วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
125 เด็กแว้นเฮ ฟ้องไม่ทัน (ชมคลิป)

125 เด็กแว้นเฮ ฟ้องไม่ทัน (ชมคลิป)

  • Share:

อัยการยื่นร้องขอผัด ศาลชี้ไม่มีเหตุจำเป็น จึงต้องปล่อยตัวหมด

125 แว้นเฮลั่น แยกย้ายกลับบ้าน หลังศาลแขวงธนบุรียกคำร้อง ขอผัดฟ้องของอัยการ ทำให้ส่งฟ้องไม่ทัน 48 ชม.หลังจับกุม ขณะที่โฆษกศาลยุติธรรมเผยคดีนี้อัยการฟ้องไม่ทัน ต้องกลับไปเตรียมฟ้องมาใหม่ หากอัยการสามารถฟ้องเมื่อใด ต้องสั่งการให้ตำรวจติดตามตัว ผู้ต้องหาทั้งหมดมาส่งฟ้องต่อ ด้าน รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ระบุทุกภาคส่วนต้องช่วยหาแนวทางแก้ปัญหา

ความคืบหน้ากรณีตำรวจนครบาล 8 สนธิกำลัง ทหารปฏิบัติการ “ราชพฤกษ์โมเดล” ปิดถนนราชพฤกษ์ ช่วงสะพานข้ามแยกรัชดา-ท่าพระ จับกุมกลุ่มวัยรุ่นขับขี่รถ จยย.สร้างความเดือดร้อนกับประชาชนบนท้องถนนได้กว่า 400 รายพร้อมรถ จยย.ของกลาง 272 คัน ส่งดำเนินคดี

ที่สำนักงานคดีศาลแขวงธนบุรี สำนักงานอัยการ สูงสุด เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 2 มิ.ย. พ.ต.อ.มานพ สุคนธพัฒน์ ผกก.สน.ตลาดพลู นำผู้ต้องหาอายุเกิน 18 ปี ที่กระจายคุมขังที่ สน.บุปผาราม สน.สำเหร่ สน.บุคคโล และ สน.ราษฎร์บูรณะ เป็นชายรวมทั้งหมด 125 คน มาส่งให้พนักงานอัยการฟ้องด้วยวาจา ในข้อหาร่วมกันแข่งขันรถบนถนนสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต กระทำการอันเป็นการเดือดร้อนรำคาญในที่สาธารณะ โดยพนักงานสอบสวนทำบันทึกคำรับสารภาพประกอบมีใจความว่า เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. เจ้าพนักงานตำรวจได้จับกุมกลุ่มผู้ขับขี่รถ จยย.แข่งขันบนถนนราชพฤกษ์ โดยไม่ไยดีต่อความปลอดภัย ของประชาชนผู้สัญจรใช้ถนน ตามที่ได้รับร้องเรียนจากประชาชน จึงมีการวางแผนและปิดถนนจับกุมผู้ต้องหาได้กว่า 400 คน ซึ่งส่วนหนึ่งได้แยกดำเนินคดีต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง พร้อมยึดรถ จยย. ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดรวม 272 คัน คุมตัวพร้อมบันทึกคำรับสารภาพให้พนักงานอัยการดำเนินการตามกฎหมายวิธีพิจารณาคดีในศาลแขวงตาม ม.20

ต่อมาพนักงานอัยการ ตรวจดูบันทึกประกอบคำรับสารภาพและให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาในบางประเด็น จากนั้นพนักงานอัยการจึงยื่นคำร้องใจความว่าคดีนี้พนักงานสอบสวนได้นำผู้ต้องหามาให้พนักงานอัยการดำเนินคดีซึ่งเป็นคดีอยู่ในอำนาจของศาลแขวงธนบุรีและได้มีการจับกุมตัวผู้ต้องหาไว้แล้ว แต่มีความจำเป็นไม่สามารถฟ้องผู้ต้องหาได้ทันในกำหนดเวลา 48 ชั่วโมงนับแต่จับกุม จึงขอผัดฟ้องและฝากขังต่อศาลเป็นเวลา 6 วัน ตั้งแต่วันที่ 2-7 มิ.ย.58 ภายหลังศาลเห็นว่าคดีนี้ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ตลอดข้อกล่าวหาต่อพนักงานสอบสวน อัยการจึงต้องฟ้องภายในกำหนดเวลาตามกฎหมาย 48 ชั่วโมงนับแต่จับกุมและคำร้องไม่มีเหตุจำเป็นที่จะขอผัดฟ้อง จึงมีคำสั่งยกคำร้อง ส่งผลให้พนักงานอัยการส่งฟ้อง ไม่ทันในเวลา 16.30 น. ที่เป็นเวลาทำการของศาล

ภายหลังนายบวรศักดิ์ ทวิพัฒน์ โฆษกศาลยุติธรรมกล่าวว่า คดีนี้อัยการฟ้องไม่ทัน เลยยื่นคำร้องขอผัดฟ้อง แต่ศาลเห็นว่าไม่มีเหตุจำเป็นต้องผัดฟ้องจึงยกคำร้องขอผัดฟ้อง ทางอัยการคงกลับไปเตรียมฟ้องมาใหม่ แต่ไม่สามารถฟ้องได้ทันในวันนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตามกฎหมายวิธีพิจารณาคดีในศาลแขวง ม.9 ถ้าอัยการไม่สามารถฟ้องให้ทันกำหนด 48 ชั่วโมง ตาม ม.7 ห้ามมิให้อัยการฟ้องคดี เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากอัยการสูงสุด หากอัยการสามารถฟ้องเมื่อใด ต้องสั่งการให้ทางตำรวจติดตามตัวผู้ต้องหาทั้งหมดมาส่งฟ้องต่อไป ส่วนบรรยากาศหลังศาลยกคำร้องขอผัดฟ้อง ทำให้หมดอำนาจการควบคุมผู้ต้องหาทั้ง 125 คนนั้น เมื่อบรรดาญาติพี่น้องรวมทั้งตัวผู้ต้องหาเองทราบเรื่องต่างแสดงความดีใจที่ไม่ต้องวางเงินประกันจำนวน 3 หมื่นบาทต่อราย ก่อนแยกย้ายเดินทางกลับที่พักอย่างรวดเร็ว

อีกด้านที่กระทรวงยุติธรรม นายวีระยุทธ สุขเจริญ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เปิดเผยว่า หลังศาลเยาวชนฯส่งตัวเยาวชนอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี และไม่เกิน 18 ปี ที่เป็นผู้ต้องหาในกรณีดังกล่าวให้สถานพินิจฯรับดูแลตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. แบ่งเป็นเยาวชนชาย 106 ราย รับการดูแลที่บ้านเมตตา ย่านบางนา ส่วนเยาวชนหญิงอีก 1 ราย รับการดูแลที่บ้านปรานี อ.สามพราน จ.นครปฐม ส่วนเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 15 ปี และเยาวชนที่มีอายุเกิน 18 ปีขึ้นไป ไม่อยู่ในความดูแลของกรมพินิจฯ หลังจากนี้จะทำประวัติโดยละเอียดว่าก่อนถูกจับมีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไร เพื่อหาช่องทางในการแก้ไขปัญหา พร้อมทั้งตรวจสุขภาพและร่างกายของเยาวชนทั้งหมด พร้อมดำเนินการตามโปรแกรมที่ทางกรมพินิจฯวางไว้คือ การบำบัดและอบรม เพื่อให้เยาวชนเกิดความรู้สึกและสำนึกว่าสิ่งที่ทำนั้นไม่ถูกต้องเป็นปัญหาส่งผลกระทบต่อตัวเองและสังคม ทั้งนี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการสหวิชาชีพ ประกอบด้วย นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ นักวิชาการ และพยาบาล เพื่อกำหนดแนวทางในการแก้ไขบำบัดฟื้นฟู พร้อมพิจารณาว่าต้องแก้ไขเยาวชนแต่ละรายอย่างไร ทั้งนี้ ต้องรวบรวมข้อมูลทั้งหมดส่งให้ศาล เพื่อสั่งฟ้องภายใน 30 วัน

“ทั่วไปไม่พบว่าเด็กและเยาวชนที่เข้ามาอยู่ในการดูแลของกรมพินิจฯจะมีการกระทำความผิดซ้ำ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมครอบครัวและชุมชน อย่างไรก็ตาม ทางกรมพินิจฯพยายามทำให้เกิดผลอย่างจริงจัง โดยใช้คำว่าเยาวชนต้นแบบ โดยจัดประเภทเยาวชนที่กระทำผิดออกเป็น 4 ประเภท คือ 1. เด็กที่ติดยาเสพติด 2. เด็กแว้น 3. เด็กที่มีพฤติกรรมเกเรหรืออันธพาล และ 4. เด็กบ้าน หรือเด็กที่อยู่ระหว่างศึกษา แต่มีพฤติกรรมติดเกมหนีการเรียน ต้องเร่งบำบัดเด็กกลุ่มนี้ด้วยโปรแกรมที่มีอยู่ เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเด็กก่อนกลับคืนสู่สังคม” นายวีระยุทธกล่าว

ขณะที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า เป็นปัญหาสังคมที่ทุกภาคส่วนโดยเฉพาะพ่อแม่ผู้ปกครองต้องเร่งหาแนวทางป้องกันและแก้ไขร่วมกัน มีความห่วงใยอนาคตของเยาวชนที่จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติในอนาคต จึงกำชับกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) ติดตามกรณีดังกล่าวอย่างใกล้ชิด รวมทั้งศึกษาหาสาเหตุของเยาวชนที่ชอบก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวเพื่อนำมาพิจารณาหาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าวตามภารกิจของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ โดยทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. แสดงความชื่นชมและขอบคุณการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และหน่วยกู้ภัยกว่า 150 นาย ที่สนธิกำลังกันปิดล้อมจับกุมเด็กแว้นป่วนเมือง บริเวณถนนราชพฤกษ์ ช่วงสะพานข้ามแยกรัชดาท่าพระ ตามแผนปฏิบัติการราชพฤกษ์โมเดล โดยได้สั่งการไปยังหน่วยงานผู้รับผิดชอบในระดับท้องที่ทุกพื้นที่ ให้เข้มงวดกวดขันการกระทำผิดในลักษณะดังกล่าว เมื่อพบเห็นหรือได้รับเรื่องร้องเรียนต้องดำเนินการทันที กรณีที่ผู้กระทำผิดเป็นเด็กเยาวชนต้องให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมรับผิดชอบลูกหลานด้วย

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้