้ทุกคนให้อภัยซึ่งกัน และกัน สังคมไทยให้โอกาสคนอยู่แล้ว อยากฝากบอกประชาชนและสังคมว่าอันตรายเข้ามาใกล้เราแล้ว ทั้งความขัดแย้ง ความยากจน ภัยสงคราม สภาพอากาศ ถ้าทุกคนเอาแต่ได้ เทวดาก็ทำให้ไม่ได้ ต้องยอมขาดทุนเพื่อชาติบ้าง

“วิษณุ” ซัดมือชงไม่มีสิทธิเสนอ

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯให้สัมภาษณ์ถึงข้อเสนอของ สปช.บางส่วน ที่ให้ปฏิรูป 2 ปีก่อนเลือกตั้งว่า ที่ผ่านมานายกฯไม่เคยสั่งการเรื่องนี้ แต่ที่นายกฯพูดหมายความว่าให้ไปดูในแง่กฎหมายว่ามีแนวทางอย่างไรบ้าง หากจะปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง ส่วนตัวไม่มีความคิดเห็นใดๆ และตอบไม่ได้ว่า ถ้าทำตามข้อเสนอของ สปช. กระแสสังคมจะเป็นอย่างไร ตอนนี้มีเพียงแนวคิดที่จะทำประชามติต่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หากจะทำประชามติเรื่องอื่นด้วยก็ไม่ใช่ปัญหา เพียงแต่เวลานี้ยังไม่มีความจำเป็นที่จะพูดถึง ไม่เช่นนั้นก็จะแตกแขนงเป็นหลายประเด็นมากเกินไป ถ้าพูดออกไปจะกลายเป็นว่าถ่วงเวลา อีกทั้งไม่ทราบว่าเจตนาของผู้เสนอให้ปฏิรูปก่อนเลือกตั้งเป็นอย่างไร เพราะเขาไม่มีสิทธิเสนอต่อที่ประชุมแม่น้ำสามสายต่อหน้านายกฯอย่างนั้น เมื่อถามว่าการทำประชามติให้ปฏิรูปก่อนการเลือกตั้งสามารถทำได้หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า สามารถทำได้ ถ้าคิดว่าไม่สับสนจนทำให้คนงง

จ่อเสนอ สนช. แก้ รธน.ชั่วคราว

นายวิษณุกล่าวถึงการแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราวเพื่อเปิดช่องการทำประชามติในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่า เหตุที่ต้องตัดสินใจว่าจะทำประชามติในตอนนี้ เพราะถ้ารอดูท่าทีจากกรรมาธิการยกร่างฯ หรือรอดูร่างรัฐธรรมนูญที่แก้ไขแล้ว ก็อาจจะเป็นข้อครหาได้ว่า เราดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้ ดังนั้น การตัดสินใจในวันนี้ จึงเป็นการบอกไปยังกรรมาธิการยกร่างฯว่า ไม่ว่ารัฐธรรมนูญจะออกมาอย่างไร เราก็จะทำประชามติ ซึ่งตอนแรกคิดว่าจะรอดูท่าทีจากกรรมาธิการยกร่างฯก่อน แต่เมื่อกระแสสังคมเรียกร้องจึงตัดสินใจ ส่วนความคืบหน้าในการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว ได้กำหนดที่จะนำเข้า ครม.ก่อนเสนอต่อ สนช.คือภายในเดือนนี้

“พุทธะ” ล่าล้านชื่อปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง

ที่รัฐสภา พระพุทธะอิสระ วัดอ้อน้อย จ.นครปฐม เข้ายื่นหนังสือต่อนายมานิจ สุขสมจิตร รองประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อคัดค้านคำเสนอแปรญัตติให้ตัดสภาตรวจสอบภาคพลเมืองประจำจังหวัด และสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ออกจากร่างรัฐธรรมนูญ โดยพระพุทธอิสระกล่าวว่า ภาคประชาชนเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย ต่อสู้บนท้องถนน เพื่อจะได้ตรวจสอบพฤติกรรมนักการเมืองและข้าราชการได้ การปรับเปลี่ยนแก้ไขถ้อยคำทำได้ แต่อย่าถอดออก พร้อมกันนี้ได้ยืนหนังสือสนับสนุน สปช. สนช. คสช. และรัฐบาล ต้องปฏิรูปให้สำเร็จทุกมิติก่อนจึงจัดเลือกตั้ง เราจะรวบรวมรายชื่อเท่าที่จะรวบรวมได้เป็นแสนเป็นล้าน มาสนับสนุนให้ปฏิรูปจนจบแล้วจึงมีการเลือกตั้ง

รอดูกลไกหลังแก้ รธน.ชั่วคราว

นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษก กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ต้องจับตาดูว่าจะมีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว เพื่อดำเนินการกับเรื่องดังกล่าวอย่างไร เพราะมีผลกระทบต่อโรดแม็ปของ คสช. อาจถูกมองว่าไม่รักษาสัญญา ข้อเสนอให้ปฏิรูปเสร็จก่อนเลือกตั้ง ต้องรอการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวด้วยว่าจะมีกลไกอย่างไร ซึ่งหากให้มีกระบวนการประชามติอาจเป็นเหตุที่น่าจะทำได้ เพราะมาจากความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง ผลประชามติที่รองรับอาจเป็นส่วนที่ผ่อนคลายสถานการณ์ของต่างประเทศที่จับตาอยู่

เชียร์นายกฯดีสุดในรอบทศวรรษ

นายวันชัย สอนศิริ สมาชิก สปช. กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์คงต้องเดินตามโรดแม็ปที่วางไว้ หากจะเสนออยู่ต่ออีก 2 ปีด้วยตนเอง จะกลายเป็นว่าต้องการสืบทอดอำนาจ แต่หากมีข้อเรียกร้องจากประชาชนให้อยู่ปฏิรูปเพื่อสะสางปัญหาให้เสร็จสิ้นเรียบร้อย พล.อ.ประยุทธ์ก็น่าจะนำมาพิจารณา ส่วนตัวเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯที่มีความตั้งใจมากที่สุดในรอบ 10 ปี หากประเมินความรู้สึกของทั้งคน กทม.และต่างจังหวัด เชื่อว่ายังไม่อยากให้มีการเลือกตั้งเร็วนี้หากปัญหายังไม่ถูกแก้ไขให้เสร็จ มีเพียงนักการเมืองที่เสียประโยชน์เท่านั้นที่อยากเร่งให้มีการเลือกตั้ง ส่วนแม่น้ำสายอื่นอย่าง สปช. เห็นว่าจะยุบ สปช.ทันทีเลยก็ได้เมื่อมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่ให้ถูกมองว่า สปช.อยากอยู่ในอำนาจต่อ ให้นายกฯอยู่ต่อแล้วพวกเราไปก็ยินดี

วัดใจประชาชนต้องการแบบไหน

นายวันชัยกล่าวว่า ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนต้องออกมาแสดงความเห็นว่า จะให้มีการเลือกตั้ง หรือปฏิรูปอีก 2 ปีก่อนเลือกตั้ง ส่วนที่มองว่าหากอยู่ต่ออาจเกิดกระแสต่อต้านจากประชาชน ตนมองว่าหากอยู่แล้วไม่ได้แก้ปัญหาอะไร ก็เป็นธรรมดาที่จะถูกต่อต้าน ตนคนหนึ่งที่จะออกมาต่อต้านทันที แต่หากอยู่แล้วแก้ปัญหาความขัดแย้ง กำจัดทุจริตคอร์รัปชัน แก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ 2 ปีอาจน้อยเกินไป ประชาชนอาจเรียกร้องให้อยู่สัก 5 ปีก็ได้

เสียงแตกหวั่นจุดชนวนรอบใหม่

ด้านนายอุดม ทุมโฆสิต สมาชิก สปช. กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นว่าถ้าจัดเลือกตั้งโดยเร็วจะดีมาก เพราะเชื่อการปฏิรูปปลายปีนี้คงลุล่วงทั้งหมด ถ้ารัฐบาลจะยืดเวลาออกไปต้องมีเหตุผลเหมาะสม เช่น รัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ หรือไม่ผ่าน สปช. ในสายตานักวิชาการแม้รัฐบาลปัจจุบันจะมีผลงานออกมามากจนประชาชนชื่นชอบ แต่เรื่องแบบนี้อยู่นานไม่ดี เพราะเวลาดีๆ ใจหาย แต่เวลายุบก็ไปเร็วเช่นกัน ถ้าเพลี่ยงพล้ำฝ่ายการเมืองที่รอเข้ามามีบทบาทคงไม่อยู่นิ่ง การอยู่นานแล้วผิดพลาดอาจนำไปสู่ความขัดแย้งรอบใหม่ได้ แต่ถ้าจำเป็นต้องอยู่ต่อเลยโรดแม็ป ต้องอยู่ต่อไม่เกิน 1 ปี ไม่เช่นนั้นจะเกิดข้อครหา

สะกิดคิดให้ดีดันนายกฯขี่หลังเสือต่อ

นายอลงกรณ์ พลบุตร เลขานุการวิป สปช. กล่าวว่า เรื่องนี้สมาชิก สปช.ยังมีความเห็นก้ำกึ่งกันอยู่ ฝ่ายหนึ่งเห็นว่าควรปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง เพราะกังวลว่าการปฏิรูปตามโรดแม็ปจะไม่สำเร็จ แต่อีกกลุ่มเห็นว่าอาจถูกมองเป็นการสืบทอดอำนาจจนเกิดกระแสต่อต้านขึ้นอีก ควรให้รัฐบาลจากการเลือกตั้งเป็นผู้ดำเนินการเรื่องการปฏิรูป อย่างไรก็ตามขณะนี้ สปช.ยังยืนยันตามโรดแม็ปเดิม ที่เห็นสอดคล้องกับ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ คือ ให้ทำประชามติเฉพาะเรื่องรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพียงอย่างเดียว ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงมติว่าจะให้ปฏิรูปก่อนเลือกตั้งหรือไม่ แต่หากจะให้ สปช.มีมติสนับสนุนการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ก็ต้องนำเรื่องเข้าหารือในที่ประชุมวิป สปช.อีกครั้ง เรื่องนี้เป็นเรื่องอ่อนไหว ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะอาจถูกมองเป็นความพยายามสืบทอดอำนาจ

ปชป.กระทุ้งผู้นำอย่าหลงลมปาก

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอให้ผู้ที่เสนอให้นายกฯอยู่ต่ออีก 2 ปีเพื่อทำปฏิรูปให้เสร็จ ช่วยชี้แจงหรืออธิบายสังคมให้รู้ว่าการปฏิรูปนี้หมายถึงอะไร และมีหลักประกันอะไรให้ประชาชนว่าถ้าครบ 2 ปีที่ปฏิรูปเสร็จแล้ว คนไทยจะหันหน้ามากอดกัน ปรองดองกัน ไม่แปลกใจที่ สปช.บางกลุ่มชื่นชมตบมือเชียร์ให้นายกฯอยู่ต่อ เพราะคนพวกนี้ล้วนมาตามอำนาจแต่งตั้งของ คสช.ทั้งสิ้น ก็ต้องเชียร์ให้อยู่ต่อเพื่อที่พวกเขาจะได้อยู่ต่อไปด้วย แต่ขอเตือนนายกฯ ให้ระวังนายไพบูลย์ นิติตะวัน สปช.และ กมธ.ยกร่างฯ ที่ออกมาเชียร์เรื่องนี้ระวังจะเข้ารกเข้าพง เพราะปัญหาคือนอกจากต่างประเทศแล้ว คนที่เชื่อมั่นนายกฯ คือ คนชั้นกลางและข้าราชการประจำ แต่ผู้ได้รับผลกระทบคือชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน และคนหาเช้ากินค่ำ ถ้าผู้มีอำนาจไม่คุ้มครองดูแลคนจน เมื่อถึงขาลงมันจะลำบาก จนต้องฆ่าเสืออย่างที่นายกฯว่า

ระวังคนรอบตัวยิ่งสูงยิ่งหนาว

เมื่อถามว่า นายไพบูลย์เสนอให้ทำประชามติพ่วงไปกับประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ นายนิพิฏฐ์ตอบว่า เหมือนการส่งสัญญาณให้ฉีกโรดแม็ปที่วางไว้ เมื่อเบอร์ 1 ในรัฐบาลพูด คนในสังคมต้องฟัง จากเดิมที่วางโรดแม็ปว่าจะเลือกตั้งปลายปี 2558 เลื่อนมาเป็นเดือน ก.พ.2559 แล้วเลื่อนมาเป็น พ.ค.2559 โดยอ้างว่าทำกฎหมายลูกไม่ทัน จนเลื่อนมาเป็นเดือน ก.ย.2559 โดยอ้างว่าต้องทำประชามติ สัญญาณล่าสุดคืออยู่ต่ออีก 2 ปีหรืออยู่ยาว จึงขอเตือนในฐานะกัลยาณมิตรที่ไม่เคยวิจารณ์นายกฯ เลย แต่เที่ยวนี้ต้องเตือนให้ดัง ขอให้ระวังคนรอบตัวให้ดี คนยิ่งสูงจะยิ่งหนาว เพราะคนรอบข้างไม่มีใครกล้าเตือน มีแต่ประเภทดีครับผม เหมาะสมครับนาย ใช่ครับท่าน

จวกลิ่วล้อจอมชงได้ประโยชน์

นายประมวล เอมเปีย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่น่าเชื่อว่าระดับท่านผู้นำจะเชื่อคำสอพลอของบรรดาลิ่วล้อม้าใช้ที่หวังปูทางอยู่ในตำแหน่งต่อไป เฉพาะแค่เงินเดือนและเบี้ยประชุม สวัสดิการที่รับแต่ละคนยังไม่รวมทีมงานคนใกล้ชิดก็เดือนละกว่า 2 แสนบาท หากนายกฯอยู่ต่อจะถูกครหาว่าสืบทอดอำนาจแน่ เพราะแค่ลิ่วล้อออกมาชงให้อยู่ต่อ นายกฯ ถึงกับให้สัมภาษณ์แบ่งรับแบ่งสู้ จนสังคมเขาวิเคราะห์ว่าวันนี้ผู้นำเปลื้องผ้าแล้ว หลังจากที่กระมิดกระเมี้ยนใส่เสื้อผ้ามิดชิดมาครบปี อยากถามว่าแล้วที่วางโรดแม็ป ไปรับปากไว้กับนานาประเทศจะชี้แจงอย่างไร ตนยังให้กำลังใจในการปฏิรูปประเทศและเดินตามโรดแม็ปต่อไป ที่สำคัญต้องเร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้าน เร่งแก้ไขปัญหาปากท้องชาวบ้านดีกว่า ถ้าปากท้องอิ่มใครเขาก็เอา

“ปึ้ง” ปลงอยากจะทำอะไรก็ทำ

ด้านนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ใครจะทำอะไรจะเสนอให้นายกฯอยู่ไปอีก 2 ปีก็เป็นสิทธิของเขา ถ้าสิ่งที่ทำนั้นถูกต้อง สำหรับตนจะให้รอกี่ปีก็ขอให้ระบุมา ไม่มีปัญหา รัฐบาลอยากอยู่ยาว 2 ปี ก็รอได้ หากมีอะไรทำให้ประเทศชาติดีขึ้น ประชาชนมีความสุข 10 ปีก็รอได้ ตอนนี้ปล่อยวางแล้ว รอดูเพียงกฎกติการัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาอีกครั้งว่าจะลงเลือกตั้งหรือไม่ ถ้ากติกาไม่ถูกต้อง ไม่ดี ก็ต้องทบทวนว่าจะเป็นผู้แทนอีกหรือไม่ เมื่อถามว่าเป็นการส่งสัญญาณของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ให้พรรคเพื่อไทยและมวลชนเคลื่อนไหวหรือไม่ นายสุรพงษ์ตอบว่า ไม่มีการเคลื่อนไหวหรือสัญญาณอะไรทั้งสิ้น พ.ต.ท.ทักษิณอยู่ด้วยความสงบมาตลอด แต่หากมีใครไปขอสัมภาษณ์ พ.ต.ท.ทักษิณก็ยินดีให้สัมภาษณ์ตามปกติ

นปช.กระตุกนายกฯอย่าเคลิ้ม

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า ท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ต่อข้อเสนอให้อยู่ปฏิรูปต่ออีก 2 ปีนั้น มีผลกระทบโดยตรงต่อความน่าเชื่อถือของ คสช.และตัว พล.อ.ประยุทธ์เอง จะถูกตั้งคำถามจากทั้งในและต่างประเทศ ความเชื่อมั่นประเทศ จะถูกทำลายลงไปด้วย สภาพเศรษฐกิจที่วิกฤติอยู่แล้วจะหนักขึ้นไปอีก ทั้งนี้ มีวิธีเดียวที่จะอยู่ในอำนาจต่อ คือ ชวนแม่น้ำ 5 สายลงเลือกตั้ง ประกาศนโยบายปฏิรูปให้ประชาชนพิจารณา ในเมื่อคนดีของประเทศไหลไปรวมกันบนเรือแป๊ะอยู่แล้ว โอกาสชนะถล่มทลายสูงมาก แต่การถืออำนาจพิเศษแล้วไปถามประชาชนว่าจะให้อยู่ต่อหรือไม่ ประชามตินั้นจะชอบธรรมได้อย่างไร หวังว่า พล.อ.ประยุทธ์จะไม่เคลิ้มไปกับข้อเสนอของคนบางกลุ่มที่ต้องการต่อท่ออำนาจ สุ่มเสี่ยงอย่างยิ่งที่จะเกิดความเสียหายร้ายแรงในอนาคต

สับ “ไพบูลย์” มีวาระซ่อนเร้น

นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. กล่าวว่าไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของนายไพบูลย์ และการทำตามข้อเสนอนี้จะเท่ากับไม่รักษาสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน และยังมีวาระซ่อนเร้นให้อยู่ในอำนาจต่อไป เป็นข้อเสนอที่ไม่มีความชอบธรรม เพราะไม่มีบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว สำหรับเรื่องการทำประชามตินั้น หากทำกันบนเงื่อนไขแบบนี้ก็เหมือนทำภายใต้กระบอกปืน คนจะรับกันได้หรือ ตอนนี้ใครออกมาเคลื่อนไหวก็ถูกควบคุมตัว ถ้าจะทำประชามติ ควรถามในประเด็นการยกเลิกอำนาจตามมาตรา 44 หรือยกเลิกการคุกคามของทหารจะดีกว่า

จี้ลงเลือกตั้งให้ประชาชนตัดสิน

นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ข้อเสนอให้นายกฯอยู่ในอำนาจต่อไปอีก 2 ปีนั้น เห็นว่าไม่เหมาะสมและไม่เป็นผลดีแน่ ถ้า พล.อ.ประยุทธ์จะอยู่ในอำนาจต่อไป ควรจัดตั้งพรรคการเมืองแล้วลงเลือกตั้ง ให้ประชาชนเป็นคนตัดสินใจแบบนั้นจะสง่างามกว่า วันนี้รัฐบาลควรเดินตามโรดแม็ปที่ได้ย้ำไว้กับคนทั้งโลก อย่าต่ออายุหรือยืดระยะเวลาออกไป สิ่งที่ต้องเร่งทำเร่งด่วนในเวลานี้คือเร่งสร้างความปรองดอง และทำให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างยุติธรรม ไม่มีหลายมาตรฐาน ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญรวมถึงการปฏิรูปนั้น ถ้าดูเวลาตามโรดแม็ปแล้วคงไม่ทัน ฉะนั้นควรจัดให้มีการเลือกตั้งก่อน โดยใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี 40 หรือ 50

กกต.แจงขั้นตอนทำประชามติ

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงข้อเสนอให้ทำประชามติถามประชาชนว่าควรปฏิรูปให้สำเร็จก่อนเลือกตั้ง ว่า หากยึดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการทำประชามติฉบับปัจจุบัน สนช. ไม่สามารถเสนอประเด็นการทำประชามติได้ กฎหมายกำหนดว่านายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ต้องเป็นฝ่ายที่จะให้ทำประชามติ ต้องกำหนดประเด็นว่าจะทำประชามติในเรื่องใด จากนั้นให้ส่งเรื่องมายัง กกต. รัฐบาลสามารถเสนอได้ 2 รูปแบบ คือ ส่งเฉพาะคำถามในการทำประชามติ หรือส่งทั้งคำถามพร้อมกับกำหนดวันทำประชามติมาให้ กกต. ซึ่งเวลาจัดทำต้องเกิดขึ้นก่อนการทำประชามติให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ

กมธ.ยกร่างฯฟังความเห็น สปช.ต่อ

วันเดียวกันเวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุม กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯ เป็นประธานการประชุม เพื่อรับฟังคำชี้แจงประกอบคำขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญ จากผู้เสนอขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญ เป็นวันที่ 4 ซึ่งเป็นกลุ่มด้านเศรษฐกิจ กลุ่มสังคม จากนั้น น.ส.สุภัทรา นาคะผิว โฆษก กมธ. ยกร่างฯ แถลงว่า กลุ่มด้านเศรษฐกิจ เน้นใน 3 ประเด็น คือ ด้านเศรษฐกิจภาคการผลิต ด้านการเงินการคลัง และการป้องกันปราบปรามการทุจริต โดยเสนอเพิ่มเติมขอให้ปรับเปลี่ยนวิธีการพิจารณาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จากระบบไต่สวนเป็นระบบวินิจฉัยชี้ขาด และเสนอให้ควบรวม ป.ป.ช. กับ ป.ป.ท.

รุมค้านอัดกระทำโดยพลการ

น.ส.สุภัทรากล่าวต่อว่า สำหรับข้อเสนอของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ที่ให้ทำประชามติปฏิรูปก่อนเลือกตั้งนั้น เป็นความเห็นของนายไพบูลย์ ส่วนตัวมองว่าต้องอธิบายให้ได้ว่ามีความชอบธรรมหรือไม่ และต้องตอบคำถามสังคมให้ได้ว่าการปฏิรูปประเทศ 2 ปีคืออะไร เพราะอาจมีผลต่อโรดแม็ปของประเทศได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการรับประทานอาหารเที่ยงร่วมกันของ กมธ.ยกร่างฯ มีการหยิบยกประเด็นข้อเสนอของนายไพบูลย์ขึ้นมาพูดคุย โดยส่วนใหญ่เห็นคัดค้านที่นายไพบูลย์ใช้สิทธิ กมธ.ยกร่างฯนำเสนอประเด็นดังกล่าว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการยกร่างรัฐธรรมนูญได้ เพราะสังคมอาจเกิดความไม่ไว้วางใจในการทำงาน และข้อเสนอดังกล่าว ยังไม่เคยผ่านที่ประชุม กมธ.ยกร่างฯ ถือเป็นข้อเสนอโดยพลการ

เหน็บ กมธ.เลิกล็อบบี้หนุนร่างฯ

ขณะที่นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธาน กมธ.ปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม สปช. กล่าวว่า พร้อมชี้แจงคำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ต่อ กมธ.ยกร่างฯวันที่ 8 มิ.ย. และพร้อมรับฟังความเห็น กมธ.ยกร่างฯ แต่ขอเรียกร้องให้ กมธ.ยกร่างฯอย่ามีทิฐิให้มาก อย่าไปล็อบบี้ให้กลุ่มประชาชนมายื่นหนังสือสนับสนุนแนวคิดของตนเอง มันไม่ดีเป็นการเล่นการเมือง ส่วนการเรียกร้องให้มีการปฏิรูป 2 ปีก่อนเลือกตั้งนั้น ควรทำประชามติสอบถามประชาชนไปพร้อมกับการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เพราะเรื่องนี้มีผลกระทบต่อคนทั้งประเทศ ที่มีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย จะได้เปิดให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นเพื่อช่วยลดความขัดแย้ง แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องยอมรับผลประชามติที่ออกมาไม่ว่าจะเป็นอย่างไร โดยเฉพาะเสียงข้างน้อย

ผบ.ตร.แจงมติถอดยศไม่สมบูรณ์

อีกเรื่อง ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีการตีกลับเรื่องที่คณะกรรมการถอดยศข้าราชการตำรวจ ที่มี พล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล ที่ปรึกษา สบ 10 เป็นหัวหน้าคณะกรรมการพิจารณาถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายก-รัฐมนตรี ไปให้คณะกรรมการลงลายมือชื่อรับรองมติที่ประชุม ว่า คณะกรรมการได้สรุปเรื่องส่งมายังตนอีกครั้งเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. จึงให้เจ้าหน้าที่พิจารณาอย่างเร่งด่วน รัดกุม รอบคอบ เน้นให้เป็นไปตามกฎหมาย ตามระเบียบการถอดยศ การจะถอดยศได้ต้องเข้าองค์ประกอบ 2 ข้อ คือ 1.พฤติการณ์ที่สมควรเสนอให้ถอดยศ มี 7 เหตุ ตามข้อ 1. ของระเบียบการถอดยศ และ 2.พฤติการณ์ซึ่งไม่สมควรให้ดำรงตำแหน่งในยศตำรวจ อาทิ ทำตัวไม่เหมาะสม เป็นเหตุให้เสื่อมเสียต่อตนเองหรือหมู่คณะ หรือเป็นเหตุให้เสื่อมเกียรติยศของตำรวจ แต่คณะกรรมการชุดดังกล่าวมีมติเฉพาะองค์ประกอบตามข้อ 1. เท่านั้น แต่ไม่ได้พิจารณาตามข้อ 2. มาด้วย จึงนำเรื่องส่งกลับคืนให้คณะกรรมการสรุปในข้อ 2. มาให้ครบถ้วนอีกครั้ง

ยันไม่ยื้อพร้อมเซ็นถ้าถูกต้อง

พล.ต.อ.สมยศกล่าวต่อว่า มีกรอบระยะเวลาให้แล้วเสร็จและรีบนำกลับมาเสนอตนภายในวันที่ 11 มิ.ย.นี้ จากนั้นตนจะมีความเห็นเสนอไปยัง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม เพื่อเสนอไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯต่อไป ขอชี้แจงว่า เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. เพิ่งได้รับเรื่องมติการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณเป็นครั้งแรก เนื่องจากที่คณะกรรมการส่งเรื่องมาก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรการเป็นผู้รับไว้ เเต่เมื่อตรวจสอบแล้ว พบว่าเอกสารไม่ครบถ้วน จึงส่งเรื่องคืนให้คณะกรรมการฯไป ยืนยันว่าไม่ได้ยื้อเวลา ไม่มีกลัว ระเบียบก็ว่าไปตามระเบียบ แต่ทุกอย่างต้องทำให้ถูกต้องครบถ้วน ตอบสังคมได้ ถ้าเรื่องที่ทำมาครบถ้วน ถูกต้อง ก็พร้อมจะเซ็นแน่นอน ไม่รออะไรทั้งสิ้น ไม่ต้องห่วง ได้คุยกับ พล.ต.อ.ชัยยะแล้วว่า หากเสนอเรื่องไม่ทันตามกรอบระยะเวลา สามารถขอเลื่อนได้

จี้ใส่ทุจริตเชิงนโยบายลง รธน.

ที่โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ สำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ช. จัดสัมมนารับฟังความเห็น “มาตรการป้องกันการทุจริตเชิงนโยบายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” โดยนายประสาท พงษ์ศิวาภัย กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า การแก้ปัญหาทุจริตเชิงนโยบาย ต้องทำเป็น พ.ร.บ.ถ้าได้บรรจุอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญใหม่จะเป็นอานิสงส์ ได้ข่าวว่ามีหลายเรื่องในการทุจริตเชิงนโยบาย จะนำมาแก้ไขในคราวนี้ ทั้งนี้ในขั้นตอนการตรวจสอบของ ป.ป.ช. จะมองเป็น 4 ระดับ ได้แก่ ถูกกฎหมายหรือไม่ มีอำนาจหรือไม่ เป็นไปตามขั้นตอนหรือไม่ มีการบิดผันกฎหมายหรือเป็นผลประโยชน์ทับซ้อนตกแก่พรรคพวกหรือไม่

มท.จ่อฟันอีก 10 รายเอี่ยวโกง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงมหาดไทยว่า จากกรณีที่ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธานกรรมการศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) แจ้งรายชื่อกลุ่มข้าราชการที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตของกระทรวงมหาดไทยลอตแรก จำนวน 115 ราย และนายกรัฐมนตรีได้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 สั่งให้ข้าราชการหยุดปฏิบัติหน้าที่จำนวน 10 รายนั้น สำหรับกลุ่มข้าราชการที่เหลือ ขณะนี้กระทรวงมหาดไทยกำลังดำเนินการสอบสวนข้าราชการในกรณีการตรวจสอบการทุจริตการใช้งบประมาณเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินและการใช้งบประมาณยาปราบศัตรูพืช เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินเมื่อปี 2554-2555 จำนวนประมาณ 10 ราย รวมถึงระดับผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในช่วงเวลาดังกล่าว ใน 2 จังหวัด คือ จังหวัดอุบลราชธานีและอำนาจเจริญ โดยมีทั้งผู้ที่อยู่ในราชการและเกษียณอายุราชการ อย่างไรก็ตามเมื่อกระบวนการสอบสวนเสร็จสิ้น ต้องนำเข้าสู่ที่ประชุมของคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) กระทรวงมหาดไทย เพื่อมีมติลงโทษทางวินัยต่อไป

“บิ๊กตู่” อ้างไม่อยากตัดรอนกองเชียร์ให้อยู่อีก 2 ปี ทุกอย่างขึ้นกับสถานการณ์ ไม่ขัดข้องถ้าเสียงส่วนใหญ่ต้องการ ปรี๊ดอีกถูกจี้ถามลากยาวอำนาจ รับหงุดหงิดก้าวไม่พ้น “เขา” ซะที... 6 มิ.ย. 2558 05:27 6 มิ.ย. 2558 05:34 ไทยรัฐ