วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ไทยรัฐ' บุกรัฐยะไข่ ไขชีวิต 'โรฮีนจา' (ชมคลิป)

ทีมข่าวไทยรัฐบินลัดฟ้าสำรวจสภาพความเป็นอยู่ของชาวโรฮีนจา ที่สหภาพเมียนมา บุกถึงค่ายในรัฐยะไข่ พบความเป็นอยู่สุดทุลักทุเล มีทั้งเด็กและผู้ใหญ่อยู่กันอย่างแออัด ผงะตัวเลขประชากรโรฮีนจาในค่ายอาจเพิ่มสูงขึ้น เพราะคุมกำเนิดไม่ได้...


เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. 58 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 พ.ค. ที่ผ่านมา ทีมข่าวไทยรัฐ เดินทางไปที่เมืองย่างกุ้ง อดีตเมืองหลวง ของสหภาพเมียนมา โดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่เมืองซิตตเว รัฐอาระกัน หรือรัฐยะไข่ ซึ่งเป็นรัฐชายแดนที่มีพื้นที่ติดกับประเทศบังกลาเทศ เพื่อบุกสำรวจชีวิตความเป็นอยู่ของชาวโรฮีนจาที่อยู่ในค่ายพัก

โดยก่อนเดินทางไปถึง ทีมข่าวได้มีโอกาสแวะสำรวจสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของคนในย่างกุ้ง ทำให้เห็นถึงความเจริญของอาคารบ้านเรือน การจราจรที่แออัด และการอยู่ร่วมกันของคนต่างเชื้อชาติ ที่สามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างอิสระ แม้ว่าจากการสอบถามชาวเมืองย่างกุ้งส่วนหนึ่ง จะยังคงมีความเกลียดชังต่อผู้ที่ไม่ใช่พลเมืองเมียนมาก็ตาม


ต่อมาทีมข่าวเดินทาง สู่รัฐอาระกัน หรือ "รัฐยะไข่" สหภาพเมียนมา รัฐชายทะเลที่มีพรมแดนติดกับบังกลาเทศ โดยไปยังเมืองซิตตเว เมืองที่มีชาวโรฮีนจา อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และมีค่ายผู้พลัดถิ่นในประเทศอยู่มากที่สุดถึง 19 ค่าย จากทั้งหมด 57 ค่ายในรัฐยะไข่ ซึ่งการเดินทางไปครั้งนี้ ก็เพื่อบุกพิสูจน์ความเป็นอยู่และชีวิตของชาวโรฮีนจาที่พักอาศัยอยู่ที่นั่น


เมื่อเดินทางไปถึง พบว่าพื้นที่ชุมชนในเมืองซิตตเว มีการแบ่งแยกอย่างชัดเจนสำหรับชาวพุทธ และมุสลิมโรฮีนจา โดยมีกำลังตำรวจประจำอยู่ตามแนวพื้นที่กันชน การที่คนภายนอกจะเดินทางผ่านเข้าไปยังเขตชาวมุสลิม ไม่ว่าจะเพื่อซื้อขายแลกเปลี่ยนหรือธุระใดนั้น แม้จะทำได้แต่ก็มีการเข้มงวดกวดขัน ขณะที่ชาวโรฮีนจาจะไม่สามารถเดินทางออกนอกพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนพื้นที่การอยู่อาศัยของชาวโรฮีนจา แบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ ส่วนที่เป็นชุมชน ชาวโรฮีนจาสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ ภายในพื้นที่ของชุมชนมุสลิมที่ทางการจัดสรรไว้ และอีกส่วนหนึ่ง คือ ค่ายผู้พลัดถิ่นในประเทศ ที่ส่วนใหญ่ตั้งขึ้นภายใต้การดูแลของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ UNHCR


ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ทันทีที่ก้าวไปถึงค่ายตะไบ ได้รับการต้อนรับด้วยรอยยิ้มและแววตาที่สดใสจากคนในค่าย ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว และสภาพดินที่ปนทรายจัด ทำให้ที่นี่ดูแห้งแล้ง แม้แต่ต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงาก็มีน้อยมาก จากการสำรวจพบว่าที่พักอาศัยเกือบทั้งหมด สร้างขึ้นจากไม้ไผ่ สังกะสี และผ้าใบ ซึ่งมีการจัดสรรกันพอเป็นระเบียบ มีแหล่งน้ำสะอาดเพียงพอสำหรับดื่มกินและใช้ มีระบบสุขาที่แยกออกไปอย่างเป็นสัดส่วน


สำหรับปัญหาใหญ่ที่พบ คือ การเพิ่มจำนวนประชากร ข้อมูลจาก UNHCR ระบุว่า ในเดือนมกราคม ปี 2558 ค่ายแห่งนี้มีที่พักอาศัย 518 หลังคาเรือน มีจำนวนชาวโรฮีนจา 2,951 คน หรือคิดเป็นอัตราเฉลี่ย ที่พัก 1 หลัง ต่อผู้อาศัย 5 ถึง 6 คน แต่จากการเดินสำรวจของทีมข่าวไทยรัฐ พบว่า ที่พักหลายหลังซึ่งมีขนาดไม่เกิน 30 ตารางเมตร กลับมีสมาชิกพักอาศัยอยู่เกินกว่า 10 คน และมีแนวโน้มว่าจำนวนชาวโรฮีนจาในค่ายจะเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากไม่สามารถคุมกำเนิดได้ เพราะอาจผิดหลักศาสนา


ซึ่งจากการสำรวจพบเด็กในวัยประถมและมัธยม มากกว่าวัยแรงงาน 3 ถึง 4 เท่า ซึ่งเด็กเหล่านี้ ขาดโอกาสทางการศึกษา และเติบโตขึ้นอย่างด้อยคุณภาพ มีชีวิตอยู่ไปวันๆ โดยไม่มีงานทำ ขณะที่ผู้ใหญ่ก็ใช้ชีวิตอย่างไร้ความหวังเช่นกัน

ทีมข่าวไทยรัฐบินลัดฟ้าสำรวจสภาพความเป็นอยู่ของชาวโรฮีนจา ที่สหภาพเมียนมา บุกถึงค่ายในรัฐยะไข่ พบความเป็นอยู่สุดทุลักทุเล มีทั้งเด็กและผู้ใหญ่อยู่กันอย่างแออัด ผงะตัวเลขประชากรโรฮีนจาในค่ายอาจเพิ่มสูงขึ้น เพราะคุมกำเนิดไม่ได้ 3 มิ.ย. 2558 19:04 4 มิ.ย. 2558 11:33 ไทยรัฐ