วันพุธที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไทยเข้ม คุมไวรัสเมิร์ส ตรวจยิบ (ชมคลิป)

สาธารณสุขสั่งคุมเข้มสกัด “ไวรัสโคโรน่า 2012” ต้นเหตุโรคทางเดินหายใจ “เมิร์ส” เข้าไทย หลังพบระบาดในเกาหลีใต้ พร้อมเตือนผู้ไปประกอบพิธีฮัจญ์-อุมเราะห์ ที่ตะวันออกกลาง เลี่ยงดื่มนมอูฐดิบ-ไปฟาร์มเลี้ยงสัตว์ พร้อมงัดมาตรการคุมอีโบลาร่วมสกัดโรค ชี้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกเหตุไทยมีระบบเฝ้าระวังที่ดี ด้านกระทรวงการต่างประเทศ ประกาศเตือนคนไทยในเกาหลีใต้และที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวให้เลี่ยงเข้าเมืองแดจอง ส่วนรัฐบาลโสมสั่งปิดโรงเรียนประถม 209 แห่งทั่วประเทศ งดจัดกิจกรรมสาธารณะกลางแจ้งบางรายการ รวมถึงห้ามผู้ต้องสงสัยหรือผู้เคยสัมผัสผู้ป่วยออกนอกประเทศ สกัดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสเต็มที่

หลังจากมีข่าวเกาหลีใต้พบผู้เสียชีวิต 2 รายจากการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ 2012 หรือเมิร์ส-โควี ทำให้ไทยตื่นตัวในการเฝ้าระวังมากขึ้น โดยเมื่อวันที่ 3 มิ.ย. นพ.โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังการประชุมแนวทางการสื่อสารความเสี่ยงและการให้ข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ 2012 หรือเมิร์ส-โควี ร่วมกับ รพ.รามาธิบดี รพ.กลาง รพ.ศิริราช กลุ่มโรงพยาบาลเอกชน กรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รพ.พระมงกุฎเกล้าฯ กระทรวงกลาโหม เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือว่า ล่าสุดพบผู้ป่วยในประเทศเกาหลีใต้ จำนวน 30 ราย เสียชีวิต 2 ราย และมีผู้ที่ต้องเฝ้าระวังติดตามอาการเนื่องจากมีประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยอีกประมาณ 700-800 ราย ซึ่งในเกาหลีใต้ถือว่ามีระบบในการจัดการโรคได้ดี ผู้ป่วยทั้งหมดอยู่ในห้องแยกโรค แต่ก็มีการประกาศเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยง เช่น สวนสาธารณะ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม องค์การอนามัยโลกยังไม่มี ข้อห้ามในการเดินทางไปยังประเทศที่มีการระบาดแต่อย่างใด

นพ.โสภณกล่าวต่อว่า ไทยจะดูบทเรียนที่เกิดขึ้นในเกาหลีเป็นหลัก ซึ่งการติดเชื้อส่วนใหญ่อยู่ในโรงพยาบาล เบื้องต้นไทยจะนำงบประมาณและมาตรการเฝ้าระวังป้องกันโรคติดเชื้ออีโบลามาใช้ในการป้องกันโรคเมิร์ส-โควี คือ 1.การเฝ้าระวังผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติเดินทางกลับจากประเทศตะวันออกกลาง และประเทศที่มีการระบาด โดยเฉพาะที่มีอาการเข้าข่ายต้องสงสัย เช่น ป่วยในช่วงระยะเวลา 14 วันหลังเดินทางกลับจากประเทศที่มีการระบาด ปอดบวมรุนแรง และโรคทางเดินหายใจ 2.การตรวจวินิจฉัยโรคทางห้องปฏิบัติการ ซึ่งสามารถทำได้ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ทุกแห่ง และ 3.การดูแลรักษาใน รพ.รัฐและเอกชน

นพ.โสภณกล่าวอีกว่า เบื้องต้นจะเน้นการติดตามผู้ที่จะเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย นอกจากนี้ ยังต้องขอความร่วมมือไปยังสำนักจุฬาราชมนตรี และบริษัทเอเจนซี เพื่อขอรายชื่อผู้ที่จะเดินทางไปทำอุมเราะห์ ที่ประเทศแถบตะวันออกกลาง เพื่อติดตามเฝ้าระวังป้องกันโรคต่อไป เบื้องต้นอยากแนะนำผู้ไปประกอบพิธีฮัจญ์ และไปทำอุมเราะห์ ให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังฟาร์มเลี้ยงสัตว์ งดการสัมผัสกับอูฐ หรือดื่มนมอูฐดิบ ล้างมือฟอกสบู่บ่อยๆ และหลังเดินทางกลับมาแล้วจะต้องติดตามเฝ้าระวังต่อในระยะ 14 วัน ซึ่งเป็นระยะฟักตัวของโรค รวมถึงกลุ่มอื่นๆที่ต้องเดินทางไปในพื้นที่ตะวันออกกลางหากป่วยอยู่ในช่วง 14 วัน ต้องรีบมาพบแพทย์และแจ้งประวัติการเดินทางด้วย อย่างไรก็ตาม ไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนกเพราะไทยมีระบบการเฝ้าระวังที่ดี และล่าสุดได้ประสานกับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งมีด่านควบคุมโรคคอยคัดกรองอยู่แล้ว

ส่วนที่ด่านอรัญประเทศ วันเดียวกัน พ.ต.ท.เบญพล รอดสวาสด์ รอง.ผกก.ตม.จ.สระแก้ว สั่งการให้ พ.ต.ท.เรืองเดช ธรรมนันท์ สว.ตม.จ.สระแก้ว ประสานความร่วมมือกับนายธนกฤต สายสิญจน์ หน.ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ จ.สระแก้ว นำกำลังเจ้าหน้าที่ควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ พร้อมเครื่องมือทางการแพทย์และเครื่องตรวจวัดความร้อนในร่างกายมาร่วมกับเจ้าหน้าที่ด่าน ตม. อรัญประเทศ เพื่อตรวจคัดกรองและวัดอุณหภูมิความร้อนในร่างกายของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางข้ามด่านพรมแดนอรัญประเทศ จากฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชาเข้ามาในประเทศไทย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวกลุ่มเสี่ยงแถบตะวันออกกลาง ประเทศเกาหลีใต้ และประเทศจีน ซึ่งเป็นประเทศที่กำลังมีการระบาดของโรคเมิร์ส เพื่อเป็นการป้องกันและสกัดไม่ให้โรคเมิร์สเข้ามาในประเทศไทยได้

วันเดียวกัน นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยถึงการระบาดของโรคเมิร์ส ในเกาหลีใต้ว่า สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงโซล ได้ประกาศเตือนคนไทยที่พำนักอยู่ในเกาหลีใต้ ที่มีอยู่ราว 5 หมื่นคน รวมถึงผู้จะเดินทางไปเกาหลีใต้ ให้หลีกเลี่ยงการเข้าพื้นที่เมืองแดจอง ซึ่งเป็นพื้นที่การแพร่ระบาดของโรคและบริเวณใกล้เคียง อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความจำเป็นต้องยกระดับการประกาศเตือน แต่ขอให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

สำหรับความคืบหน้าการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ 2012 ในเกาหลีใต้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 3 มิ.ย.ว่า น.ส.ปัก กึน เฮ ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ประชุมเร่งด่วนร่วมกับรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข และผู้เชี่ยวชาญการแพทย์ หารือแนวทางการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2012 ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเมิร์ส หลังพบผู้เสียชีวิตจากโรคดังกล่าวในเกาหลีใต้ 2 ราย เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้แก่หญิงอายุ 58 ปี และชายอายุ 71 ปี ขณะที่สถิติผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2012 ในเกาหลีใต้เพิ่มเป็น 30 ราย ส่วนผู้ถูกกักบริเวณเพื่อรอดูอาการหลังติดต่อหรือสัมผัสกับผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 1,360 ราย ขณะที่สถิติผู้เสียชีวิตจากไวรัสโคโรน่า 2012 ทั่วโลก นับตั้งแต่พบการแพร่ระบาดครั้งแรกในประเทศซาอุดี– อาระเบีย จอร์แดน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ในปี 2555 มีจำนวนทั้งหมด 436 ราย

ขณะเดียวกัน นายฮวาง วู ยี รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการเกาหลีใต้ สั่งปิดโรงเรียนประถม 209 แห่งทั่วประเทศเป็นการชั่วคราว เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2012 ในกลุ่มเด็กประถมและยกเลิกการจัดกิจกรรมกลางแจ้ง ซึ่งเปิดให้สาธารณชนเข้าร่วมได้อีกหลายงาน ด้วยสาเหตุเดียวกัน นอกจากนี้ รัฐบาลยังสั่งห้ามผู้ต้องสงสัยหรือเคยสัมผัสผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2012 เดินทางออกนอกประเทศ หลังบุตรชายของผู้ป่วยโรคเมิร์สในเกาหลีใต้รายแรก ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งกักบริเวณของรัฐบาล และออกเดินทางไปยังประเทศจีนเมื่อช่วงปลายเดือน พ.ค. โดยหยุดแวะพักที่เกาะฮ่องกงก่อนเดินทางเข้าจีนแผ่นดินใหญ่ ทำให้รัฐบาลจีนสั่งกักบริเวณชายคนดังกล่าวในฐานะผู้ป่วยโรคเมิร์สรายแรกที่พบในจีน

อย่างไรก็ตาม องค์การอนามัยโลก (WHO) ยังมิได้ออกแถลงการณ์ห้ามผู้ใดเดินทางไปยังเกาหลีใต้ เพราะถือว่าการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2012 ยังไม่ร้ายแรง แต่องค์การอนามัยโลกได้ประกาศขอความร่วมมือจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขและการแพทย์ทั่วเกาหลีใต้ให้ทำตามหลักปฏิบัติด้านความปลอดภัยการตรวจสอบผู้ต้องสงสัยติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2012 รวมถึงต้องคัดกรองและติดตามสังเกตอาการผู้ต้องสงสัยติดเชื้ออย่างถี่ถ้วน เพื่อป้องกันข้อผิดพลาดในการปล่อยตัวผู้ต้องสงสัยติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2012 ไปปะปนกับผู้อื่นในพื้นที่สาธารณะ ซึ่งจะทำให้ควบคุมการแพร่ระบาดเป็นไปได้ยากขึ้น

สาธารณสุขสั่งคุมเข้มสกัด “ไวรัสโคโรน่า 2012” ต้นเหตุโรคทางเดินหายใจ “เมิร์ส” เข้าไทย หลังพบระบาดในเกาหลีใต้ พร้อมเตือนผู้ไปประกอบพิธีฮัจญ์-อุมเราะห์ ที่ตะวันออกกลาง เลี่ยงดื่มนมอูฐดิบ-ไปฟาร์มเลี้ยงสัตว์ 4 มิ.ย. 2558 07:44 4 มิ.ย. 2558 10:53 ไทยรัฐ