วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สนช.เชิญนักการเมืองแสดงความเห็นร่าง รธน.

สนช.ตั้งเวทีเชิญนักการเมืองแสดงความเห็นร่าง รธน. "โภคิน" หวั่นเขียนให้ รธน.แก้ไขยาก เป็นเทียบเชิญเรียกทหารปฏิวัติ "จุรินทร์" ถล่มแหลกร่าง รธน.ครึ่งผีครึ่งคน ตั้งสมมติฐานมองนักการเมืองเลว เปรียบกติกาใหม่เป็นเข่งระเบิดเวลา แนะรื้อใหญ่ 4 ประเด็น...

เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.58 ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการการเมือง สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จัดสัมมนาหัวข้อ "วิเคราะห์ร่างรัฐธรรมนูญในมุมมองด้านวิชาการและการเมือง" โดย นายโภคิน พลกุล อดีตประธานรัฐสภากล่าวปาฐกถาพิเศษ "วิเคราะห์ร่างรัฐธรรมนูญในมุมมองด้านวิชาการและการเมือง" ว่าตั้งแต่ปี 2475 ถึง 2538 มีสิ่งที่ตกผลึกในรัฐธรรมนูญ จากการต่อสู้เรียกร้องของประชาชนคือ 1. นายกฯ มาจาก ส.ส. 2. ประธานรัฐสภามาจากประธานสภาผู้แทนราษฎร 3. ส.ส.สังกัดพรรค 4. ผู้มีสิทธิเลือกตั้งอายุ 18 ปี ดังนั้น ควรยึดหลักการที่ตกผลึกแล้วไม่ควรแก้ไขอีก จะยิ่งไปสร้างปัญหาขึ้นใหม่ ขณะที่รัฐธรรมนูญปี 50 มีการยุบพรรคและตัดสิทธิการเมืองขัดหลักนิติธรรม เพราะผู้ถูกตัดสิทธิไม่ใช่คนผิด แต่ร่างรัฐธรรมนูญขณะนี้ยังไปลงโทษตัดสิทธิบ้านเลขที่ 109 และ 111 ซ้ำอีก

ทั้งนี้ ร่างรัฐธรรมนูญต้องตอบโจทย์ 4 ข้อ คือการสร้างความปรองดอง กรอบการปฏิรูปต้องชัดเจน สานต่อสิ่งที่ตกผลึกแล้ว และมีความต่อเนื่องของรัฐธรรมนูญ แต่สิ่งที่ กมธ.ยกร่างฯ ทำ ไม่ได้ตอบโจทย์ 4 ข้อ จะเสียของแน่ แล้วยังไปยัดเยียดให้ คสช.พิจารณา คสช.คงอึดอัด ส่วนการกำหนดให้รัฐธรรมนูญแก้ไขยาก เป็นเรื่องประหลาด ปกติการแก้รัฐธรรมนูญทำยากอยู่แล้ว ยิ่งถ้าใช้ไปแล้วเกิดปัญหาขึ้นและไม่สามารถแก้ปัญหาได้ก็เหมือนเป็นเทียบเชิญให้เกิดการรัฐประหารอีก

ด้าน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูญในขณะนี้มี 4 ประเด็นที่ต้องรื้อใหญ่ คือ 1. การตัดสิทธิจำกัดสิทธิเสรีภาพประชาชน อาทิ ระบบโอเพ่นลิสต์ ที่ให้ประชาชนเลือกส.ส.บัญชีรายชื่อได้แค่คนเดียวจากบัญชีของแต่ละภาคที่มีอยู่ 30-50 คน ควรปรับแก้ไม่จำกัดสิทธิให้เลือกผู้สมัครได้คนเดียว 2. โครงสร้างการบริหารราชการแผ่นดินที่มาจากสมมติฐานว่า ส.ส.เลือกตั้งเลวหมด จึงให้มีองค์กรจากการแต่งตั้งมาควบคุมฝ่ายนิติบัญญัติฝ่ายบริหาร กลายเป็นอำนาจที่ 4 ตัวจริง ทำให้รัฐธรรมนูญไม่ใช่เผด็จการไม่ใช่ประชาธิปไตย แต่กลายพันธุ์เป็นรัฐธรรมนูญครึ่งผีครึ่งคน เช่น คณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ คณะกรรมการปรองดองแห่งชาติ



3. ไม่ควรย้อนยุคนำบทเรียนที่เคยล้มเหลวในอดีตกลับมาใช้ อาทิ คณะกรรมการจัดการเลือกตั้ง (กจต.) ซึ่งในอดีตเคยมีกระทรวงมหาดไทยมาดูแลการเลือกตั้งแต่มีการใช้อำนาจรัฐบาลรักษาการมาช่วยในการเลือกตั้ง ทำให้การเลือกตั้งไม่ยุติธรรมถือว่าน่าห่วง หรือมาตรา 181-182 ที่ให้อำนาจนายกฯ มากเกินไป 4. ควรรื้อประเด็นที่อาจเป็นชนวนไปสู่วิกฤติรอบใหม่ เช่น มาตรา 182 ที่ให้อำนาจนายกฯ เสนอกฎหมายพิเศษเข้าสภาฯ ได้ มาตรา 298 ที่ให้คณะกรรมการปรองดองมีอำนาจออก พ.ร.ฎ.อภัยโทษ แก่บุคคลที่สำนึกผิดต่อคณะกรรมการปรองดอง ประเด็นเหล่านี้ไม่ใช่แค่ระเบิดเวลาแต่เป็นเข่งระเบิด สุ่มเสี่ยงต่อการพาประเทศไปสู่วิกฤติในอนาคต.