วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อย่างน้อยก็ทำให้ใจชื้น

ก็แค่ยั่ว กระตุกต่อมโมโหกันไปเท่านั้น

กับมุกล่าสุดที่มีกระแสข่าวแชร์กันในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะเครือข่ายเสื้อแดง โชว์ภาพที่อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ถอยเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวลำใหม่ สนนราคา 128 ล้านเหรียญสหรัฐฯ พร้อมพาสปอร์ต นัยว่าติดปีกบินไปทั่วโลก

ไม่แน่ใจว่าชัวร์หรือมั่วนิ่ม เพราะเช็กข้อมูลวงในก็เพิ่งซื้อไปเมื่อไม่นานนี้

ไม่น่าจะถอยกันได้ถี่เหมือนรถป้ายแดง

แต่ที่แน่ๆโดยจังหวะเวลา อ่านตามฟอร์มโคตรเซียนการตลาด งานนี้จัดมาเบิ้ลบลัฟกระแสโดนถอนพาสปอร์ต ตั้งใจแก้ลำที่จะถูกถอดยศโดยเฉพาะ

ท่ามกลางบรรยากาศ อาการหวาดระแวงแรงกระเพื่อมจากปมยึดพาสปอร์ตและถอดยศ

ในอารมณ์ที่ทั้ง “บิ๊กโด่ง” พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และ ผบ.ทบ.ทั้ง “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ต้องสั่งหน่วยขึ้นตรงให้คุมเข้มสถานการณ์

ตำรวจ ทหารสั่งยกระดับการเฝ้าระวังอย่างเต็มพิกัด

ล้อประวัติศาสตร์ “นายใหญ่” จะขยับตัวแรงทุกครั้งที่โดนกระตุกหนวด

แต่อย่างไรก็ตาม สถานการณ์มาถึงตรงนี้ยังไม่มีอะไรในกอไผ่ อย่างที่นายอนุสิษฐ คุณากร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ระบุจากการติดตามสถานการณ์ภายหลังจากที่มีกรณีการถอดยศและยกเลิกหนังสือเดินทาง พ.ต.ท.ทักษิณ ยังไม่พบความเคลื่อนไหวใดๆที่ผิดปกติ

เงียบผิดความคาดหมาย

และก็เป็นอะไรที่ยังเดินหน้าได้ตามโปรแกรมต่อเนื่อง กับยุทธศาสตร์ของศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) ที่จัดการเสวนาปรองดองสมานฉันท์เพื่อความมั่นคงและยั่งยืนในสังคมไทย เป็นครั้งที่ 2 ในหัวข้อ อนาคตของประเทศไทย ณ สโมสรทหารบก วิภาวดีรังสิต

โดย พล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข เสนาธิการทหารบก เป็นประธาน

ส่งเทียบเชิญทั้งทีมงานพรรคเพื่อไทย อาทิ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล นายนพดล ปัทมะ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง นายจาตุรนต์ ฉายแสง ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสาธิต ปิตุเตชะ มาเป็นตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์

ส่วนกลุ่มการเมืองก็มีนายจตุพร พรหมพันธุ์ นายเหวง โตจิราการ แกนนำกลุ่ม นปช. นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายสุริยะใส กตะศิลา แกนนำม็อบพันธมิตรฯ รวมถึงทีมงานม็อบ กปปส.อย่างนายเสรี วงษ์มณฑา และนายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

มากันพร้อมหน้าพร้อมตา ครบทุกขั้วขัดแย้ง

ตามปรากฏการณ์หักมุมกับสถานการณ์ร้อนแรงอย่างที่ประเมินกัน

เรื่องของเรื่อง โดยอานิสงส์ทางอ้อม ผลจากปมยึดพาสปอร์ต ประเด็นการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ตลบอบอวลมาหลายวัน ยึดครองพื้นที่ข่าวสื่อกระแสหลักอย่างต่อเนื่อง

กลบสถานการณ์เรื่องเศรษฐกิจที่กำลังพลิกคว่ำพลิกหงายให้ซาลงไปชั่วขณะ

และล่าสุดก็เริ่มมีสัญญาณบวกโผล่มาให้ใจชื้น

แบบที่นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานสมาคมธนาคารไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ออกอาการลุ้นสถานการณ์เศรษฐกิจครึ่งปีหลังแนวโน้มสดใส

เชื่อเศรษฐกิจไทยผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว

แม้จะยังเป็นห่วงรายได้เกษตรกร เสนอให้รัฐบาลยกระดับราคาสินค้าภาคเกษตรทั้งข้าว ยางพารา

ขณะที่ภาพข่าวที่นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประกอบพิธีขอฝนกับพระพิรุณทรงนาค ภายในกระทรวง เนื่องจากเชื่อว่าปีนี้จะเกิดภาวะแห้งแล้ง ฝนตกน้อย

สะท้อนภาวะปัจจัยแทรกยากต่อการควบคุม

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น พูดกันด้วยความเป็นธรรม ก็ต้องยอมรับอย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.แอ่นอกการันตีเลยว่า รัฐมนตรีทำงานหนักกันทุกคน

แน่นอนมันอาจจะไม่เห็นผลชัดเจน นั่นก็เพราะเป็นการแก้โจทย์โคตรหิน

แค่กู้วิกฤติจากสถานการณ์ “ติดลบ” ให้กลับมาอยู่ในภาวะ “ทรงตัว”

เท่านี้ก็หรูแล้ว สำหรับทีมงานเฉพาะกิจ.

ทีมข่าวการเมือง