วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รวบแล้ว'เกย์นที' ก่อนหนีข้ามลาว

‘สุวิระ’ยันเป็นแม่ข่าย ปลุกระดมเหยื่อยูฟัน ‘เอฟบีไอ’ช่วยสืบคดี!

“เอฟบีไอ” ประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมอัครทูตที่ปรึกษาสถานเอกอัครราชทูตมาเลเซีย ประจำประเทศไทย เข้าประชุมหารือชุดคลี่คลายคดีแชร์ลูกโซ่ บ.ยูฟันฯ เผยสหรัฐฯให้ความสำคัญคดีนี้เพราะเชื่อมโยงการฟอกเงินและมีพลเมืองอเมริกันเป็นผู้เสียหายด้วย ด้านการตามตัว “พล.ต.อธิวัฒน์ สุ่นปาน” ผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี “เอฟบีไอ” ยันหากทางการไทยประสานเป็นลายลักษณ์อักษรสามารถจับตัวส่งให้ทันที ขณะที่ช่วงเย็นตำรวจชุดปฏิบัติการสืบสวนสอบสวนคดียูฟันฯ 1 รวบตัว “เกย์ นที” ตามหมายจับ หลังเตรียมหนีไป สปป.ลาว ทางชายแดนด้าน จ.มุกดาหาร

ความคืบหน้าการดำเนินการทางคดีของชุดคลี่คลายคดีแชร์ลูกโซ่ บ.ยูฟัน สโตร์ จก. หลังปิดรับแจ้งความจากผู้เสียหาย ที่ศูนย์ปฏิบัติการสืบสวนและช่วยเหลือเหยื่อในคดีฉ้อโกงประชาชน (ยูฟัน) บก.ปคบ. ถนนแจ้งวัฒนะ เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3 มิ.ย. พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วย ผบ.ตร. พ.ต.อ. อังกูร คล้ายคลึง รอง ผบก.ปคบ. พ.ต.ท.ปองพล เอี่ยมวิจารณ์ รอง ผกก.ฝ่ายกิจการการฝึกอบรม วตร.บช.ศ.ช่วยราชการ สนง.ผู้ช่วย ผบ.ตร. พ.ต.ท.กฤษฎาพร ปานโปร่ง รอง ผกก.ป.สภ.โนนนารายณ์ จ.สุรินทร์ เข้าประชุมร่วมกับนายเฟาซี คาล อิสมาอีล อัครราชทูตที่ปรึกษา สถานเอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำประเทศไทยและเจ้าหน้าที่เอฟบีไอประจำเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อหารือข้อกฎหมายและร่วมกันคลี่คลายคดีดังกล่าว หลังพบพฤติกรรมการฟอกเงินและมีการกระทำความผิดต่อเนื่องในหลายประเทศ

พล.ต.ท.สุวิระเปิดเผยว่า คดีดังกล่าว ตำรวจยื่นเรื่องให้อัยการสูงสุดพิจารณาเป็นคดีอาชญากรรมข้ามชาติแล้ว คดีนี้เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินข้ามชาติ ทั้งโอนเงินจากประเทศไทยเข้าสู่ประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย จีน และวานูอาตู เป็นภัยร้ายแรงทางเศรษฐกิจระดับโลก มีผู้กระทำความผิดหลบหนีในหลายประเทศ ตำรวจไทยประสานไปยัง 189 ประเทศ ให้ช่วยสืบสวนติดตามบุคคลที่ถูกออกหมายจับ สำหรับคดีนี้เอฟบีไอให้ความสำคัญมาก เพราะมีผู้เสียหายเป็นชาวอเมริกันและเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินด้วย ทางประเทศสหรัฐอเมริกาจึงส่งเจ้าหน้าที่เอฟบีไอประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าช่วยเหลือด้านการสืบสวนอย่างเต็มที่ เบื้องต้นพบเส้นทางการเงินเครือข่ายมีชาวมาเลเซีย อ้างตัวเป็นผู้บริหาร บ.ยูฟันฯ โอนเงินผ่านธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด จากประเทศอินโดนีเซียไปยังเมืองซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา 3 ครั้ง รวม 2.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 66 ล้าน บาท และโอนจากรัฐแคลิฟอร์เนียไปยังประเทศกินี ในแถบแอฟริกาตะวันตก รวม 3.1 หมื่นดอลลาร์สหรัฐฯ

พล.ต.ท.สุวิระกล่าวต่ออีกว่า ส่วนกรณีของ พล.ต.อธิวัฒน์ สุ่นปาน และภรรยา ที่หลบหนีอยู่ประเทศสหรัฐอเมริกา เอฟบีไอแจ้งว่าบุคคลทั้งคู่ ขอลี้ภัยทางการเมือง อ้างว่าประเทศไทยอยู่ในยุครัฐบาลทหาร มีการตั้งข้อหามิชอบเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่ทางสหรัฐอเมริกาไม่ยอมรับและไม่ต้องการให้บุคคลทำผิดเกี่ยวกับการฟอกเงินอยู่ในประเทศ หากทางการไทยประสานเป็นลายลักษณ์อักษร จะดำเนินการจับกุมส่งผู้ร้ายข้ามแดนทันที นอกจากนี้ ตำรวจไทยยังได้รับการประสานจากตำรวจจีน ตำรวจสหพันธรัฐออสเตรเลียและตำรวจมาเลเซีย เพื่อเข้ามาร่วมสืบสวนในคดีนี้ด้วย ทั้งนี้ ผบ.ตร.มาเลเซีย เรียกชุดทำงานในคดียูฟันฯมาตั้งทีมทำงานร่วมกันแล้ว คาดว่าจะเดินทางไปร่วมหารือภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ ส่วนข้อมูลนายอาทิตย์ ปานแก้ว ผู้ต้องหารายสำคัญที่อยู่ระหว่างหลบหนี พบเดิมชื่อนายออย ชู ฮวด เป็นชาวมาเลเซีย เข้ามาประเทศไทยทางด่านตรวจคนเข้าเมือง จ.สงขลา เมื่อปี 50 จากนั้น พล.ต.อธิวัฒน์ สุ่นปาน พาไปทำบัตรประชาชนปลอมที่ อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว สวมสิทธิ์เป็นคนไทย ก่อนร่วมกันธุรกิจเปิดบ.ยูฟันฯ ในประเทศไทย โดยนายอาทิตย์เป็นผู้สั่งการทั้งหมด รวมทั้งการโอนเงินเข้าบัญชีของผู้ต้องหา 4 รายที่เปิดไว้ใน ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา และถอนเงินสดจากบัญชีเพื่อขนออกนอกประเทศ นอกจากนี้ ยังพบนายอาทิตย์เคยถูกตำรวจ บก.ปคบ.จับกุมดำเนินคดีเมื่อปี 55 ในข้อหาจำหน่ายเครื่องสำอางปลอม อยู่ระหว่างยื่นอุทธรณ์ขอประกันตัว ผู้ต้องหาทั้ง 2 รายนี้เป็นบุคคลที่ตำรวจต้องการตัวมากที่สุด

ด้านนายเฟาซี คาล อิสมาอีล อัครทูตที่ปรึกษาสถานเอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำประเทศไทย เผยว่า รับหนังสือจาก ผบ.ตร.มาเลเซียให้ประสานตำรวจชุดคลี่คลายคดียูฟันฯของประเทศไทย ร่วมเดินทางไปหารือกับ ผบ.ตร.มาเลเซีย โดยทางการประเทศมาเลเซียเตรียมตำรวจชุดปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านคดีอาชญากรรมข้ามชาติและตำรวจปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจเข้าทำงานร่วมกับตำรวจไทยอย่างเต็มที่เพื่อปราบปรามขบวนการดังกล่าวให้หมดไป ที่ผ่านมาตำรวจมาเลเซียตรวจสอบข้อมูลตามที่ทางการไทยต้องการอย่างครบถ้วน

ต่อมาเวลา 15.00 น. พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วย ผบ.ตร. พ.ต.อ.อังกูร คล้ายคลึง รอง ผบก.ปคบ. เปิดเผยรายชื่อผู้ต้องหาตามหมายจับรายที่ 39 และ 40 ประกอบด้วย นายนที ธีระโรจนพงษ์ หรือเกย์ นที อายุ 58 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1087/2558 ลงวันที่ 28 พ.ค.58 และนายธนา วงศ์ขำ อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1117/2558 ลงวันที่ 29 พ.ค.58 ในข้อหาร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน

พล.ต.ท.สุวิระกล่าวว่า นายนทีเป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมืองและสังคม ในประเด็นเกี่ยวกับเรื่องบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ พบเป็นนักธุรกิจยูฟันฯระดับแม่ข่าย ทำหน้าที่เป็นผู้บรรยายที่ได้รับการนับถือจากเหล่าสมาชิกเครือข่าย เนื่องจากเป็นผู้มีคุณวุฒิด้านการเงินการบัญชี มีการใช้ถ้อยคำท้าทายเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ฟังว่า “ถ้ายูฟันฯ ผิดให้มาจับผมเลย” ทั้งยังเป็นแกนนำปลุกระดมสมาชิกเดินขบวนขอความเป็นธรรมให้กับเครือข่ายนี้ ที่ห้างเซ็นทรัลเวิลด์และหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนนายธนา วงศ์ขำ อยู่ในระดับหัวหน้าแม่ข่ายและทีมบรรยาย มีหลักฐานเชื่อมโยง เกี่ยวข้องการทำธุรกรรมการเงินของเครือข่ายหลายรายการ

มีรายงานว่า เมื่อเวลา 17.30 น. วันเดียวกัน พ.ต.อ.พิรัตน์ นาสมวาส ผกก.1 บก.ปปป. ในฐานะหน.ชุดปฏิบัติการสืบสวนสอบสวนคดียูฟันฯ 1 พร้อมกำลังสามารถจับกุมนายนที ธีระโรจนพงษ์ หรือเกย์ นที ได้ที่ จ.มุกดาหาร ระหว่างหลบหนีข้ามชายแดนไป สปป.ลาว เตรียมนำตัวมาสอบปากคำที่ บก.ปคบ. ในวันที่ 4 มิ.ย.นี้ นอกจากนี้ พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วย ผบ.ตร.ยังรับการประสานจาก พ.ต.อ.พัลลภ สุริยกุล ณ อยุธยา ผกก.ตม.หนองคาย ว่าสามารถจับกุมตัวนายธนา วงศ์ขำ ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีนี้ ขณะยื่นหนังสือผ่านแดนชั่วคราวเพื่อขอออกนอกประเทศ เตรียมคุมตัวส่งให้ชุดคลี่คลายคดีดำเนินการต่อไป

“เอฟบีไอ” ประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมอัครทูตที่ปรึกษาสถานเอกอัครราชทูตมาเลเซีย ประจำประเทศไทย เข้าประชุมหารือชุดคลี่คลายคดีแชร์ลูกโซ่ บ.ยูฟันฯ เผยสหรัฐฯให้ความสำคัญคดีนี้เพราะเชื่อมโยงการฟอกเงินและมีพลเมืองอเมริกัน 4 มิ.ย. 2558 07:48 4 มิ.ย. 2558 07:48 ไทยรัฐ