วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เร่งฟื้นมาตรฐานการบิน คมนาคมปรับเพิ่มโครงสร้างของ 4 องค์กร

คมนาคมผุด 4 องค์กรใหม่ด้านการบินให้สอดคล้องกับกฎองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ดัน กพท.ดูแลมาตรฐานการบินเล็งรีดต๋งสายการบินตั้งแต่ปี 60 เป็นต้นไป ส่วนกรมท่าอากาศยานจะดูแลสนามบิน 28 แห่ง

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะกรรมการพิจารณาโครงสร้างใหม่ของกรมการบินพลเรือน (บพ.) ว่า ภายในวันที่ 5 มิ.ย. จะได้ข้อสรุปเกี่ยวกับแผนปรับโครงการการกำหนดอัตรากำลัง บทบาทภาระหน้าที่ของหน่วยงานใหม่ จากนั้นจะเสนอขอความเห็นจาก นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ว่าจะต้องนำเสนอ ครม. หรือเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นผู้ใช้อำนาจลงนาม โดยตั้งเป้าที่จะเริ่มขับเคลื่อนโครงสร้างใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.นี้เป็นต้นไป

สำหรับโครงสร้างใหม่ได้ปรับให้สอดคล้องกับกฎขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) แบ่งออกเป็น 4 หน่วยงานคือ 1.สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) 2.กรมการท่าอากาศยาน 3.สำนักงานคณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์ของเรือและอากาศยานที่ประสบภัย และ 4.สำนักงานคณะกรรมการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยหรือผู้รอดชีวิต

พล.อ.อ.ประจินกล่าวว่า กพท.จะเป็นองค์กรของรัฐที่ไม่ใช่หน่วยราชการ และไม่ใช่รัฐวิสาหกิจที่จะมีการออกกฎหมายเฉพาะต่างหากขึ้นมารองรับการทำงาน ด้านการกำกับดูแลมาตรฐานการบิน และการออกใบอนุญาตการบิน โดยจะเป็นหน่วยงานอิสระจากกระทรวงคมนาคม แต่ รมว.คมนาคมจะทำหน้าที่เป็นผู้ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาบุคคลกรเข้ามาบริหารงานหน่วยงานเท่านั้น

สำหรับกรมท่าอากาศยานจะเป็นหน่วยราชการตามเดิม ดูแลงานสนามบิน 28 แห่ง ส่วนอีก 2 สำนักงานที่เหลือจะย้ายไปสังกัดสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ด้านงบ ประมาณบริหารจัดการจะใช้งบประมาณปี 2559 ของ บพ. จำนวน 2,190 ล้านบาทไปก่อน แบ่งจัดสรรดังนี้ 1.กพท. 220 ล้านบาท และอาจจะต้องมีการเสนอของบเพิ่มเติมอีก 450 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นทุนประเดิมเนื่องจากต้องแยกออกไปเป็นหน่วยงานอิสระ 2.กรมการท่าอากาศยาน 1,800 ล้านบาท 3.สำนักงานคณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุฯ และสำนักงานคณะกรรมการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยฯ รับจัดสรรรวมกัน 2 หน่วยงาน 45 ล้านบาท

พล.อ.อ.ประจินกล่าวว่า กพท.เป็นหน่วยงานที่ไม่ใช่ราชการและรัฐวิสาหกิจ ในอนาคตจะต้องมีรายได้เลี้ยงตัวเอง ดังนั้น ตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นไป กพท.จะมีการเรียกเก็บเงินสมทบจากอุตสาหกรรมการบินที่ทำการบิน เช่น เงินส่วนแบ่งรายได้จากการออกใบอนุญาตการบินหรือ AOC ในอัตราระหว่าง 0.01-0.3% ของรายได้ที่ยังไม่หักค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นไปตามหลักสากลทั่วโลกที่มีการเรียกเก็บเพื่อให้มั่นใจว่าจะมีงบ ประมาณเพียงพอในการจ้างบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ รวมถึงมีศักย-ภาพในการกำหนดค่าตอบแทนที่เหมาะสมให้แก่บุคลากรภายในองค์กรเพื่อป้องกันปัญหาสมองไหล โดยในช่วง 2 ปีแรกของการบริหารองค์กร คือปี 2558 และ 2559 จะใช้วงเงินประเดิมที่รัฐบาลจัดสรรบริหารงานไปก่อน

ด้านนางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า การปรับโครงสร้างองค์กรจะสอดคล้องและทันกับระยะเวลาที่หน่วยงานนานาชาติที่จะเข้ามาตรวจสอบมาตรฐานการบินในไทย อาทิ องค์กรบริหารการบินแห่งสหรัฐ-อเมริกา (FAA) และสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของสหภาพยุโรป หรือเอียซ่า (EASA).

คมนาคมผุด 4 องค์กรใหม่ด้านการบินให้สอดคล้องกับกฎองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ดัน กพท.ดูแลมาตรฐานการบินเล็งรีดต๋งสายการบินตั้งแต่ปี 60 เป็นต้นไป ส่วนกรมท่าอากาศยานจะดูแลสนามบิน 28 แห่ง... 4 มิ.ย. 2558 04:41 ไทยรัฐ