วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ย้อนไทม์ไลน์คืนพาสปอร์ตแม้ว วิบากกรรม ปู-ปึ้ง ฝ่าด่านอรหันต์ ป.ป.ช.

กลายเป็นกระแสร้อนที่คอการเมืองต้องตามติดอย่างระทึก เมื่อ กระทรวงการต่างประเทศ แถลงการณ์ยกเลิกพาสปอร์ต พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลังจากหลบหนีคดีไปต่างประเทศหลายปี เนื่องด้วยจากคำสัมภาษณ์ที่ประเทศเกาหลีใต้ ที่ฝ่ายความมั่นคงของไทยประเมินแล้วว่า "กระทบต่อความมั่นคงของไทยและเกียรติภูมิของชาติ!

สยบข่าวลือ ยัน ทักษิณ ไม่ได้ถือพาสปอร์ตสถานะทูต 

พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พาสปอร์ตของทักษิณถูกยกเลิกทั้งหมดแล้ว คือ หนังสือเดินทางบุคคลธรรมดา (เล่มน้ำตาล) 2 เล่ม หมายเลข U957441 และหมายเลข Z530117 ส่วนหนังสือเดินทางทางการทูต D215863 (เล่มแดง) นั้น บัวแก้ว ยกเลิกไปแล้วตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค. 51

เรียกได้ว่า ยืนยันหนักแน่นขนาดนี้แล้ว ข่าวลือที่ว่า "ทักษิณ" ยังถือหนังสือเดินทางเล่มแดงนั้น ก็ไม่ได้เป็นความจริงแต่อย่างใด...ถือว่าเข้าใจตรงกันนะ

ส่วนสาเหตุที่มีการยกเลิกพาสปอร์ต ทาง ก.ต่างประเทศ ได้ระบุไว้ว่า สืบเนื่องจากคำสัมภาษณ์ (ที่ประเทศเกาหลีใต้) ฝ่ายความมั่นคงมีความเห็นว่า เนื้อหาบางส่วนที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยหรือชื่อเสียงและเกียรติภูมิของประเทศไทย ประกอบกับกรณีดังกล่าวอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน เพื่อดำเนินคดีอาญาในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112, 326 และ 328 และพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (3) (5) ทาง กระทรวงการต่างประเทศได้พิจารณาแล้วเห็นว่า เข้าข่ายที่จะยกเลิกหนังสือเดินทางตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พ.ศ.2548 ข้อ 21 (4) และข้อ 23 (2) จึงได้ประกาศยกเลิกหนังสือเดินทาง เลขที่ U957441 และเลขที่ Z530117 ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ตั้งแต่วันที่ 26 พ.ค. 58

ย้อนไทม์ไลน์ ปมคืนพาสปอร์ตทักษิณ จนถูกร้อง ป.ป.ช.

การคืนพาสปอร์ตให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เรื่องเริ่มแดงเมื่อปลายปี 2554 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ อดีต ผู้ช่วย รมว.ต่างประเทศ แถลงข่าวที่พรรค ว่า อยากจะฝากคำถามไปยัง นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (ขณะนั้น) เพราะตนได้รับจดหมายจากข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศที่ไม่ออกนาม ระบุว่าวันจันทร์ที่ 31 ต.ค. 2554 ขณะที่กรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ โดนน้ำท่วม ได้มีการประกาศให้วันดังกล่าวเป็นวันหยุด แต่มีข้าราชการกลุ่มหนึ่งร่วมกับนักการเมือง เข้าไปดำเนินการเปิดล็อกคอมพิวเตอร์ และจัดทำพาสปอร์ตเล่มหนึ่ง โดยมีการถอดบัญชีดำชื่อของบุคคลหนึ่ง เพื่อเปิดทางให้สามารถออกพาสปอร์ตเล่มใหม่ได้ ข้าราชการที่ส่งข้อมูลยืนยันว่า พาสปอร์ตของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ดำเนินการออกเล่มเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ 31 ต.ค. 2554 ซึ่งเป็นวันหยุดราชการ แต่ก็ยังมีคนดำเนินการแอบเข้าไป

นายชวนนท์ ยังถามกับนายสุรพงษ์ อย่างตรงไปตรงมา ว่าได้คืนพาสปอร์ตแดงให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่ จากนั้นสื่อมวลชนก็ได้ตามสัมภาษณ์นายสุรพงษ์ กระทั่งยอมรับในที่สุดว่า "คืนพาสปอร์ตแดงให้จริง"

"พ.ต.ท.ทักษิณ มีการยื่นคำร้องขอทำพาสปอร์ตผ่านทางสถานทูตไทยประจำกรุงอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และ กรมการกงศุล ได้ทำหนังสือผ่านทางปลัดกระทรวงการต่างประเทศมาถึงผม หนังสือเดินทางแบบธรรมดาของ พ.ต.ท.ทักษิณถูกยกเลิกไปตั้งแต่ 12 เม.ย. 2554 ตามนโยบายของรัฐบาลชุดที่แล้ว ว่าด้วยระเบียบกระทรวงการต่างประเทศ ข้อที่ 23 (7) ที่พนักงานเจ้าหน้าที่สามารถยกเลิกหนังสือเดินทางได้หากผู้ถือยังอยู่ในต่างประเทศ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศและต่างประเทศ หลังจากพิจารณา และ เห็นว่าการอยู่ต่างประเทศของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้ก่อความเสียหาย จึงออกคำสั่งยกเลิกคำสั่งดังกล่าว โดยยืนยันว่า การพิจารณาคำร้องของ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นการให้ความสำคัญเช่นเดียวกับคำร้องของคนไทยในต่างประเทศ" นายสุรพงษ์ ชี้แจงในวันเดียวกัน 

เมื่อยอมรับกันแบบนี้มีหรือพรรคประชาธิปัตย์จะอยู่เฉย 24 ม.ค. 55 จึงได้นำรายชื่อ ส.ส. 145 คน เข้ายื่นถอดถอน "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ นายสุรพงษ์ ต่อ พล.อ.ธีรเดช มีเพียร ประธานวุฒิสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 270 รวมทั้งดำเนินคดีอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และได้เข้ายื่นหนังสือต่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พร้อมข้อกล่าวหา ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กระทั่งเรื่องได้เดินทางมาถึงปัจจุบัน...

ป.ป.ช. ลุยตรวจสอบ "ปู-ปึ้ง" ฐานคืนพาสปอร์ตพี่ชาย-นายใหญ่

ผลพวงดังกล่าว ได้พุ่งตรงเข้าหา น้องปู ยิ่งลักษณ์ นารีขี่ม้าขาว และ นายสุรพงษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ ขุนพลคนสำคัญของพรรคเพื่อไทยก็ต้องเผชิญหน้ากับวิบากกรรมที่กำลังจะมาถึง..

นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กล่าวถึงคดีนี้ว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.ทั้ง 9 คนเป็นองค์คณะไต่สวน โดยมีคำร้องที่ ส.ส.ประชาธิปัตย์ ยื่นผ่านประธานวุฒิสภา เพื่อขอให้ถอดถอนและดำเนินคดีอาญาตั้งแต่สมัยรัฐบาลที่แล้ว ไม่ได้เพิ่งหยิบขึ้นมาตอนมีกระแส ที่ผ่านมาองค์คณะไต่สวนเองก็มีการรายงานความคืบหน้าให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ รับทราบมาครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนั้นได้มีการมอบหมายให้ไปหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมว่ามีเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศร่วมกระทำผิดด้วยหรือไม่ คาดว่าองค์คณะไต่สวน จะสามารถสรุปเรื่องเพื่อให้ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่พิจารณาว่ามีมูลเพียงพอจะแจ้งข้อกล่าวหาได้หรือไม่ในเดือน มิ.ย.นี้

อดีต รมว.ต่างประเทศ กร้าว! บอกพร้อมคืนพาสปอร์ตให้

ขณะที่ นายสุรพงษ์ อดีตรองนายกฯ เจ้าของฉายา "ปึ้ง เป้า เป๊ะ" ฉายาที่สื่อมวลชนตั้งให้ที่หมายถึงทำงานเข้าเป้า ตรงเป๊ะตามเวลา ก็ออกมาสวนทันควันว่าการยกเลิกพาสปอร์ตในครั้งนี้ เป็นอำนาจของ รมว.ต่างประเทศ และเป็นสิทธิ์ของรัฐบาลชุดนี้ สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์เคยสั่งยกเลิกไปครั้งหนึ่งแล้ว โดยให้เหตุผลคล้ายกัน แต่เมื่อตนมาเป็น รมว.ต่างประเทศ สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ จึงสั่งให้คืนหนังสือเดินทาง เพราะเห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้ทำความเสียหายอะไรให้ประเทศ ฉะนั้น ถ้ามีโอกาสกลับมาเป็นรัฐบาลอีก ก็จะคืนหนังสือเดินทางให้ พ.ต.ท.ทักษิณเหมือนเดิม ส่วนเจตนารัฐบาลที่ยกเลิกหนังสือเดินทางครั้งนี้อย่างไร เราพูดไม่ได้ เพราะไม่ได้มาจากระบอบประชาธิปไตย จะทำอะไรก็เป็นเรื่องของท่าน แต่เชื่อว่าทั่วโลกเขารู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับ พ.ต.ท.ทักษิณคืออะไร และรู้มานานแล้ว ยิ่งได้เห็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์วันนี้ มันเหมือนถอดแบบกันมา ฉะนั้น คงไม่ต้องอธิบายอะไรมาก แต่แม้จะถูกยกเลิกหนังสือเดินทาง พ.ต.ท.ทักษิณยังคงเดินทางไปไหนมาไหนได้ตามปกติ ประเทศต่างๆ ยังยินดีต้อนรับท่านอยู่เสมอ

แต่พอคล้อยหลังไม่กี่วัน นายสุรพงษ์ก็พูดอีกแบบ โดยบอกว่า "ไม่เกี่ยวกับรัฐมนตรี เป็นอำนาจข้าราชการ"

อดีต รองนายกฯ กล่าวอีกว่า การที่ พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ต่างประเทศไม่เป็นภัยต่อรัฐบาล จึงมอบให้ปลัดกระทรวงฯ รับไปพิจารณาตามระเบียบกระทรวงว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง ว่าจะสามารถคืนพาสปอร์ตให้ พ.ต.ท.ทักษิณได้หรือไม่ เพราะ เรื่องนี้เป็นอำนาจตัดสินใจโดยตรงของปลัดกระทรวงและข้าราชการที่จะพิจารณาตามระเบียบ รัฐมนตรีไม่สามารถก้าวล่วง จึงอยากให้ ป.ป.ช.ไปศึกษาระเบียบดังกล่าวให้ละเอียด ว่าอำนาจในการพิจารณาถอนหรือคืนเป็นอย่างไร

พลิ้วบี้ ป.ป.ช.สอย “ภักดี” ก่อน

นายสุรพงษ์ ยังกล่าวในเวลาต่อมาอีกว่า เรื่องนี้พร้อมต่อสู้คดี แต่ก่อน ป.ป.ช.จะตรวจสอบเอาผิดคนอื่น ขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบคุณสมบัติของกรรมการ ป.ป.ช.ก่อน โดยเฉพาะนายภักดี โพธิศิริ ที่ขาดคุณสมบัติการเป็น ป.ป.ช. เพราะไม่ไปลาออกจากกรรมการบริษัทองค์การเภสัชกรรม เมอร์ริเออร์ชีววัตถุ จำกัด ภายในเวลา 15 วัน ตามมาตรา 11 กฎหมาย ป.ป.ช. โดยล่าสุดนายวิชัย วิวิตเสวี ป.ป.ช.ตอบคำถาม พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร สนช. กลางที่ประชุม สนช. ยืนยันว่า นายภักดีไม่ได้ลาออกจากกรรมการบริษัทนี้ภายในกำหนดเวลา 15 วันจริง เท่ากับความเป็นกรรมการ ป.ป.ช.ของนายภักดีจึงไม่มีอยู่จริง ดังนั้นมติของ ป.ป.ช.ที่มีนายภักดีร่วมลงมติด้วย "ย่อมไม่ชอบ" ที่กล่าวมาทั้งหมดมีเอกสารหลักฐานยืนยันเพื่อพิสูจน์ความจริงได้

ประธาน ป.ป.ช. ส่งสัญญาณ "ยิ่งลักษณ์" ส่อรอด

ล่าสุดวันที่ 3 มิ.ย. นายปานเทพ เผยว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่รายงานว่าจากการไต่สวนของเจ้าหน้าที่สรุปได้ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการคืนหนังสือเดินทางแต่ผู้เกี่ยวข้อง จะเป็นระดับรัฐมนตรี ส่วนปลัดกระทรวงฯ จะเกี่ยวข้องหรือไม่ต้องพิจารณาข้อมูลหลักฐานอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อดูว่ามีข้อมูลเพียงพอที่จะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมหรือไม่

และจากคำพูดของ ประธาน ป.ป.ช. ก็อาจจะมีนัยสำคัญว่า อดีตนายกฯ หญิง อาจจะรอดตัวในคดีนี้ แต่สำหรับ นายสุรพงษ์ กับ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ อาจจะต้องลุ้นกันเหนื่อย....

หมากเกมนี้ ดูท่าจะเดินเกือบจบกระดานแล้ว คาดว่าอีกไม่นาน ก็น่าจะรู้ผลว่า "ขุน" ฝ่ายใดจะถูกโค่น เบี้ย ฝ่ายไหนจะถูกกิน หากเรื่องถึงชั้นศาลฏีกาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแล้วถูกพิพากษาว่า ผิดจริง ก็อาจจะถูกให้เว้นวรรคทางการเมืองด้วย ซึ่งผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร คงจะได้เห็นกันในเร็ววันนี้...