วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กระทิงตัวพ่อ LAMBORGHINI AVENTADOR LP750-4 SUPERVELOCE

สำหรับ Lamborghini คำว่า Superveloce นั้นหมายถึงความสุดขั้วทางด้านวิศวกรรมยานยนต์ในระดับที่เหนือกว่าคำบรรยาย หลังจากความสำเร็จของ Lamborghini Murciélago LP670-4 Superveloce การสานต่อนวัตกรรมจักรกลแห่งความสุดก็ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง Superveloce คือคำที่มีความหมายต่อผู้บริหารของ Audi บริษัทผลิตรถยนต์ชั้นนำจากเยอรมนีที่เข้าครอบครองแบรนด์กระทิงเปลี่ยวมากว่า 16 ปีแล้ว ความหมายของคำว่าเร็วและแรงกลายเป็นเครื่องมือในการดูดเงินจากกระเป๋าของลูกค้าคนรวยที่ชอบสะสมรถสปอร์ตที่ผลิตในรูปแบบ Limited Edition ในส่วนของกระทิงตัวพ่อรุ่นล่าสุด LP750-4 Superveloce ซึ่งก้าวเข้ามาเติมเต็มประสิทธิภาพของซุปเปอร์คาร์รุ่น Aventador นั้นตัวเลข 750 หมายถึงแรงม้าที่ได้รับจากเครื่อง V12 6,498 ซีซี ส่วนเลข 4 หมายถึงการขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อนั่นเอง

ตัวเลขสมรรถนะของ LP750-4 Superveloce เร่งจาก 0-100 ใน 2.8 วินาที เร็วกว่า Aventador รุ่นมาตรฐาน 0.1 วินาที เร่งจาก 0-200 ใน 8.6 วินาที โดยมีความเร็วปลายคันเร่งหากมีถนนที่ยาวและโล่งพอมันจะทะยานไปได้ถึง 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งท็อปสปีดในระดับนั้นมีเพียงไฮเปอร์คาร์เท่านั้นที่จะสามารถทำได้ ขุมกำลังแบบ V12 หายใจเองโดยไม่พึ่งพาระบบอัดอากาศใดทั้งสิ้น เครื่องยนต์ 12 สูบวางกลางลำตัวขนาด 6.5 ลิตร ปริมาตรความจุ 6,498 ซีซี จูนเรี่ยวแรงเพิ่มขึ้นอีก 50 แรงม้า โดยได้แรงบิดเพิ่มเป็น 690 นิวตันเมตร การลดทอนน้ำหนักเกิดขึ้นที่ชุดท่อระบายไอเสียน้ำหนักเบาแบบใหม่ที่มีการไหลเวียนของไอเสียดีกว่ารุ่นมาตรฐานจากการปรับปรุง ในขั้นตอนของการพัฒนา


เสียงการทำงานของเครื่อง V12 ถูกเน้นให้คงเอกลักษณ์ของเสียงเครื่องยนต์จากแบรนด์กระทิงเปลี่ยวเอาไว้อย่างเหนียวแน่นเพื่อสร้างความเร็วใจให้กับลูกค้าที่อยู่หลังพวงมาลัยขณะกระทึบคันเร่งเต็มเหนี่ยวในช่วงออกตัวไปจนถึงการกดอย่างต่อเนื่องในช่วงทางตรง เสียงเครื่องยนต์ที่วิศวกรของ Lamborghini เคลมว่าให้ความเป็นธรรมชาติมากกว่าการปรุงแต่งส่วนหนึ่งเกิดจากการปรับตั้งจังหวะการทำงานของชุดวาล์วแปรผันใหม่หมด เครื่องยนต์วางกลางพร้อมชุดขับเคลื่อน 4 ล้อ มีตัวเลขการกระจายน้ำหนักหน้า-หลังที่ 43-57 ตามลักษณะของรถเครื่องวางกลางลำที่น้ำหนักส่วนใหญ่ตกลงไปบนล้อคู่หลังมากกว่าล้อหน้าเล็กน้อย

รอบเครื่องยนต์สูงสุด 8,250 รอบต่อนาที ลดลงจาก Murciélago LP670-4 Superveloce 100 รอบต่อนาทีแต่ไม่มีผลในด้านความเร้าใจรอบเครื่องยนต์อันจัดจ้านของ Lamborghini Aventador LP750-4 Superveloce กลายเป็นเอกลักษณ์ของเครื่อง V12 แบบไม่มีเทอร์โบที่นับวันจะเข้าใกล้กับคำว่าสูญพันธุ์เข้าไปทุกที การควบคุมค่ามาตรฐานของการปล่อย Co2 ที่เข้มงวดขึ้นทุกๆ 4 ปีทำให้อนาคตของเครื่องไซส์ยักษ์ดูมืดมน จากมาตรการคุมเข้มของการปล่อยมลพิษรถยนต์ในยุโรปทำให้เครื่องหายใจเองไซส์ยักษ์ค่อยๆ ล้มหายตายจากไปเงียบๆ ล่าสุดก็ Ferrari ที่จับเทอร์โบยัดลงเครื่อง V8 แล้วลดความจุหรือซีซีเพื่อให้ผ่านมาตรฐานค่าไอเสีย Aventador LP750-4 Superveloce วางชุดส่งกำลังแบบซิงเกิ้ลคลัตช์ ISR 7 Speed ที่ทาง Lambo คุยว่าเป็นระบบเกียร์กึ่งอัตโนมัติที่ว่องไวที่สุดในโลก ชุดบังคับเลี้ยวไฟฟ้ากับช่วงล่างแบบแม่เหล็กแม็คนิโตทำงานสอดคล้องรองรับภายใต้สถานการณ์ที่มีความกดดันสูงเมื่อผู้ขับระเบิดพลังงานเพื่อการทำความเร็ว

Aventador LP750-4 Superveloce นับเป็นกระทิงรุ่นใหญ่คันแรกที่วางชุดบังคับเลี้ยวแบบไฟฟ้า อัตราทดของพวงมาลัยในช่วงความเร็วต่ำมีน้ำหนักที่เบาแต่กระชับ ที่สปีดความเร็วสูงน้ำหนักของพวงมาลัยจะเริ่มคงที่และให้ความแม่นยำสูงกว่ารุ่นมาตรฐาน ส่วนน้ำหนักตัวถังจากรุ่นมาตรฐาน LP700-4 อยู่ที่ 1,595 กิโลกรัม พอกลายร่างเป็น LP750-4 Superveloce น้ำหนักกลับหายไป 70 กิโลกรัมเหลือ 1,525 กิโลกรัม ทำให้ตัวเลขแรงม้าต่อน้ำหนักอยู่ในระดับท่ียิ่งยวดมากขึ้น ในย่านความเร็ว 320 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แอร์โรพาร์ทของ Lamborghini Aventador LP750-4 Superveloce สร้างแรงจิกกดกับพื้นถนนได้มากกว่าAvantador รุ่นมาตรฐานถึง 150% อากาศพลศาสตร์ที่ปรับแก้มาใหม่หมดทำให้สปอยเลอร์หน้า-หลัง diffuser วิงหลังตลอดจนโพรงซุ้มล้อกับใต้ท้องรถมีการแก้ไขระบบการไหลเวียนของกระแสอากาศจากการทดสอบอย่างหนักในอุโมงค์ลมช่วงขั้นตอนของการพัฒนาตัวเลขแอร์โรไดนามิก

สปอยเลอร์หน้าที่ใหญ่โตขึ้น วิงหลังแบบปรับองศาได้กับช่องรับอากาศที่ให้แรงกดเพิ่มมากขึ้นส่งผลให้ Lamborghini Aventador LP750-4 Superveloce มีการยึดเกาะกับผิวถนนดีขึ้น ช่วงล่างแบบปีกนกคู่สไตล์รถแข่งผนวกโช้คอัพแม็กเนติกปรับระดับได้ โครงสร้างแชสซีส์ผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์ บานประตูคาร์บอน รวมถึงเบาะคนนั่งและคนขับก็ยังมีโครงที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ ในส่วนของชุดขับเคลื่อน 4 ล้อ วางเฟืองท้ายไฟฟ้า Limited slip differential กระจายแรงบิดผกผันได้ทั้งสี่ล้อ ระบบควบคุมและจัดสรรแรงบิดทำงานผ่านระบบเบรกพร้อมเซ็นเซอร์ตรวจจับค่าความผันแปรคอยเฉลี่ยแรงบิดในล้อขับเคลื่อนแต่ละล้อให้มีความเสถียรสูงสุด

สำหรับล้อและยางวางล้อสไตล์รถแข่งแบบหน้าเล็กหลังใหญ่ ล้อหน้าขนาด 9Jx20 นิ้ว H2 ET 33.2 ห่อรัดด้วยยาง Pirelli PZERO Corsa ไซส์ 255/30 ZR20 ส่วนล้อหลังล่อกันใหญ่โตจุใจเต็มซุ้มที่ 13Jx21 นิ้ว H2 ET 66.7 ยาง Pirelli PZERO Corsa ไซส์ 355/25 ZR21 ระบบเบรกของ Aventador LP750-4 Superveloce เป็นจานดิสเบรกแบบคาร์บอนเซรามิก ขนาด 400 มิลลิเมตรที่ด้านหน้าพร้อมคาร์ลิปเปอร์ 6 พอต ส่วนเบรกหลังยัดจานดิสเบรกแบบคาร์บอนเซรามิก ขนาด 380 มิลลิเมตร พร้อมคาร์ลิปเปอร์แบบ 4 พอต กระทืบเบรกสุดติ่งจาก 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงลงไปจนถึง 0 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใช้ระยะเบรกแค่ 30 เมตร


การปรับปรุงระบบส่งกำลังให้ดีขึ้นทั้งความไวและความเสถียร อาการกระดอนหรือสะบัดเมื่อชิฟเกียร์ใน Avantador รุ่นปกติก็ได้รับการแก้ใข ใน Aventador LP750-4 Superveloce เมื่อคนขับกดแป้นเพื่อเปลี่ยนอัตราทด อาการสะบัดลดลงเนื่องจากเซ็นเซอร์ที่ใช้จับอาการของช่วงล่างซึ่งใช้โช้คแม่เหล็กไฟฟ้า พร้อมกับจับตำแหน่งขึ้น-ลงของเกียร์ การใช้คันเร่งหรือเบรกโดยมีซอฟต์แวร์สุดบรรเจิดคอยควบคุมให้ช่วงล่างตอบสนองสอดคล้องไปกับการขับขี่ หากเลือกโหมด Strada ซึ่งเป็นโหมดปกติสำหรับการขับเคลื่อน ช่วงล่างไฟฟ้าของเจ้านี่จะทำการปรับระดับความแข็ง-อ่อนไปตามสภาพพื้นผิวถนนที่วิ่งผ่าน ช่วยลดอาการกระด้างสะเทือนและทำให้ไม่เกิดอาการเมื่อยล้าเมื่อขับทางไกล โดยภาพรวม ไฮเปอร์คาร์อย่างกระทิงตัวพ่อคันนี้ไม่ต้องใช้จินตนาการอะไรให้มากเรื่องสำหรับการขับ LP750-4 Superveloce ขอเพียงมีเงิน (มากๆ) และต้องรีบทำการสั่งจอง เนื่องจากจำนวนการผลิตแค่ 600 คัน หลังจากการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ Superveloce เวอร์ชั่นล่าสุดก็ทำยอดขายไปแล้ว 500 คัน เหลืออีก 100 คันที่น่าจะหมดลงภายในเร็ววันนี้ ราคา 280,000 ปอนด์ ไม่รวมภาษีนำเข้าอีก 300% นั้นไม่แพงสำหรับการได้ครอบครองยานรบต่างดาวแบบนี้.


Lamborghini Aventador LP750-4 Superveloce Spec.

Chassis and body

Frame: Carbon fiber monocoque with aluminium front and rear frames

Body: Carbon fiber engine bonnet, rear spoiler and side air inlets; Aluminium front bonnet, front fenders and doors; SMC superlight rear fender and rocker covers

Mirrors: External mirrors heated, electrically adjustable and foldable

Rear spoiler: Fixed spoiler in carbon fiber, manually adjustable with 3 position (high-mid-low downforce)

Suspension

Suspension: Front and rear horizontal magneto-rheological damper with push-rod system

Tyres and wheels

ESP : ESP/ ABS with different ESP charecteristics managed by drive select mode

Steering : Steering Gear with 3 different servotronic charcteristics coupled with Lamborghini Dynamic Steering (LDS), managed by drive select mode

Front tires : Pirelli PZERO Corsa 255/30 ZR20

Rear tires : Pirelli PZERO Corsa 355/25 ZR21

Front wheels : 9”Jx20” H2 ET32.2

Rear wheels : 13”Jx21” H2 ET 66.7

Curb-to-curb turning circle : 12.5m (41.0ft)

Airbags

Airbags : Front dual stage driver airbag and front adaptive passenger airbag; seats with side “head-thorax” airbags

Brakes Brakes : Dual hydraulic circuit brake system with vacuum brake booster

front and rear CCB, (6-cylinder brake calipers, 4-cylinder brake calipers); Ventilated discs (front – rear): Carbo-ceramic discs Ø 400 x 38 mm – Ø 380 x 38 mm

Engine Type :V12, 60°, MPI
Displacement : 6,498 cm³ (396.5cu.in.)
Bore and stroke : Ø 95 mm x 76,4 mm (3,74 in. X 3 in.)
Valve gear : Variable valve timing electronically controlled
Compression ratio : 1,180.0:1
Maximum power : 750CV (552kW) @8,400RPM
Maximum torque : 690Nm (507lbft) @5,500RPM
Engine speed, maximum : 8,500RPM
Engine speed, idling : 850RPM
Emission class : EURO 6 - LEV 2
Emission control system : Catalytic converters with lambda sensors
Cooling system : Water and oil cross flow cooling system with fixed air inlets
Engine management system : Lamborghini Iniezione Elettronica (LIE) with Ion current analysis
Lubrification system : Dry sump

Fuel consumption
Urban cycle consumption : 24.7l/100kmExtra
urban consumption : 10.7l/100kmCombined consumption:16.0l/100km
CO2 emission : 370g/km

Drivetrain
Type of transmission : 4WD with Haldex generation IV
Gearbox : 7 speed ISR, shifting characteristic depending on drive select mode
Clutch : Dry double plate clutch, Ø 235 mm (9,25 in.) Standard: AMT

Performance
Top speed : >350km/h (>217mph)
Acceleration 0-100 km/h (0-62 mph): 2.8s
Acceleration 0-200 km/h (0-124 mph) : 8.6s
Acceleration 0-300 km/h (0-186 mph): 24.0s
Braking 100-0 km/h (62-0 mph): 30.0m

Dimensions
Wheelbase : 2,700mm (106.30in)
Overall length : 4,835mm (190.35in)
Overall width (excluding mirrors) : 2,030mm (79.92in)
Overall height : 1,136mm (44.72in)
Front track : 1,720mm (67.72in)
Rear track : 1,680mm (66.14in)
Dry weight : 1,525kg (3,362lb)
Weight/Power ratio : 2.03kg/CV (4.48lb/CV)
Weight distribution (front - rear) : 43 % - 57 %

Capacities
Fuel tank capacity : 90l (23.8gal.)
Engine oil capacity : 13l (3.4gal.)
Engine coolant capacity : 25l (6.6gal.)

ภาพถ่ายบางส่วนจาก ทัศไนย ไรวา บ.ก. นิตยสาร Car Thai Edition

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th 
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom