วันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทัพจีนบุกหัวเมืองตะวันออก สัมพันธ์ 40 ปีฉลองเส้นทางสายไหมทะเล

สานสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน 40 ปี “พินิจ” นำคณะทูตจีนประจำไทย เยือนเส้นทางสายไหมทางทะเล ถิ่นบูรพา ดูการลงทุนและตลาดค้าชายแดน บุกตลาดพลอยเมืองจันท์ ชมสวนผลไม้เมืองระยอง ลุ้นยอดขายเพิ่ม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 22-24 พ.ค.ที่ผ่านมาคณะเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย และสภาวัฒนธรรมไทย-จีน และส่งเสริมความสัมพันธ์ ซึ่งมีนายพินิจ จารุสมบัติ เป็นประธาน ได้เยือนเส้นทางสายไหมทางทะเล ถิ่นบูรพา โดยเดินทางไปเยือน 4 จังหวัด คือ สระแก้ว จันทบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ถือเป็นการสานความสัมพันธ์ฉลองครบรอบ 40 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน โดยเน้นดูเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ดูตลาดการค้าขาย เพื่อหาลู่ทางในการร่วมมือลงทุนระหว่างประเทศไทยและประเทศจีน

นายหนิง ฟู่ขุย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า การเดินทางมาเยือนจังหวัดทางภาคตะวันออกของประเทศไทยในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่ได้มาเยือน โดยจังหวัดแรกที่ไปคือ จ.สระแก้ว ซึ่งมีความน่าสนใจในเรื่องของเส้นทางการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ด่านพรมแดนบ้านคลองลึก (จุดผ่านแดนถาวร) อ.อรัญประเทศ โดยหลังจากได้หารือร่วมกับนายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ทำให้ทราบว่ามูลค่าทางการค้าที่ผ่านด่านนี้ในปี 2557 สูงถึง 70,000 ล้านบาท โดยในช่วง 5-6 ปี ที่ผ่าน มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องมาตลอด

ทั้งนี้ จ.สระแก้วถือเป็นเส้นทางสายทองที่เชื่อมโยงถึง 4 ประเทศด้วยกัน คือ ไทย, กัมพูชา, เวียดนาม และจีน ซึ่งส่วนตัวมองว่าเส้นทางนี้ถือเป็นเส้นทางเศรษฐกิจที่มีคุณค่ามาก โดยในอนาคตก็จะมีการพัฒนาเส้นทางนี้ไปด้วยกัน ในปัจจุบันการส่งออกสินค้าผ่านด่านพรมแดนบ้านคลองลึก ใช้เวลาประมาณ 3 วัน ไปถึงเมืองกวางสี และประมาณ 5 วัน ไปถึงเมืองกวางโจว ซึ่งหากมีการร่วมกันพัฒนาเส้นทางนี้ ก็จะทำให้การขนส่งสินค้ามีประสิทธิภาพมากขึ้น

“ในอนาคตเส้นทางสายนี้จะมีบทบาทสำคัญในการใช้ขนส่งสินค้า เพราะมีจุดที่เชื่อมโยงหลายจุดในแต่ละประเทศ ซึ่งในส่วนของรัฐบาลจีนก็มีแผนกลยุทธ์ที่จะทำเส้นทาง One Way One Road ซึ่งในจุดนี้ก็ตรงกับแผน ยุทธศาสตร์ของประเทศไทย และประเทศกัมพูชา ที่ต้องการทำเส้นทางสายเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยถือว่ามีความพร้อมในการเชื่อมโยงเส้นทางสายไหมเป็นอย่างมาก ไม่ว่าความพร้อมในเรื่องระบบรถไฟ ถนนทางหลวง ท่าเทียบเรือ และสนามบิน เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนมีความสำคัญในการพัฒนาเส้นทางสายไหม โดยขณะนี้ประเทศจีนและไทย มีการลงนามร่วมมือพัฒนาระบบรางรถไฟร่วมกัน ล่าสุดได้เปิดรับฟังความคิดเห็นมาแล้ว 4 ครั้ง ซึ่งหากไม่มีปัญหาอะไร ก็จะสามารถเริ่มงานก่อสร้างได้ภายในปีนี้”

ทูตจีนประจำไทยกล่าวว่า หลังจากได้เดินทางไปเยือน จ.จันทบุรี และ จ.ระยอง ทำให้เห็นพลังชีวิตของเศรษฐกิจของทั้ง 2 จังหวัด ที่เป็นเศรษฐกิจที่มีเสาหลักมาจากผลผลิตทางการเกษตร การท่องเที่ยว การค้าขายอัญมณี (จันทบุรี) เป็นต้น โดยที่เห็นชัดเจนของทั้ง 2 จังหวัดมีศักยภาพมากที่สุดคือผลไม้ ซึ่งปัจจุบันเป็นตลาดที่พ่อค้าชาวจีนมาจับจองและส่งออกไปขายในประเทศจีนมากที่สุด ในส่วนตัวผมชอบจันทบุรี เพราะเปรียบเสมือนไข่มุกเม็ดหนึ่งในภาคตะวันออก มีความน่าสนใจทั้งทางด้านเศรษฐกิจการค้า การลงทุน ตลอดจนความสวยงามของธรรมชาติ ที่สำคัญมีผลไม้ที่อร่อย โด่งดังไปไกลทั่วโลก และเป็นเมืองแหล่งอัญมณีอีกด้วย

ทั้งนี้ ในส่วนของความร่วมมือที่ประเทศจีนกำลังจะผลักดันให้เกิดขึ้นจะมี 3 ประการ คือ 1. ความร่วมมือเกี่ยวกับการสร้างห้องเย็น เพื่อเก็บรักษาสินค้าการเกษตร 2. การส่งเสริมให้นักลงทุน พ่อค้าชาวจีน มาซื้อผลไม้จากประเทศไทย ที่ จ.จันทบุรี ให้เพิ่มมากขึ้น และความร่วมมือในการพัฒนาระบบพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งขณะนี้ทางประเทศจีนมีความพร้อมในเรื่องโซลาร์เซลล์เป็นอย่างมาก และ 3. ส่งเสริมในด้านการท่องเที่ยว ซึ่งในปีผ่านมามีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางมาไทยประมาณ 4.6 ล้านคน และในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ (ม.ค.-มี.ค.) มีเดินทางมาแล้วประมาณ 2.7 ล้านคน ซึ่งคาดว่าทั้งปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวจีนมาเที่ยวประเทศไทยเกิน 6 ล้านคนแน่นอน

นอกจากนี้ หลังจากที่ได้มาสัมผัสกับภาคตะวันออกของไทย ก็อยากจะโปรโมตให้มาเที่ยวที่จันทบุรีมากขึ้น โดย จ.จันทบุรีก็ต้องพัฒนาให้จังหวัดมีความน่าสนใจมาขึ้นไปอีก โดยเฉพาะเรื่องของผลไม้ที่ได้รับความนิยมจากชาวจีน อย่างทุเรียน มังคุด รวมทั้งด้านอัญมณี ก็ต้องมีการพัฒนารูปแบบใหม่ออกสู่ตลาด ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะมาเป็นจุดดึงดูดได้

“การเดินทางมาเยือนเส้นทางสายไหมทางทะเล ถิ่นบูรพา ในครั้งนี้ผมจะนำสิ่งที่ได้เห็นและพบเจอ ไปรายงานให้ผู้เกี่ยวข้องในประเทศจีนให้ได้รับรู้ และทราบถึงจังหวัดของประเทศไทย ว่ามีความน่าสนใจอย่างไรบ้าง และประเทศจีนจะมีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจร่วมกันได้อย่างไรบ้าง”

ด้านนายพินิจ จารุสมบัติ ประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีน และส่งเสริมความสัมพันธ์ กล่าวว่า ในการเดินทางครั้งนี้ถือเป็นการฉลองครบรอบความสัมพันธ์ 40 ปี ไทย-จีน โดยท่านทูตให้ความสำคัญในการเดินทางมาเยือน จ.สระแก้ว เนื่องจากส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่รัฐบาลไทยได้กำหนดให้จังหวัดสระแก้วเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ จึงทำให้มีความน่าสนใจมากในการลงทุนทำการค้าต่างๆ

“ทั้งนี้ หลังจากที่ได้หารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว คาดว่ามูลค่าทางการค้าใน จ.สระแก้ว จะเพิ่มขึ้นปีละประมาณ 20% นอกจากนี้ ในจุดการค้าชายแดนในจุดอื่นๆก็มีความสำคัญเช่นกัน เพราะขณะนี้สินค้าจากไทยไปเปิดตลาดในตลาดอาเซียนเยอะขึ้น ซึ่งการที่รัฐบาลไทยได้กำหนดเขตเศรษฐกิจพิเศษถือเป็นเรื่องดี รวมถึงการที่จะมีระบบรถไฟความเร็วสูง ก็จะทำให้การขนส่งสินค้าไทยสามารถแข่งกับเวลาได้”

นายพินิจกล่าวว่า สำหรับภาพรวมตลาดการส่งออกผลไม้ของประเทศไทยในปีที่ผ่านมามีมูลค่าประมาณ 50,000 ล้านบาท โดยในจำนวนนี้เป็นผลไม้ที่มาจาก จ.จันทบุรี มีมูลค่าถึง 25,000 ล้านบาท ซึ่งก็จะเห็นว่าผลไม้จากจันทบุรีเป็นที่ต้องการของตลาดมาก ทั้งนี้ จึงอยากเสนอให้ จ.จันทบุรี มีการร่วมมือพัฒนาผลไม้อย่างจริงจังอาจจะเป็นความร่วมมือในการสร้างศูนย์วิจัยศึกษาผลไม้ประเภทต่างๆ เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดี มีคุณภาพ และยังเป็นการเพิ่มมูลค่าทางการค้าอีกด้วย.

สานสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน 40 ปี “พินิจ” นำคณะทูตจีนประจำไทย เยือนเส้นทางสายไหมทางทะเล ถิ่นบูรพา ดูการลงทุนและตลาดค้าชายแดน บุกตลาดพลอยเมืองจันท์ ชมสวนผลไม้เมืองระยอง ลุ้นยอดขายเพิ่ม 3 มิ.ย. 2558 03:08 ไทยรัฐ