วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'ปีติพงศ์' ผวา IUU จัดแถวสินค้าเกษตร

'ปีติพงศ์' ผวา IUU จัดแถวสินค้าเกษตร

  • Share:

นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ บอกว่า เพื่อให้เกษตรกรตัวจริงมีอำนาจต่อรองต้นทุนการผลิต-ขายสินค้า วางระบบการผลิตและการบริหารจัดการในแนวทางเดียวกัน ให้สามารถประหยัดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้จริง โดยที่เกษตรกรยังคงเป็นเจ้าของพื้นที่และทำการผลิตเอง กระทรวงเกษตรฯจึงเดินหน้าโครงการบริหารจัดการสินค้าเกษตรของจังหวัด ระบบส่งเสริมการเกษตรแปลงใหญ่ และการบริหารจัดการน้ำขึ้น โดยส่งเสริมชาวบ้านทำเกษตร ทั้งด้านพืช ประมง และปศุสัตว์เป็นแปลงใหญ่ โดยพื้นที่แบ่งออกเป็นเขตชลประทาน ส่วนใหญ่อยู่ในลุ่มน้ำเจ้าพระยาเกือบ ทั้งหมด เขตพื้นที่ สปก. สหกรณ์และนิคมต่างๆ และพื้นที่อื่นๆ ซึ่งมีลักษณะ พิเศษ อาทิ พื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ที่สามารถผลิตข้าวพันธุ์ดี พื้นที่ภาคตะวันออกที่บริหารจัดการผลไม้ พื้นที่ปลูกลำไยที่เป็นกลุ่มเป็นก้อน ภาคใต้ปาล์ม ยาง

นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์


“พื้นที่ต่างๆ จะมีผู้จัดการแปลงซึ่งเป็นลูกหลานคนในพื้นที่ และผ่านการคัดเลือกจากคณะทำงาน คนกลุ่มนี้จะได้รับค่าตอบแทนจากภาครัฐ เพื่อมาทำหน้าที่วางแผนการตลาด จัดหาปัจจัยการผลิต ถ่ายทอดเทคโนโลยี กำกับดูแล ติดตามการดำเนินงานของเกษตรกรในแปลง มีการจดบันทึกข้อมูล สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้จริง ตามที่หน่วยงานต่างๆในกระทรวงกำหนดไว้ เพื่อกระทรวงรู้อย่างรวดเร็วว่าการปลูกพืชตัวไหนจะรุ่งหรือตัวไหนร่วง ควรส่งเสริมต่อหรือว่าต้องหาพืชชนิดอื่นเสริม ไม่ใช่เอาตัวเลขข้อมูลจากค่าเฉลี่ยทั้งประเทศมาใช้ทำให้มองปัญหาไม่ออก และแก้ปัญหาไม่ตรงจุด”

ไร่ข้าวโพด


รมว.เกษตรฯกล่าวว่า การปรับระบบการทำเกษตรดังกล่าวจะทำให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างแปลงใหญ่กับสินค้าเกษตรทุกประเภท ทั้งพืช ประมง และปศุสัตว์ ซึ่งจากนี้ไปต้องตรวจสอบย้อนกลับได้ทั้งหมด โดยเริ่มในประเทศเราก่อน ตั้งแต่ปลายทางย้อนไปหาแปลงใหญ่ ไม่อย่างนั้นต่อไปเราจะขายสินค้ากับต่างประเทศไม่ได้เลย เหมือนอย่างกรณีสินค้าประมง ที่เราเจอปัญหา IUU ถ้าเราไม่รีบจัดระเบียบระบบการผลิตสินค้าเกษตรเสียแต่ตอนนี้ เชื่อว่าภายใน 5 ปีข้างหน้า สินค้าเกษตรตัวอื่นจะมีปัญหาถูกกีดกัน ถูกตรวจสอบทั้งระบบเหมือนสินค้าประมงอย่างแน่นอน.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้