วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เป็นไปได้! แม่เฒ่ารับเลี้ยงเด็กนาน 36 ปี ถูกขู่ฆ่า อยากส่งคืนพ่อแท้ๆ

แม่เฒ่าที่สัตหีบ รับเลี้ยงเด็กชายไว้คนหนึ่ง พ่อแท้ๆเอามาฝากไว้ตั้งแต่ยังแบเบาะ จนอายุ 36 ปี จากเด็กน้อยน่ารักกลายเป็นคนก้าวร้าว หยาบคาย ล่าสุดถึงขั้นขู่ฆ่าคนในครอบครัว ต้องร้องศูนย์ดำรงธรรม ให้พ่อรับกลับไปเลี้ยงเอง...

เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.58 นางบุญศรี เชิงลอย อายุ 73 ปี อาชีพรับเลี้ยงเด็ก พร้อมด้วย น.ส.ศิริจันทร์ เชิงลอย อายุ 45 ปี บุตรสาว เข้าร้องทุกข์ต่อศูนย์ดำรงธรรม ที่ว่าการอำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี พร้อมยื่นหนังสือต่อ นายอภิชาติ จันทร์แจ่ม ปลัดอำเภอ ฝ่ายอำนวยความเป็นธรรม ให้ช่วยเหลือติดตามตัว นายเดวิทย์ เหลืองอ่อน อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 96/10 ซ.จามจุรี ม.6 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี มาดำเนินการรับตัว นายอนุรักษ์ เหลืองอ่อน อายุ 36 ปี บุตรชาย ที่นำมาฝากเลี้ยงไว้ตั้งแต่แรกเกิด

นางบุญศรี เปิดเผยว่า เดิมตนมีอาชีพรับเลี้ยงเด็ก โดยเมื่อปี 2522 หรือเมื่อ 36 ปีที่แล้ว นายเดวิทย์ ได้นำลูกชายที่เพิ่งเกิดเพียงไม่กี่วัน มาฝากเลี้ยงไว้กับตน ด้วยเงินค่าจ้างขณะนั้นเพียงเดือนละ 400 บาท ด้วยความที่เป็นคนรักเด็ก จึงได้เลี้ยงดูเด็กคนนี้เสมือนลูกตัวเองมาจนโต เมื่อเด็กเริ่มจำความได้ พูดจารู้เรื่อง ก็ได้ติดต่อไปทางพ่อให้มารับกลับไปแต่ถูกปฏิเสธมาโดยตลอด นายเดวิทย์ไม่ได้มาหา หรือเอาใจใส่อะไร เพียงแต่ส่งเงินค่าจ้างเลี้ยง หายามาให้พร้อมเสื้อผ้า เพียงเท่านั้น ด้วยความสงสาร จึงได้ชุบเลี้ยงเด็กมานานถึง 36 ปี เพิ่งจะปรับขึ้นเงินค่าจ้างให้เดือนละ 1,500 บาท เมื่อ 2 เดือนก่อน พร้อมให้ใช้สิทธิบัตรทอง 30 บาท 

"จากเด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ แต่เหมือนขาดความอบอุ่นจากพ่อแม่ที่แท้จริง เริ่มมีอารมณ์ก้าวร้าว พูดจาหยาบคาย ล่าสุดได้ทำร้ายร่างกาย และขู่จะฆ่าคนในบ้าน ซึ่งก็ไม่ทราบว่า เกิดจากอุบัติเหตุทางรถที่กระทบกระเทือนทางสมองหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้นายอนุรักษ์เคยประสบอุบัติเหตุ ซึ่งคนทุกคนในครอบครัวกลัวกันมาก ทั้งสามีที่พิการ รวมถึงลูกสาว ต้องใช้ชีวิตอย่างหวาดกลัว จึงได้ติดต่อให้ นายเดวิทย์ มารับลูกกลับไป แต่ได้รับการตอบกลับ ปฏิเสธแบบไม่ใยดี โทรไปก็เปลี่ยนเบอร์มือถือ ไปหาก็บอกว่าย้ายออกไปแล้ว ปัดความรับผิดชอบ ทำตัวสาบสูญไร้ร่องรอย"

นางบุญศรี กล่าวด้วยว่า ล่าสุด ได้ตรวจสอบจากทะเบียนราษฎร์พบว่า นายเดวิทย์ ได้ย้ายสำเนาทะเบียนบ้านไปอยู่ที่ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จึงอยากให้ทางเจ้าหน้าที่ ช่วยติดตามตัวผู้เป็นพ่อมารับตัวลูกในไส้ ไปเลี้ยงดูเพื่อให้เขาได้รับความอบอุ่น จากผู้เป็นบุพการีของเขาเอง ดีกว่าปล่อยให้กระทำในสิ่งที่ไม่ควร จนอาจต้องโทษทางกฎหมาย

ด้าน นายอภิชาต จันทร์แจ่ม ปลัดอำเภอ ได้รับเรื่องไว้ และจะรายงานให้ นายปริญญา โพธิสัตย์ นายอำเภอสัตหีบ รับทราบตามลำดับชั้น เพื่อจะได้เข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย โดยพร้อมจะเป็นสื่อกลางในการติดตามตัวผู้เป็นพ่อที่แท้จริงให้มารับตัวลูกชายไปดูแลตามหน้าที่ของพ่อต่อไป.