วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สั่งพักราชการ พล.ท.มนัส เจอคดีค้ามนุษย์ (ชมคลิป)

เจ้าตัวเตรียมเข้ามอบตัวกับตร. ‘อุดมเดช’ ยันไม่ปกป้องคนผิด เลขาสมช.เซอร์ไพรส์ไร้กระแส

ผบ.ทบ.สั่งพักราชการ พล.ท.ผู้ต้องหาตามหมายจับค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจาเพื่อรอผลสอบสวน ด้านนายกฯไม่ป้องว่าไปตามหลักฐาน ส่วน พล.ท.ผู้ต้องหาเร่งประสานทหารพระธรรมนูญ คาดเตรียมขอมอบตัว ขณะที่ ผบ.ตร.เป็นเจ้าภาพประชุมร่วมชี้แจงต่างชาติหาความร่วมมือช่วยเหลือมนุษย์เรือ พร้อมทลายเครือข่ายขบวนการค้ามนุษย์ออกหมายจับไปแล้ว 84 คน ขณะที่สหรัฐฯวอนเมียนมายุติการกดขี่ผู้คน

ชุดสืบสวนขยายผลทลายขบวนการค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจาสาวถึง พล.ท.มนัส คงแป้น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก พนักงานสอบสวนขออนุมัติศาลจังหวัดนาทวี ออกหมายจับพัวพันในคดีค้ามนุษย์ สมัยติดยศ พล.ต.ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 42 ค่ายเสนาณรงค์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ขณะที่ทางกองทัพเตรียมคำสั่งพักราชการ โดยเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 มิ.ย. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. และ ผอ.ศพดส.ตร. พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และโฆษก ตร. พร้อมด้วยอัยการและตัวแทนประเทศต่างๆรวม 18 ประเทศ ประชุมร่วมกันเกี่ยวกับปัญหาการค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจา

ภายหลังการประชุม พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติเปิดเวทีประชุมร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ เช่น ปปง.อัยการ และตัวแทนประเทศต่างๆ เพื่อรับฟังว่าในกรณีการค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจา ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการอะไรบ้าง เพื่อยืนยันให้ทุกๆประเทศได้ทราบว่ารัฐบาลมีความมุ่งมั่น มีความตั้งใจในการแก้ปัญหา โดยชี้แจงกับประเทศต่างๆ ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดขึ้นจากประเทศไทยเป็นเพียงประเทศทางผ่าน เรามีความตั้งใจในการแก้ปัญหาอย่างเต็มที่ แต่ประเทศไทยแก้ปัญหาเพียงประเทศเดียวคงไม่ได้ ต้องอาศัยความร่วมมือกับประเทศต่างๆที่เกี่ยวข้อง เป็นการชี้แจงว่าประเทศไทยได้ทำอะไรไปบ้างและพร้อมตอบคำถามในสิ่งที่ทุกฝ่ายสงสัยหรือข้องใจในการปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขณะเดียวกันก็พร้อมที่จะรับฟังข้อเสนอแนะ เพื่อจะได้นำไปดำเนินการและแก้ปัญหา

พล.ต.อ.สมยศกล่าวอีกว่า การดำเนินคดีและติดตามจับกุมตัว พล.ท.มนัส คงแป้น ผู้ทรงคุณวุฒิกองบัญชาการกองทัพบก ผู้ต้องหารายสำคัญในคดีร่วมกันค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจามอบหมายให้ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ เป็นผู้รับผิดชอบสำนวนคดี ขณะนี้รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อยื่นออกหมายจับตามขั้นตอนและศาลได้อนุมัติหมายจับแล้วมั่นใจว่า พล.ท.มนัสจะไม่หลบหนี เนื่องจากเป็นนายทหารระดับสูง ขณะนี้ยังไม่มีการประสานงานเข้ามอบตัว ส่วนกรณีนายณัฐภัทร แสงทอง หรือโกมิก ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับในคดีนี้ถูกทางการประเทศ

เมียนมาควบคุมตัว สำนักงานตำรวจแห่งชาติมอบหมายให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร.ดำเนินการประสานงานขอตัวส่งผู้ร้ายข้ามแดน ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับทางการประเทศเมียนมาว่าจะดำเนินคดีเกี่ยวกับการค้ามนุษย์หรือไม่ เนื่องจากกฎหมายของประเทศเมียนมามีอัตราโทษสูง ยังไม่มีการตอบรับว่าจะสามารถส่งมาดำเนินคดีประเทศไทยหรือไม่

ด้าน พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ขอยืนยันปัญหาการค้ามนุษย์ยังคงมีอยู่ในประเทศไทยและเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ ผู้กระทำความผิดแบ่งหน้าที่กันทำงานอย่างชัดเจน ไม่ง่ายที่จะนำตัวผู้อยู่เบื้องหลังมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะผู้กระทำผิดที่หลบหนีอยู่ต่างประเทศ ปัญหาการค้ามนุษย์มีต่อเนื่องมายาวนาน แต่เป็นรูปธรรมชัดเจนประมาณ 3 ปี เป็นปัญหาที่มีความซับซ้อนเนื่องจากมีนักการเมืองท้องถิ่นและข้าราชการในพื้นที่เข้าไปเกี่ยวข้องและคอยอำนวยความสะดวกให้อาชญากรรมดำเนินการได้อย่างสะดวก

รอง ผบ.ตร.กล่าวอีกว่า หลังรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานนำไปสู่การจับกุมดำเนินคดีผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งในประเทศและต่างประเทศ พบแหล่งที่พักพิงผิดกฎหมาย 7 แห่ง พบศพ 36 ศพ เป็นชาย 21 ศพ และหญิง 5 ศพ อีก 10 ศพ ยังไม่ทราบเพศซึ่งรอการตรวจพิสูจน์ สรุปยอดคนต่างด้าวที่เกี่ยวข้อง 313 คน แยกเป็นผู้ต้องหาหลบหนีเข้าเมือง 249 คน เหยื่อค้ามนุษย์ 64 คน สั่งฟ้อง 179 คน พ้นโทษไปแล้ว 48 คน อยู่ระหว่างส่งกลับประเทศ ส่วนอีก 131 คนอยู่ในระหว่างดำเนินคดีสั่งฟ้อง 70 คน ซึ่ง ตม.รอรับส่งกลับประเทศต้นสังกัด

สำหรับเหยื่อการค้ามนุษย์ 64 คน เป็นชาวโรฮีนจา 50 คน เป็นชาวบังกลาเทศ 14 คน เหยื่อทั้งหมดได้รับการคุ้มครองเป็นอย่างดี ขณะนี้ออกหมายจับ 84 คน จับกุมแล้ว 51 คน ยังคงเหลือ 33 คน ยึดทรัพย์สินผู้กระทำผิด 84.5 ล้านบาท จากการประสานงานของ ผบ.ตร.และตำรวจมาเลเซียในการประชุมทวิภาคีระหว่างตำรวจสองประเทศ โดยตำรวจมาเลเซียยืนยันให้ความร่วมมือเพื่อป้องกันการค้ามนุษย์และนำผู้กระทำผิดมาลงโทษโดยเร็ว

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ท.มนัส คงแป้น ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก เดินทางมาปรากฏตัวในค่ายวชิราวุธ กองทัพภาคที่ 4 อ.เมือง นครศรีธรรมราช ในชุดนายทหารเต็มยศ โดย พล.ท.มนัสเข้าพบกับนายทหารระดับสูงคนหนึ่งคาดว่ามีการปรึกษาหารือกันเพื่อเตรียมตัวเข้ามอบตัวกับตำรวจภายหลังถูกศาลจังหวัดนาทวีออกหมายจับ โดย พล.ท.มนัสอยู่ระหว่างประสานกับนายทหารพระธรรมนูญและเตรียมเข้ามอบตัวในเร็วๆนี้ แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะมอบตัวที่ จ.สงขลา หรือที่ จ.นครศรีธรรมราช อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สารวัตรทหาร มทบ.41 ห้ามไม่ให้ผู้สื่อข่าวเข้าใกล้ตัว พล.ท.มนัสและห้ามถ่ายภาพโดยเด็ดขาด

ด้านนายอนุสิษฐ คุณากร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ไขปัญหาโรฮีนจาว่า แน่นอนว่าหากมีผู้หาประโยชน์และผ่านเข้ามาโดยมิชอบ จะกลายเป็นปัญหาในเรื่องอาชญากรรม และในระยะเวลาต่อจากนี้ไปอย่างที่ตนเคยกล่าวไว้ อาจจะเห็นอะไรที่เซอร์ไพรส์ เนื่องจากการลงไปสืบสวนสอบสวนอย่างจริงจังของรัฐบาล จะเอาฝอยที่ถูกหมักหมมในอดีตขึ้นมาทำให้การแก้ไขปัญหาดีขึ้น ส่วนกรณี พล.ท.มนัส คงแป้น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก ที่มีส่วนพัวพันกับการค้ามนุษย์นั้น สมช.ไม่เคยมีการข่าวเรื่องดังกล่าว ถือว่าเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึง เราพยายามทำงานในเรื่องดังกล่าวอย่างเต็มที่ แต่ก็มีบางกลุ่มแอบแฝงหลบซ่อน เรื่องนี้ไม่ใช่เป็นปัญหาของประเทศไทยประเทศเดียว แต่เป็นปัญหาของโลกและสหประชาชาติที่ต้องลงมาช่วยกัน เชื่อว่าเมื่อนำข้อมูลมาแชร์กันปัญหาจะเบาบางลง

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.กล่าวภายหลังการประชุม ครม.ถึงกรณีที่ พล.ท.มนัส คงแป้น ผู้ทรงคุณวุฒิ ทบ.ถูกออกหมายจับพัวพันขบวนการค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจาว่า เรื่องนี้ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว ผิดก็ว่าไปตามผิดว่าไปตามกระบวนการสอบสวน ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.ท.มนัสเป็นตัวการระดับสูงของขบวนการค้ามนุษย์หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่รู้ เป็นเรื่องกระบวนการยุติธรรมพบหลักฐานต้องสอบสวนเหมือนทุกคนทุกคดี ถ้าผิดก็ผิดก็ต้องให้เวลาสอบสวน หลักฐานเพียงพอก็ส่งฟ้องศาลก็จะถูกปลด มันอะไรกันนักหนาเหมือนกันทุกคน ไม่ว่าในประเทศต่างประเทศกฎหมายเดียวกันหมดจะต้องเน้นคนโน้นคนนี้ทำไม ผิดหมด

เมื่อถามอีกว่ายังมีนายทหารคนอื่นไปเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า “ไม่รู้ ปัดโธ่! เอ้ย ฉันไม่ใช่สอบสวนนี่หว่า ก็ให้ตำรวจสอบสวนมามันโยงใครคนนั้นก็โดนด้วยก็แค่นั้นเอง แหมทำเหมือนบ้านเมืองนี้ไม่มีระบบ หรือประเทศไทยอยู่ที่ผมคนเดียว ต้องสั่งทั้งหมดหรืออย่างไร วันนี้มันไม่ใช่” ทั้งนี้ ในที่ประชุม ครม.มีการรายงานถึงผลการประชุมว่าด้วยการโยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติในมหาสมุทรอินเดีย การแก้ไขปัญหาชาวโรฮีนจาอพยพมีความชัดเจนขึ้นทั้งสหรัฐอเมริกาและประเทศใหญ่ๆต่างพอใจในการทำงานของไทย คงจะต้องไปว่ากันต่อในเรื่องของคดีความ เชื่อจะทำให้ปัญหาการอพยพแบบผิดปกติจะลดจำนวนลง เวลานี้ก็ลดลง การดำเนินการของเราต้องทำอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะปลอดภัยและดีขึ้น ไม่ใช่แค่ภายใน 2 สัปดาห์นี้แล้วจบ แต่ยังต้องคุยกันอีกว่าจะพัฒนาช่วยเหลือต้นทางกันอย่างไร รวมถึงการดูแลผู้ที่ติดค้าง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่าปัญหานี้ทางยุโรปและอเมริกาก็มี รวมถึงประเทศที่ห่างไกลก็มีข่าวจับผู้มีปัญหาอพยพกว่า 4 พันคน มีทุกที่ในโลกตราบใดที่มีคนจนก็ต้องมีความขัดแย้งและจะมีผู้นำความขัดแย้งและมีการหลบหนีออกนอกประเทศเพื่อหางานทำเพราะคนเราต้องหาสิ่งที่ดีกว่า อยู่ในประเทศไม่ได้ก็ต้องไปที่อื่น ฉะนั้นจะแก้ปัญหาด้วยศึกสงครามอย่างเดียวคงไม่พอ ต้องดูเรื่องเศรษฐกิจและการพัฒนาต่างๆ โดยเฉพาะรัฐบาลไทย เวลาไปไหนก็จะนำเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง เศรษฐกิจทฤษฎีใหม่ ไปเผยแพร่ให้แก่ทุกประเทศเองก็พอใจ โดยล่าสุดนำไปแสดงที่สหประชาชาติ ประเทศหมู่เกาะก็พอใจและชื่นชมแนวทางของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ทุกอย่างในประเทศไทยกับสายตาคนต่างประเทศดีหมด ยกเว้นคนไทยด้วยกัน

ด้าน พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ในฐานะ ผบ.ทบ. กล่าวว่า กองทัพบกให้การสนับสนุนตำรวจอย่างเต็มที่ ขณะเดียวกัน พล.ท.มนัสเองก็มีสิทธิ์ที่จะรวบรวมข้อมูลหลักฐานเพื่อชี้แจง ต้องให้โอกาสและความเป็นธรรมกับ พล.ท.มนัสด้วยจากข้อมูลหลักฐานที่ตำรวจมีจนถึงขั้นออกหมายจับคงมีความชัดเจนในระดับหนึ่ง และในฐานะ พล.ท.มนัสเป็นกำลังพลของกองทัพบก สั่งการให้ พล.ท.ปราการ ชลยุทธ แม่ทัพภาค 4 ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม เรื่องนี้กองทัพเองไม่ได้นิ่งนอนใจทราบข้อมูลบางส่วนเเล้ว เเต่ต้องรอความชัดเจนจากทางตำรวจด้วยและตามระเบียบเมื่อถูกออกหมายจับตามขั้นตอนได้สั่งพักราชการ จากนั้นรอผลการสอบสวน ส่วนการขยายผลเชื่อว่า พล.ท.มนัสน่าจะรู้จักหรือเชื่อมโยงไปยังบุคคลที่ถูกชี้ชัดว่ากระทำความผิดเพราะจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่าเป็นไปได้

“ยืนยันกองทัพบกจะไม่ปกป้องคนในกองทัพที่กระทำความผิดและจะลงโทษเด็ดขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งคดีนี้เป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของต่างประเทศ แต่ขณะนี้ก็ต้องให้โอกาสเพื่อหาข้อมูลนำมาชี้แจงต่อไป ขณะที่กองทัพมีกำลังพลถึง 2.7 แสนนาย ส่วนใหญ่เป็นคนดีทั้งหมด ทำงานด้วยความเหน็ดเหนื่อย แต่ในกองทัพก็คงจะมีทั้งคนดีและไม่ดี ผมยืนยันว่าตั้งใจทำงานไม่อย่างนั้นเราคงไม่รักษาสภาพเช่นนี้ได้ กองทัพดำรงอยู่ได้ด้วยการมีคนดีเป็นส่วนใหญ่” พล.อ.อุดมเดชกล่าว

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวว่า กรณีของ พล.ท.มนัส คงแป้น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก ขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามกฎหมายตามพยานหลักฐาน เบื้องต้น พล.ท.มนัสยังไม่ได้มีความผิด ยังไม่รู้ว่ามีพยานหลักฐานแค่ไหนเพราะตนไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการสืบสวนสอบสวน พล.ท.มนัสยังแค่เป็นผู้ต้องสงสัย และ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และ ผบ.ทบ. เป็นผู้ดูแลเรื่องวินัย ทุกอย่างดำเนินการตามขั้นตอนไม่มีปัญหา เมื่อถามว่าจะกำชับกำลังพลอย่างไรไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องค้ามนุษย์ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เรากำชับอยู่แล้ว และ พล.ท.มนัสยังไม่มีความผิด เรื่องพวกนี้ทหารทุกคนไม่ว่าจะเป็นนายทหารชั้นประทวนหรือชั้นสัญญาบัตรรู้ระเบียบวินัยและกฎหมายดี เป็นหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายตามวินัยทหาร คนแต่งเครื่องแบบเขารู้หมดไม่ต้องกำชับว่าจะต้องทำอะไรบ้างเพราะเขามีเกียรติมีศักดิ์ศรี

วันเดียวกัน นายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ว่า หากเมียนมาอยากจะเปลี่ยนถ่ายตัวเองให้เป็นไปในแนวทางประชาธิปไตย สิ่งสำคัญที่สุดคือรัฐบาลเมียนมาต้องยุติการกดขี่ผู้คนเหมือนกรณีชาวโรฮีนจาที่ถูกกดขี่เพียงเพราะมีความต่างในรูปร่างหน้าตาและความเชื่อทางศาสนา ถ้าผมเป็นโรฮีนจาผมก็อยากจะอยู่ในถิ่นกำเนิดของตัวเองในที่ที่พ่อแม่เติบโตมา และก็อยากได้รับความคุ้มครองจากรัฐบาล ได้รับการปฏิบัติอย่างยุติธรรม นอกจากนี้ นายโอบามายังกล่าวอีกว่าขอชื่นชมรัฐบาลมาเลเซียและอินโดนีเซียที่เปิดรับผู้ลี้ภัยหลายพันคน ซึ่งสหรัฐฯเองก็พร้อมที่จะรับไปบางส่วนด้วย

ขณะที่สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า จากกรณีที่กองทัพเรือเมียนมาตรวจพบเรือบรรทุกผู้อพยพ 727 คน นอกชายฝั่งทางภาคใต้ของเมียนมานั้น คนกลุ่มนี้ยังไม่ได้ถูกพาขึ้นฝั่งแต่อย่างใด ยังคงถูกกักตัวไว้บนเรือ โดยนายเย ตุต โฆษกรัฐบาลเมียนมาชี้แจงว่า ทางการอยู่ระหว่างคัดกรองเพื่อยืนยันว่าคนกลุ่มนี้เป็นใครมาจากไหน พร้อมกำลังสอบถามว่าอยากจะเดินทางไปที่ใด ซึ่งปกติแล้วเวลาถามผู้อพยพทั่วไปส่วนใหญ่ก็บอกว่าอยากกลับไปบังกลาเทศทั้งนั้น และรัฐบาลก็จะดำเนินการให้ตามความประสงค์

เย็นวันเดียวกัน พล.ต.ท.มนตรี โปตระนันทน์ ผบช.ภ.9 พร้อมด้วยทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจมาเลเซีย ประชุมร่วมกันเพื่อขอความร่วมมือในการลำเลียงศพชาวโรฮีนจาจากเทือกเขาแก้วฝั่งประเทศมาเลเซียข้ามเขตแดนผ่านมายังประเทศไทย เพื่อความสะดวกในการลำเลียงขนส่งไปยังกองพิสูจน์หลักฐานในกรุงกัวลาลัมเปอร์ พล.ต.ท.มนตรีกล่าวว่าทางการไทยอนุญาตให้ทางประเทศมาเลเซียขนศพผ่านไทยตามหลักสากลและหลักสิทธิมนุษยธรรม และอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่

ผบ.ทบ.สั่งพักราชการ พล.ท.ผู้ต้องหาตามหมายจับค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจาเพื่อรอผลสอบสวน ด้านนายกฯไม่ป้องว่าไปตามหลักฐาน ส่วน พล.ท.ผู้ต้องหาเร่งประสานทหารพระธรรมนูญ คาดเตรียมขอมอบตัว 3 มิ.ย. 2558 08:14 ไทยรัฐ