วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เมืองไทยวันนี้ "มีดี–มีเสีย"

โดย สายล่อฟ้า

มาสเตอร์การ์ดได้สำรวจสุดยอดเมืองจุดหมายปลายทางของโลกประจำปีจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนและพักค้างคืน ปรากฏว่า กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ มาเป็นอันดับ 1 118.82 ล้านคน อันดับ 2 คือ กรุงเทพฯ จำนวน 18.24 ล้านคน

ที่เหลืออีก 8 อันดับคือ ปารีส 16.06 ล้านคน ดูไบ 14.26 ล้านคน อิสตันบูล 12.56 ล้านคน นิวยอร์ก 12.27 ล้านคน สิงคโปร์ 11.88 ล้านคน กัวลาลัมเปอร์ 11.12 ล้านคน โซล 10.35 ล้านคน และฮ่องกง 8.66 ล้านคน

กรุงเทพฯยังครองที่ 1 ในเอเชียอีกด้วย

นอกจากนั้น ยังพบว่า 7 ใน 10 ของเมืองที่มีอัตราการเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุดช่วง 6 ปีที่ผ่านมาก็คือ เอเชียนี่แหละ...เช่น โคลอมโบ ของศรีลังกา การเติบโตที่ 21.1% เฉิงตูของจีน เติบโต 20.7% อาบูดาบี เติบโต 20.4%

นั่นแสดงว่า นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมายังเมืองหลวงในเอเชียมากกว่าตะวันตกและยุโรป เพียงแต่ว่าความหลากหลายของนักท่องเที่ยวในเอเชียน้อยกว่า เพราะส่วนใหญ่แล้วจะเป็นนักท่องเที่ยวจากจีน

ทั้งนี้ คงเป็นเพราะปัญหาด้านเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยดี ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐฯ ยุโรป และรัสเซีย ในส่วนของประเทศไทยมีปัญหาการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

หากปัญหาการเมืองเราเปลี่ยนผ่านไปในทางที่ดี เชื่อว่าเมืองไทยจะมีนักท่องเที่ยวมากที่สุดในโลกก็มีความเป็นไปได้

เหล่านี้เป็นเรื่องที่ดีที่อยากจะมาบอกกล่าวกัน

เมื่อมีด้านดีก็ย่อมจะมีด้านเสียอันเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจของไทยที่ยังไม่ฟื้นตัว ก็เป็นตัวฉุดความเจริญเติบโตล่าสุด เวิลด์แบงก์ได้ชี้ว่าปี 2558 คาดการณ์ว่า จีดีพีของไทยน่าจะอยู่ที่ 3.5% ซึ่งไม่ต่างไปจากการคาดการณ์เอาไว้จากหลายสถาบัน

แต่ที่น่าเป็นห่วงก็คือขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยที่ถดถอยลงมาเป็นปีที่ 2 ส่งผลให้การส่งออกของไทยที่มีสัดส่วนราว 60-70% ของจีดีพี

คือเติบโตต่ำสุดสู้ประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียนไม่ได้

ปัญหาสำคัญที่ไทยต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ก็คือการศึกษาที่จะต้องเร่งแก้ไขอย่างจริงจังและเร่งด่วน

ว่าด้วยการปฏิรูปการศึกษาอย่างที่กำลังมีการดำเนินการอยู่

จริงอยู่แม้ว่าความก้าวหน้าในการขยายการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ครอบคลุม รวมถึงการเพิ่มชั้นเรียนทั้งในเมืองและชนบทสามารถทำให้ในระดับประถมศึกษา และเด็กกว่า 70% ของครอบครัวยากจนสามารถเข้าเรียนในระดับมัธยมฯ ซึ่งเปลี่ยนไปจากเมื่อ 25 ปี ที่มีเพียง 10% เท่านั้น

แต่ปรากฏว่านักเรียนอายุ 15 ปี มากกว่า 1 ใน 3 ยังขาดทักษะในการอ่านเกินระดับพื้นฐาน นั่นคือปัญหาสำคัญ
การปฏิรูปการศึกษาจึงต้องมุ่งเน้นไปที่จุดนี้

เพราะงบประมาณก็มาก บุคลากรก็มาก แต่การวางแผนด้านการศึกษาของไทยยังไม่สามารถเข้าถึงตัวปัญหาที่แท้จริงได้

มีการพูดถึงปัญหาเศรษฐกิจของไทยที่ยังฟื้นตัว และมีตัวบ่งชี้สำคัญก็คือ ภาวะ “เงินเฟ้อ” ที่ติดลบมาอย่างต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 เป็นติดลบ 1.2% สูงสุดในรอบ 5 ปี 8 เดือน

ตัวเลขเงินเฟ้อคือปัญหาที่ทำให้เห็นชัดเจนถึงปัญหาเศรษฐกิจของไทยในขั้นต้นที่จะต้องแก้ไขก่อนที่จะก้าวไปถึงขั้นต่อไปก็คือเงินฝืด

ภาวะเงินฝืดก็คือระดับราคาสินค้า และบริการโดยทั่วไปลดลงเรื่อยๆ นอกจากเงินเฟ้อแล้วยังมีปัจจัยอื่นมาเป็นองค์ประกอบ เช่นราคาสินค้า ภาพรวมเศรษฐกิจหดตัวหรือไม่ คนไม่จับจ่ายใช้สอย

ถ้าไม่แก้ไขให้ถูกทิศถูกทางก็ให้ระวังเอาไว้ก็แล้วกัน.

“สายล่อฟ้า”

5 มิ.ย. 2558 10:59 ไทยรัฐ