วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ข้าวกับแกง "พี่ตุ๊ก" ข้าวกล่องเงินล้าน

ช่วงสายของทุกวัน ที่บ้านเลขที่ 179/64 พระราม 3 ซอย 77 แยก 13 ถนนนางลิ้นจี่ แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา มีรถมอเตอร์ไซค์หลายคันมาจอดรอรับข้าวกล่องจากร้าน “ข้าวกับแกง” เพื่อไปส่งตามที่ต่างๆ วันละหลายเที่ยว

พี่ตุ๊ก หรือชื่อจริงจินตนา บัวเทศ อายุ 45 ปี ดูบิลพร้อมบอกว่าต้องไปส่งที่ไหนบ้าง

พี่ตุ๊กยิ้มทักทาย พร้อมชี้ไปที่เก้าอี้ให้นั่งรอก่อน มอเตอร์ไซค์ส่งข้าวทยอยออกไปแล้ว พี่ตุ๊กบอกว่า ยุ่งแบบนี้ทุกวัน กว่าจะมีวันนี้ ก็มีอดีต

พี่ตุ๊กเรียนน้อย จบแค่ ม.3 พ่อแม่มีอาชีพทำไร่ทำนา แม่เป็นคนชอบขายของ พอทำนาเสร็จ แม่จะหารายได้พิเศษ ด้วยการขายก๋วยเตี๋ยว ขนมตาล ขนมถ้วย มีพี่ตุ๊กคอยช่วยขาย

อายุ 20 ปี มีครอบครัว ก็เริ่มขายเป็นของตัวเอง เช่น ไก่ย่างข้าวเหนียว ไส้กรอกย่าง ตามงานวัดแถวบ้านจังหวัดอุทัยธานี

ต่อมาแม่ชวนไปขายของที่กรุงเทพฯ แม่ไปเป็นลูกจ้างร้านข้าวแกงสีลม ซอย 5 เป็นแม่ครัวบ้าง คนล้างจานบ้าง แต่แม่อยากขายเป็นของตัวเอง วันจันทร์-ศุกร์ เป็นลูกจ้างเขา วันเสาร์-อาทิตย์ ก็ทำมาขายเองเหมือนมาเก็บลูกค้าริมทาง พอลูกค้าเริ่มติด แม่คิดว่าได้กำไรดีกว่าเป็นลูกจ้างเขา

พ.ศ.2537 แม่เอาที่ 40 ไร่ ไปจำนองได้เงิน 3 แสน เพื่อเซ้งร้านเปิดขายข้าวแกง แต่ไม่เป็นอย่างที่คิด ขายอยู่ 3 เดือน ขาดทุน ก็ต้องเริ่มต้นใหม่

มีคนแนะนำให้ไปขายข้าวแกงที่โรงพยาบาลจุฬาฯ เขาเห็นว่าเราขยัน ตอนนั้นทำกันในครอบครัวไม่จ้างลูกจ้าง แม่ทำ พี่ตุ๊กขาย แฟน น้อง ช่วยกัน ขายข้าวแกงราด 1 อย่าง 9 บาท รู้สึกว่าขายได้เยอะ ทำให้มีเงินเหลือ

เขาให้ลองขาย 1 เดือน เราก็ขอเช่าเขาต่อ แต่เราไปเซ้งเขามาแบบผิดกฎระเบียบของจุฬาฯ ทางหัวหอ คือผู้ดูแล เรียกไปคุยให้เราออก เพราะไม่มีใบสัญญา

โชคดี...นิสิต อาจารย์ ติดเราเยอะมาก เขาก็เลยมาติดต่อเราโดยตรง ให้ไปขายใหม่

คราวนี้ได้ขายแบบถูกต้อง

เหตุที่ได้เริ่มต้นใหม่ พี่ตุ๊กบอก เขาติดใจที่ฝีมือของแม่ เขาว่า แม่ผัดผักบุ้งไฟแดงอร่อยมาก แล้วแม่เป็นคนอัธยาศัยดีกับลูกค้า

พอเข้ามาถูกต้องก็ขายดี มีลูกค้าในกลุ่มโรงพยาบาลจุฬาฯ แต่มีอยู่วันหนึ่ง คนทำงานในบริษัทออร์กาไนซ์แห่งหนึ่งมากินที่ร้านเกิดติดใจ ติดต่อให้ทำอาหารไปส่งที่งานทำบุญ

“เขาสั่งแกงเขียวหวานหมู” พี่ตุ๊กยังจำได้ “เจ้านายชิมก็ติดใจ”

หลังจากนั้นเขาก็สั่งให้ทำข้าวกล่องไปส่งที่งานอีเวนต์ที่นั่นที่นี่ เราไม่รู้จักว่างานอีเวนต์คืออะไร ตอนนั้นลูกค้าก็มีแค่ตัวแทนยา เราทำวันละร้อยสองร้อยกล่อง บางทีก็รับทำบุฟเฟ่ต์

“เราไม่เกี่ยงงาน” พี่ตุ๊กว่า “ไม่ว่าราคาเท่าไหร่ จะถูกจะแพง ขอให้มีรายได้ เราทำหมด ด้วยความที่เราจน เราอยากได้”

พี่ตุ๊กตื่นตั้งแต่ตีหนึ่ง-ตีสองเอาของไปส่งตามร้าน เช้าทำข้าวกะเพราไข่ดาวกล่องละ 15 บาท ส่งตึก ภปร.ในโรงพยาบาลจุฬาฯ อีก 400-500 กล่อง วันไหนมีบุฟเฟ่ต์ก็ต้องไป บางทีขับรถไปด้วยคุยโทรศัพท์สั่งงานไปด้วย

จุดเริ่มต้นของพี่ตุ๊กที่มีวันนี้...ได้มาจากบริษัท ตือ เพราะอีเวนต์ทุกงานต้องเรียกใช้เรา

พี่ตุ๊กทำข้าวกล่องส่ง คนที่สั่งก็มาจากปากต่อปาก เพราะเราไม่มีโปรโมตอะไรทั้งสิ้น ไม่คิดว่าลูกค้าปากต่อปากจะทำให้มีลูกค้าเยอะได้ขนาดนี้

เราต้องทำให้มีคุณภาพ ถ้าเกิดคุณภาพไม่ดี ลูกค้าก็ไม่บอกต่อ เริ่มมีคนมาติดต่อไปงานใหญ่ๆ เช่น งาน “มันใหญ่มาก” ที่เขาใหญ่ งานตีกอล์ฟ ฮอนด้าแอลพีจีเอ งานแอลแฟชั่นวีค

เมื่องานเริ่มใหญ่ พี่ตุ๊กต้องหาที่เช่าใหม่ ก็คือที่อยู่ปัจจุบัน ที่นี่ทำอาหารกล่องอย่างเดียว ส่วนหน้าร้านที่จุฬาฯให้แฟนดูแล

พี่ตุ๊กขายข้าวแกงตั้งแต่ปี 2538 ปี 2540 เริ่มทำอาหารกล่องมาเรื่อยๆ แต่ที่ออกงานอีเวนต์ น่าจะไม่ต่ำกว่า 10 ปี ตอนนั้นไม่ได้จำ เพราะไม่คิดว่าตัวเองจะมีเรื่องราวมาจนถึงทุกวันนี้

ยอดขายต่อวันทำให้เราพอใจ วันๆ ยอดสูงสุดประมาณ 2,500 กล่อง บางทีก็มีถึง 3,000 กล่อง

พี่ตุ๊กเคยทำข้าวกล่องส่งน้ำท่วม วันหนึ่งไม่ต่ำกว่า 6 พันถึง 7 พันกล่อง

เมนูเรามีกว่า 70 รายการ เมนูเด็ดคือ ข้าวผัดปลาทู น้ำพริกปลาย่าง ข้าวหมูเค็ม ปลาดุกฟูผัดพริกขิง

คนงานที่ร้านพี่ตุ๊กมี 20 คน แม่ครัว 2 คน ถ้ามีงานเยอะ พี่ตุ๊กจะดึงแม่ครัวจากจุฬาฯเข้ามาช่วย

การทำงานของพี่ตุ๊ก เช้ามาถึงร้านก็ไปชิมอาหารที่แม่ครัวทำ กับข้าวไหนสูตรมาตรฐานอยู่แล้ว พี่ตุ๊กจะชิมว่าแม่ครัวคนนี้ทำแล้วเป็นยังไง แม่ครัวทั้งหมดจะมี 4 คน

คนไหนรสชาติใกล้เคียงสุดพี่ตุ๊กจะให้คนนั้น...เป็นมือหนึ่ง

ถ้าให้ลงมือทำเอง เราก็จะทำแต่กับข้าว หน้าที่อื่นก็ทำไม่ได้ เพราะพี่ตุ๊กต้องรับโทรศัพท์ เช็กไลน์ลูกค้า บางทีมัวแต่เขียนบิล เงยหน้ามาเห็นลูกน้องตักกับข้าวไม่ได้ตามมาตรฐานก็ต้องลุกมาบอก ต้องคอยดูอยู่เรื่อย

ลูกน้องทุกคนใส่หมวกใส่ถุงมือ บางทีความรีบทำให้เราผิดพลาดได้ เช่น หนังยางกระเด็นลงกล่องลูกค้าติมา เราก็ปรับปรุงทันที คุยกับน้องๆ ว่าเพราะอะไร ทำไม ต้องเอามาแก้ไขด่วน

ถ้าลูกค้าไลน์มาก็จะให้ลูกน้องอ่าน หาวิธีแก้ไม่ให้เกิดขึ้นอีก

ทำงานหนักก็มีป่วย พี่ตุ๊กเคยเป็นเส้นเสียงแตก เพราะคุยโทรศัพท์ทั้งวัน บางทีต้องตะโกนและอดนอนด้วย หมอสั่งงดรับโทรศัพท์ 1 เดือน ตอนนั้นห้ามพูด ห้ามคุย แล้วไปฝึกพูดใหม่

เริ่มดูแลตัวเอง งดรับโทรศัพท์ ช่วงนั้นจะมีน้องๆมารับโทรศัพท์แทน แต่พี่ตุ๊กก็นั่งอยู่ข้างๆ

ลูกค้าพูดอะไรมาให้ลูกน้องเปิดลำโพง เราฟังแล้วก็เขียนตอบไป ลูกค้าบางคนไม่ได้ยินเสียงก็ไม่ได้ ต้องให้เราพูดสักหน่อยเขาถึงเชื่อ เขาถึงมั่นใจขึ้น

อะไรที่ทำให้พี่ตุ๊กมีวันนี้ พี่ตุ๊กบอก หนึ่งคือความซื่อสัตย์ ซื่อสัตย์ในเรื่องรสชาติ

อย่างมะนาวแพง บางคนใช้มะนาวขวด แต่พี่ตุ๊กไม่ สูตรอาหารเคยใช้อะไรก็ใช้อย่างนั้น วันนี้อาจได้กำไรน้อย แต่วันพรุ่งนี้ก็ต้องได้ ดีกว่าให้ลูกค้าหาย

สองเรื่องความใส่ใจ พี่ตุ๊กเคยไปส่งข้าวให้ลูกค้า เพราะลูกค้าไม่เคยเห็นหน้าพี่ตุ๊ก พอเอาข้าวไปวาง พี่ตุ๊กแอบดูสีหน้าลูกค้าว่าเขารู้สึกเป็นยังไง เห็นลูกค้าพูดว่า นี่ก็อยากกิน นั่นก็อยากกิน

ก็เป็นกำลังใจให้เรามานั่งคิดเปลี่ยนอะไรให้เขากินดี เพราะเป็นลูกค้าประจำซ้ำๆเดิมๆ ที่เคยกินของเราหมดแล้ว พี่ตุ๊กไม่เคยเหนื่อยที่จะทำ ที่จะคิดเมนู

พี่ตุ๊กยอมรับว่า ทุกวันนี้อยู่ได้เพราะลูกค้าประจำ เราสร้างฐานลูกค้าเอง ลูกค้ามีมูลค่าเป็นทรัพย์สินมหาศาล

ถ้าวันไหนทำไม่ไหว รู้สึกเสียดาย เพราะลูกไม่สนใจที่จะทำต่อ แต่ลึกๆ ก็ไม่อยากให้มา เพราะพรสวรรค์คนเราไม่เหมือนกัน คิดว่าให้เขาเรียนไปก่อน

พี่ตุ๊กมีลูกสาว 2 คน คนโตเพิ่งจบปริญญาโทวิศวะจุฬาฯ อีกคนเรียนวิศวะปี 2 ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ “เรามาตรงนี้ได้ ไม่ใช่ใครให้ แต่เราสร้างเองกับมือ”

“อาชีพพี่ทุกคนบอกว่าเป็นแค่แม่ค้าขายข้าวแกงขายข้าวกล่อง แต่พี่ตุ๊กก็ภูมิใจ เพราะทำให้ครอบครัวมีวันนี้ มีเงินส่งลูกเรียน มีเงินไปปลูกบ้านให้พ่อแม่อยู่ที่อุทัยธานี ซื้อที่กลับมาให้แม่ ส่งเงินให้ใช้”

พี่ตุ๊กทิ้งท้าย “ไม่จำเป็นว่าทำอาชีพอะไร ถ้าคุณรัก แล้วทำให้ดีที่สุด ก็สร้างคุณให้เป็นคนที่มีคุณภาพได้”.

5 มิ.ย. 2558 09:46 5 มิ.ย. 2558 09:46 ไทยรัฐ