วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เจาะ HONDA HR-V ทำไมขายดีจนผลิตไม่ทัน

หากคุณจอง HR-V วันนี้ ต้องรออีก 3-4 เดือนถึงจะได้รับรถ อะไรจะนานขนาดนั้น ไลน์ประกอบในโรงงานฮอนด้าที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะเร่งมือกันทั้งวันทั้งคืนเพื่อส่งมอบรถให้ทันกับความต้องการก็ยังไม่ทันกับยอดสั่งจองยอดสั่งซื้อที่หลั่งไหลเข้ามาแบบต่อเนื่องไม่ขาดสาย ความฮิตติดลมบนของยานยนต์รุ่นนี้ เกิดขึ้นตั้งแต่ Honda เริ่มส่งข่าวว่าจะประกอบ HR-V ขายในประเทศไทย หลังจากการเปิดตัวในช่วงปลายปีที่ผ่านมาในเดือนพฤศจิกายน 2557 ตามด้วยการทดสอบของสื่อมวลชนที่อำเภอวังน้ำเขียว เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2557 ข่าวสารของ Honda HR-V ในด้านประสิทธิภาพการขับใช้งานเริ่มแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วทุกทิศทุกทาง นอกจากการกระหน่ำโฆษณาประชาสัมพันธ์แล้ว การขับขี่ที่น่าประทับใจยังช่วยทำให้ยอดขายของรถรุ่นนี้พุ่งแรงแซงทางโค้งอย่างต่อเนื่องกว่า 20,000 คันเข้าไปแล้ว การเปิดตัวของ Honda HR-V ถือเป็นปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ เป็นการกำหนดภาพลักษณ์ใหม่ของรถยนต์แบบอเนกประสงค์ที่เข้ามาครองใจลูกค้าชาวไทยในแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ลองมาดูรายละเอียดของตัวรถ HR-V รุ่นสูงสุด EL ครอสโอเวอร์สายพันธุ์ใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มลูกค้ากันดีกว่า

ตามความเป็นจริงแล้ว ภายใต้รูปลักษณ์ที่โดนใจใครต่อใครหลายคน HR-V คือร่างทรงของรถเล็กโดยมีแชสซีส์เชื่อมโยงกับรถรุ่น Jazz ที่มีตัวถังแบบกึ่งเรียบกึ่งลุยจากสัดส่วนของความสูงที่มากกว่ารถซีดานภายในค่าย Honda นิดหน่อย นี่คือแฮตช์แบคร่างโย่งจากแบรนด์ Honda ที่สัดส่วนความสูงถูกยกขึ้นมาเพื่อการขับใช้งานที่มีความอเนกประสงค์ตามที่ Honda แจ้งมาในเอกสารข้อมูล แต่อย่าให้รูปร่างอันงดงามลงตัวของครอสโอเวอร์รุ่นนี้มาหลอกคุณได้ง่ายๆ หากไม่ได้ลองขับดูก่อนแบบจริงๆ จังๆกันเสียก่อนว่ามันจะดีจริงหรือแค่โม้โอ้อวดคุยฟุ้ง เรือนร่างที่อ้วนป้อมทำให้ HR-V แตกต่างไปจากซีดานรุ่น Civic โดยเฉพาะความโปร่งโล่งของพื้นที่ห้องโดยสาร สไตล์ที่ครอบคลุมฟังก์ชั่นการใช้งานเกิดขึ้นได้จากการออกแบบที่ดี HR-V มีรูปลักษณ์ภายนอกที่ถูกพัฒนาขึ้นมาด้วยแนวคิด Dynamic Cross Solid ผสานกับการออกแบบ
ตามหลักอากาศพลศาสตร์ หรือการคำนึงถึงหลักการแอร์โรไดนามิก

ตัวรถด้านหน้าที่มีรูปทรงที่ให้ความปราดเปรียวด้านมุมมอง ความเท่จากการออกแบบเกิดขึ้นในบริเวณมือจับเปิดประตูด้านหลัง
ที่ได้รับการดีไซน์ใหม่โดยได้แนวความคิดมือจับบานประตูหลังสไตล์คูเป้ ด้วยการซ่อนมือจับที่เปิดประตูบานหลังใกล้กับเสาท้าย ส่งผลให้ HR-V มีมุมมองที่กลมกลืนเหมือนกับสปอร์ตแฮตช์แบค สไตล์ของที่เปิดประตูบานหลังยังไปคล้ายกับ Alfa Romeo 156 รวมถึง Hyundai Veloster ที่ซ่อนมือจับประตูบานหลังไว้อย่างแนบเนียน รถ HR-V เสริมความแข็งแกร่งของตัวถังด้านล่าง ด้วยงานสปอยเลอร์หน้าที่สวยงามดุดัน กระจังหน้าได้รับการออกแบบด้วยแนวคิด Solid Wing Face เสริมโทนสีดำ ไฟหน้ามีชุดไฟหรี่กลางวันอยู่รวมกันภายในกรอบไฟหน้า สำหรับไฟหรี่กลางวันหรือ LED Daytime Runing Light ให้ความสว่างคมชัดเมื่อขับขี่ตอนกลางวันที่มีแสงแดดจัด หลังคาซันรูฟไฟฟ้าแบบพาโนรามิก (Panoramic Sunroof) พร้อมระบบเปิดปิดแบบ One-Touch 
(เฉพาะรุ่นสูงสุดหรือรุ่น EL) ไฟหน้าพร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED มีติดตั้งเฉพาะรุ่น E และ EL ส่วนไฟท้ายหลอด LED แบบ Tube มีเฉพาะรุ่นสูงสุดหรือรุ่น EL

มิติภายนอกของตัวรถมีรูปแบบมุมมองสไตล์สปอร์ต ด้วยดีไซน์ที่เน้นความปราดเปรียว เสาหน้าและกระจกบังลมบานหน้าเน้นมุมมองที่เปิดโล่งแบบครอสโอเวอร์ชั้นดี เพื่อทำให้ทัศนวิสัยของการมองเห็นดีกว่ารถยนต์แบบซีดานจากสัดส่วนความสูงที่มากกว่ารถเก๋งเล็กทั่วไป กระจกบังลมบานหน้าและตำแหน่งท่านั่งที่สูงในสไตล์
รถอเนกประสงค์ช่วยให้คนขับมองได้รอบตัว ความกว้างขวางของพื้นที่ภายในห้องโดยสารโดยเฉพาะพื้นที่ส่วนหน้าของเบาะผู้โดยสารตอนหน้าและเบาะคนขับมีพื้นที่เหนือศีรษะและพื้นที่วางเท้าอย่างพอเพียง ส่วนพื้นที่ใช้สอยบริเวณเบาะผู้โดยสารตอนหลัง เนื่องจากลักษณะการออกแบบหลังคาที่ลดระดับลาดเอียงลงไปยังส่วนท้ายบริเวณเสาท้าย การออกแบบครอสโอเวอร์ในปัจจุบันที่นิยมใช้ดีไซน์ของหลังคาที่ลาดเอียงลงไปยังส่วนท้ายทำให้พื้นที่เหนือศีรษะลดลงไปพอสมควร แต่เนื่องจากการออกแบบเบาะผู้โดยสารตอนหลังอันชาญฉลาดด้วยการลดความสูงของเบาะหลัง ทำให้พื้นที่เหนือศีรษะที่ลดลงไม่สร้างความรู้สึกอึดอัดเมื่อนั่งโดยสารทางไกล สำหรับพื้นที่บรรทุกสัมภาระส่วนท้ายมีมากเกินพอจากรูปแบบการพับเบาะผู้โดยสารตอนหลัง HR-V สามารถยัดจักรยานแบบไม่ต้องถอดล้อได้ถึง 2 คันจากการพับเบาะหลังทั้งหมดให้ราบลงไปกับพื้น เติมเต็มทุกการใช้งานสไตล์รถมินิแวนยุคใหม่ผสมผสานกับรถแนวครอสโอเวอร์สมัยใหม่ได้เป็นอย่างดี

อย่างที่เคยเขียนเอาไว้ว่า การจัดวางและติดตั้งถังน้ำมันไว้ที่บริเวณกึ่งกลางของตัวรถของ HR-V มีส่วนช่วยเพิ่มพื้นที่ภายในโดยเฉพาะเบาะที่นั่งของผู้โดยสารด้านหลัง ให้มีพื้นที่วางขาและพื้นที่บริเวณหัวเข่าที่กว้างขวาง มอบความสบายสำหรับนั่งโดยสารทางไกลจากรูปลักษณ์ภายนอกที่ฐานของตัวรถมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมกว้าง มอบความกว้างขวางที่มากกว่าให้แก่พื้นที่บรรทุกสัมภาระด้านท้าย ด้วยความจุ 565 ลิตร ซึ่งสามารถเก็บถุงกอล์ฟขนาดปกติได้ถึง 3 ใบ 
แม้ใช้งานเบาะที่นั่งด้านหลังในรูปแบบปกติ และยังมอบความสะดวกสบายแก่ผู้ใช้งานในการเคลื่อนย้ายสัมภาระขนาดใหญ่ ด้วยระดับความสูงที่พอเหมาะกับความกว้างของฝากระโปรงท้ายขณะเปิดที่ 1,180 มิลลิเมตร มาพร้อมเบาะนั่งอเนกประสงค์ที่สามารถปรับพับได้หลายรูปแบบ เบาะนั่งอเนกประสงค์ปรับพับ 3 รูปแบบ Honda HR-V ยกระดับรูปแบบการใช้งาน ด้วยเบาะนั่งอเนกประสงค์ที่ปรับพับได้ 3 รูปแบบ 
เพื่อจัดพื้นที่ให้ลงตัวกับทุกไลฟ์สไตล์ ได้แก่

Utility Mode : พับเบาะด้านหลังทั้ง 2 ด้าน เพิ่มพื้นที่เก็บของด้านหลังได้มากขึ้น
Tall Mode : พับเบาะด้านหลังขึ้น เพิ่มพื้นที่เก็บของทรงสูง
Long Mode : พับเบาะทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เพิ่มพื้นที่เก็บของในแนวยาว

แนวคิดพื้นฐานในการออกแบบ Exciting H Design ของวิศวกร Honda กลายเป็นแบบอย่างที่ถูกนำมาใช้ในรถยนต์เกือบทุกรุ่นของ Honda โดย
ได้รับการต่อยอดผ่าน Honda New HR-V กับแนวคิด Expansive Cockpit คำว่า Expanse (Expansive) สะท้อนให้เห็นถึงความกว้างและโปร่งโล่งของพื้นที่เหนือแผงคอนโซล Cockpit ที่มีรูปทรงสไตล์สปอร์ตด้วยคอนโซลกลางแบบ 2 ชั้น ห้องโดยสารของ HR-V ให้บรรยากาศของความกว้างขวางและความสะดวกสบายยามเข้าหรือออกจากตัวรถ พื้นผิวภายในของ HR-V เน้นโทนสีดำ โดยมาพร้อมพื้นผิวสัมผัสที่นุ่มนวล ด้วยการคัดเลือกวัสดุคุณภาพดี ประกอบกับดีไซน์ของตะเข็บรอยเย็บที่สวยงามเลียนแบบรถยนต์พรีเมี่ยม เป็นการยกระดับคุณภาพของวัสดุ และความใส่ใจในทุกรายละเอียด แผงคอนโซลและคอนโซลกลางแบบ 2 ชั้น ให้ความรู้สึกกว้างขวางและโปร่งโล่ง การจัดวางภายในห้องโดยสาร Honda HR-V พร้อมแนวคิด Smart Cross Package มุ่งไปที่ความเป็นส่วนตัว ฟังก์ชั่นการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ ออกแบบให้คล้ายคลึงกับระบบการสั่งงานในรถอเนกประสงค์ที่มีราคาสูงกว่า เพื่อประสิทธิภาพของการใช้งานในชีวิตประจำวัน

การขับทดสอบช่วงสั้นๆ ที่อำเภอวังน้ำเขียวบนระยะทาง 50 กิโลเมตรเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2557 ที่ผ่านมาทำให้ผมแค่พอซึมซาบเอกลักษณ์และอารมณ์ของการควบคุมไม่มากพอที่จะบรรยายออกมาทั้งหมด หลังจากนั้น ผมต้องรออีก 6 เดือนจนทีมพีอาร์ของ Honda Automobile ส่งรถทดสอบ HR-V รุ่นสูงสุด EL มาให้ลองขับใช้งานระยะยาวแบบไม่จำกัดห้วงเวลา การเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้ทดสอบขับขี่แบบการใช้งานในชีวิตประจำวันนั้นดีกว่าการทดสอบแบบกลุ่มโดยเฉพาะการขับใช้งานทั้งในและนอกเมืองที่มีความแตกต่างกันออกไปทั้งสภาพการจราจรและเส้นทาง Honda HR-V นั้นถูกออกแบบมาเพื่อครอบครัวขนาดเล็ก การนำออกมาวิ่งในลักษณะผสมทั้งทางใกล้และไกลทำให้ผมสามารถจับความรู้สึกต่างๆ ได้ดีกว่าการลองขับแค่แป๊บเดียว สำหรับสภาพการขับใช้งาน HR-V ในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานครให้ความรู้สึกหลังพวงมาลัยที่แตกต่างไปจากรถ Honda รุ่นอื่นๆ HR-V มีพวงมาลัยไฟฟ้าที่ถูกปรับตั้งมาเป็นอย่างดีสำหรับการสื่อสารระหว่างคนขับ ตัวรถและพื้นผิวของถนนที่วิ่งผ่าน พวงมาลัยไฟฟ้าอัตราทดแปรผันของ HR-V นั้นดีขึ้นแบบเห็นๆ และเหนือกว่าพวงมาลัยของ City กับ Civic จากน้ำหนักที่หน่วงมือมากยิ่งขึ้น ไม่เบาราวกับปุยนุ่นเหมือน City ที่ออกแบบอัตราทดพวงมาลัยมาให้คุณสุภาพสตรีมากกว่าจะทำออกมาสำหรับพวกนักขับที่ชอบขับเร็ว พวงมาลัยของ HR-V สื่อสารกับคนขับได้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้งมากขึ้นเมื่อคุณขับมันเร็วขึ้น นี่คือชุดบังคับเลี้ยวที่วิศวกรของ Honda ใช้ความเพียรพยายามในการปรับเซตเพื่อให้ถูกอกถูกใจทั้งนักขับหน้าใหม่และพวกขาซิ่งจอมโหด หลังจากโดนต่อว่ามาหลายครั้งในเรื่องน้ำหนักของพวงมาลัยที่เบาเกินไป ทุกสิ่งทุกอย่างในชุดบังคับเลี้ยวของ HR-Vได้รับการแก้ใขให้ดีขึ้น พวงมาลัยสามก้านหุ้มด้วยหนังแท้พร้อมสวิตช์ Paddle Shift ที่คุณจะต้องกุมไปตลอดอายุการใช้งานบนรถคันนี้คือความสามารถอย่างแท้จริงของ HR-V เมื่อมันถูกจับคู่กับช่วงล่างด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สัน สตรัท

การเคลื่อนตัวไปท่ามกลางสภาพการจราจรที่หนาแน่นไม่เป็นปัญหาสำหรับ HR-V จากเรือนร่างที่กะทัดรัดไม่ได้ใหญ่โตมโหระทึกเหมือนกระบะยกสูงขับสี่แบบดับเบิ้ลแค็บที่ตัวโตเทอะทะจอดยากเลี้ยวกลับลำก็ยาก มิติตัวถังกว้าง 1,772 มิลลิเมตร ยาว 4,294 มิลลิเมตรและสูง 1,605 มิลลิเมตร ทำให้การขับในเมืองบนเจ้า HR-V มีความคล่องตัวไม่แตกต่างไปจาก Civic หรือ Jazz แม้แต่น้อย กล้องมองหลังกับระนาบกะระยะสำหรับการขับถอยหลังเข้าพื้นที่คับแคบช่วยทำให้ทุกอย่างง่ายดายขึ้น บั้นท้ายที่สั้นกุดช่วยให้คุณถอยเจ้านี่ให้ชิดกับที่จอดรถอันคับแคบได้อย่างสะดวกโยธิน กล้องมองหลังในรุ่นสูงสุดยังช่วยลดอุบัติเหตุเมื่อต้องขับถอยเข้าถอยออกโดยเพิ่มมุมมองในด้านความปลอดภัยอย่างเต็มที่ หลีกเลี่ยงการถอยไปชนเข้ากับกระถางต้นไม้ ท้ายรถของชาวบ้าน ขอบฟุตปาทหรือแม้แต่หมาแมวเด็กเล็กที่อยู่ด้านหลัง สำหรับสวิตช์เบรกมือแบบไฟฟ้าก็ยังเข้ามาเติมเต็มความอเนกประสงค์ของการใช้งาน เมื่อรถติดหนักๆ แทบจะไม่ขยับก็แค่กดลงไปบนตัวสวิตช์เบรกมือ ดันคันเกียร์ไปที่ตำแหน่ง N หรือตำแหน่งเกียร์ว่างก็สามารถพักเท้าขวาที่ใช้เหยียบเบรกได้อย่างสะดวกและช่วยป้องกันรถไหลโดยไม่พึงประสงค์อีกด้วย

แพลตฟอร์มของ HR-V ที่ใช้ร่วมกันในกลุ่มรถเล็กของ Honda โดยผลิตออกมาเป็นจำนวนมาก แล้วแชร์ชิ้นส่วนพวกแชสซีส์ร่วมกันภายในแบรนด์เพื่อการลดต้นทุนของการผลิต ซึ่งทุกแบรนด์ในปัจจุบันนิยมทำแบบนี้ เป็นการลดค่าใช้จ่ายในการสร้างรถรุ่นใหม่บนไลน์ ประกอบ เจ้า HR-V เป็นรถที่มีพื้นฐานดีจากการออกแบบ มันใช้โครงสร้างที่มีความแข็งแรงมากขึ้น ช่วงล่างหน้าแบบแมคเฟอร์สัน สตรัท และทอร์ชั่นบีมที่ด้านหลัง เป็นระบบรองรับที่เรียบง่ายแต่มีประสิทธิภาพ ขุมกำลังของมันเป็นเครื่องยนต์เบนซินแถวเรียงแบบ 4 กระบอกสูบ ปริมาตรความจุ 1.8 ลิตร แบบแคมเดี่ยวหรือ SOHC 1,799 ซีซี 16 วาล์ว 141 แรงม้ากับแรงบิด 17.5 กิโลกรัมเมตร ระบบส่งกำลังวางเกียร์อัตโนมัติ CVT ที่วิศวกรของ Honda ใส่ล็อกอัพมาให้คล้ายการทำงานของเกียร์อัตโนมัติแบบทอร์คคอนเวอร์เตอร์ เครื่องยนต์ถูกยกเอามาทั้งยวงจาก Civic รุ่น 1.8 ลิตร ส่วนอุปกรณ์ภายในที่มีรูปแบบแปลกแยกออกไปจาก CR-V ผู้พี่นั้น กลายเป็นรูปแบบที่หลายคนถูกอกถูกใจแห่กันไปจองจนยอดท่วมแซงหน้าชาวบ้านชาวช่องแบบไม่เกรงอกเกรงใจ เครื่องยนต์ 1.8 ลิตรกับแรงบิด 17.5 กิโลกรัม/เมตร จับคู่กับเกียร์ออโตสายพานแบบปรับอัตราทดได้ถึง 7 สปีด เพียงพอต่อการขับใช้งานทั้งในเมืองและนอกเมือง แรงบิดที่ส่งออกมาจากเครื่องยนต์ผ่านเกียร์ หากไม่สาแก่ใจก็สามารถยัดเกียร์ลงไปยังตำแหน่ง S หรือ Sport คุณจะได้ทั้งอัตราเร่งและความกระชับฉับไวที่แตกต่างจากโหมดการขับปกติที่ตำแหน่งเกียร์ D ทั้งเกียร์ D และ S สามารถปรับเปลี่ยนอัตราทดได้ที่แป้นเปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัยหรือ Paddle Shift อัตราทดในเมืองเมื่อยัดเกียร์ในโหมดสปอร์ตที่ตำแหน่ง S จะมีให้ใช้งานที่เกียร์ 1 ถึงเกียร์ 4 เป็นการรีดเค้นกำลังแรงบิดจากเครื่องยนต์ด้วยการกระตุ้นการทำงานของ ECU ที่ใช้ควบคุมเครื่องยนต์และชุดเกียร์ได้อย่างสมบูรณ์แบบน่าประทับใจ

ผมขับเจ้า Honda HR-V รุ่น EL วกไปวนมาในเมืองอยู่นานหลายวัน พอถึงวันหยุดยาวในช่วงวันวิสาขบูชาก็ได้เวลาเอาเจ้านี่ออกไปวิ่งทางไกลยาวๆ แบบอยู่กันนานๆ ทั้งวันทั้งคืนโดยใช้เส้นทางมุ่งลงใต้ไปยังจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เครื่องยนต์ 1.8 ลิตร 141 แรงม้ากับแรงบิด 172 นิวตันเมตร ที่ 4,700 รอบต่อนาที จับคู่กับระบบส่งกำลังแบบ CVT หรือ Continuously variable transmission with Paddle Shift ให้สมรรถนะทั้งอัตราเร่งและการทดกำลังออกมาในแบบกลางๆ การเร่งความเร็วแบบฉับพลันเกิดขึ้นในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป ไม่พุ่งทะยานติดเท้าเหมือนที่คิดเอาไว้แต่แรก จากรูปแบบของตัวรถที่มีความสูงมากกว่าซีดาน ทำให้การปรับเซตย่านแรงบิดแค่พอสมน้ำสมเนื้อเท่านั้น น้ำหนัก 1.3 ตันกับเรี่ยวแรงฉุดลากที่ผลิตออกมาจากเครื่องยนต์ ผ่องถ่ายไปยังเกียร์ออโต CVT สมน้ำสมเนื้อกันดีแบบไม่ได้แรงมุทะลุดุดันที่ทำให้ควบคุมทิศทางได้ยากขึ้น แต่เจ้า HR-V ให้ความรู้สึกถึงการควบคุมที่ง่ายดายจากการออกแบบให้แรงบิดนั้นมีความพอดิบพอดีกับความสามารถของชุดบังคับเลี้ยวและช่วงล่าง ที่ย่านความเร็วเดินทางที่ 120-140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เจ้า HR-V ก็ยังมอบความมั่นใจไม่มีอาการวอกแวก

เสียงยางเริ่มดังเข้ามาให้ได้ยินเมื่อความเร็วทะลุเกิน 100 กิโลเมตร เป็นปกติของรถยนต์ที่มีราคาระดับ 1 ล้านบาท ยาง Dunlop รุ่น SP Sport MAXX 050 ไซส์ 215/55R17 ทั้งสี่ล้อ บนการขับเคลื่อนของล้อหน้าที่รับแรงบิดมาจากเพลาหน้าให้ความรู้สึกถึงการทรงตัวเหมือนกันทุกๆ ครั้งที่ผมได้ขับรถยี่ห้อนี้ บนความเร็วเดินทาง เจ้า HR-V ให้ความรู้สึกที่เบาสบายอ่อนโยนและเป็นมิตร รูปร่างหน้าตา สไตล์ของตัวรถแนวครอสโอเวอร์ที่ไม่เคร่งเครียดมากจนเกินไปยังมีอุปกรณ์พิเศษในรุ่นสูงสุดมาให้ใช้งาน ด้านบนของหลังคาในรุ่น EL เป็นที่อยู่ของซันรูฟไฟฟ้า เมื่อเปิดออกใช้งานท่ามกลางสภาพอากาศร้อนอบอ้าวแบบนี้ มันอาจทำให้รถดูโปร่งโล่งแต่ก็เหมาะกับช่วงฤดูหนาวมากกว่าจะมาเปิดใช้กันในช่วงที่ร้อนตับหลุดแบบนี้ ฟังก์ชั่นที่เพิ่มเข้ามานับสิบรายการควบคุมด้วยไฟฟ้าทั้งหมด ทำให้ HR-V เป็นรถที่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ค่อนข้างรุงรังมากเกินไป แต่คนรุ่นใหม่นั้นส่วนใหญ่กลับชอบลูกล่อลูกชนพวกระบบแอร์และจอภาพแบบสัมผัสที่แปลกแยกไปจากรถยนต์แบรนด์อื่นๆ เหมาะกับคนยุคใหม่ที่ส่วนใหญ่แล้วเป็นพวกบ้าอุปกรณ์กันทั้งนั้น

นึกถึงช่วงที่ขับทดสอบเจ้า HR-V สั้นๆ ที่วังน้ำเขียว ในตอนนั้นผมวิพากษ์วิจารณ์ระบบส่งกำลัง CVT ไปพอสมควรเนื่องจากได้ขับแค่ 50 กิโลเมตรไม่ได้ลากกันยาว ผมเป็นพวกเสพติดเกียร์ออโตแบบฟันเฟืองทอร์คคอนเวอร์เตอร์ที่ใช้เฟืองเกียร์ทดขึ้น-ลงมากกว่าเกียร์แบบพูเล่ย์สายพาน แม้มันจะไหลขึ้น-ลงด้วยความเรียบเนียน แต่อาการดังกล่าวนั้นน่าเบื่อสำหรับพวกที่บ้าขับรถ ในHonda HR-V แป้น Paddle Shift ใช้งานได้จริงแต่ถูกกลั่นกรองด้วย ECU ของชุดเกียร์เพื่อป้องกันความเสียหายหากผู้ขับชิฟเกียร์โดยไม่มีความสัมพันธ์กับความเร็วรอบของเครื่องยนต์ที่อาจตามมาด้วยอาการเกียร์กระจายก่อนวัยอันควร ตำแหน่ง D กับการชิพเกียร์เอง เมื่อขับแบบลากรอบไปได้นิดเดียวเกียร์จะเปลี่ยนขึ้นสูงเกียร์สูงทันทีเพื่อลดการใช้รอบสูงอันจะตามมาด้วยการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงโดยใช่เหตุ ส่วนตำแหน่ง S เกียร์จะคาเอาไว้ในตำแหน่งที่ผู้ขับขี่เลือกชิฟเกียร์ด้วยตัวเอง ซึ่งมีมาให้ถึง 7 สปีดตามสไลด์เกียร์ CVT แบบแปรผันของ Honda มันคือระบบส่งกำลังที่ช่วยลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ความรู้สึกที่เปลี่ยนไปหลังจากได้ขับทางยาวโดยลองชิฟเกียร์ CVT ใน HR-V ด้วยตัวเอง อัตราทดของเกียร์ CVT ที่ลอกเลียนแบบเกียร์ออโตฟันเฟืองเสริมประสิทธิภาพด้านการปรับเปลี่ยนอัตราทดขึ้น-ลงไปตามสภาพเส้นทางได้ดี ด้วยการขับที่ดีจากพวงมาลัย ช่วงล่าง เครื่องยนต์และเกียร์ออโต ทำให้ระบบส่งกำลังของ HR-V นั้นเหนือชั้นกว่าเกียร์ของ Juke จากที่เคยทำตัวเป็นผู้ร้ายคอยบั่นทอนอัตราเร่งที่กระชากกระชั้นของเครื่องยนต์ เกียร์ CVT ใน Honda HR-V แปรเปลี่ยนความรู้สึกมาเป็นความมันหลังพวงมาลัย โดยเฉพาะในโหมด S สร้างอารมณ์สปอร์ตอย่างที่คนของ Honda คุยเอาไว้ได้เหมือนกัน

แม้จะทำตัวเป็นครอสโอเวอร์ที่ลุยได้บ้างแต่อย่าลืมว่าเจ้านี่ขับเคลื่อนแค่สองล้อหน้าเท่านั้นไม่ได้มีชุดขับเคลื่อน 4 ล้อมาคอยช่วยแต่อย่างใดทั้งสิ้น การนำเจ้า HR-V ไปลุยทางขรุขระสามารถทำได้แต่ไม่มากเท่ากับรถออฟโรดหรือ SUV พันธุ์แท้ เจ้า HR-V คันที่ผมกำลังขับทดสอบก็มีความสามารถในการลุยแค่เล็กๆ น้อยๆ จากความสูงจากพื้นถึงใต้ท้อง 185 มิลลิเมตร ทำให้พอจะลุยทางวิบากได้บ้างแต่ก็ไม่ได้มากมายเต็มเหนี่ยวอะไรในการเอาตัวรอดจากสภาพทางที่มีความทุรกันดาน มันไม่ได้เกิดมาเพื่อการลุยแบบเต็มพิกัดและต้องใช้ความระมัดระวังกันพอสมควรในการขับผ่านทางที่ย่ำแย่จากระบบขับเคลื่อนแบบสองล้อหน้าไม่ใช่ขับเคลื่อนสี่ล้อ ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถที่เป็นรองรถออฟโรดทำให้ในบางจังหวะจะโคนใต้ท้องรถถึงกับครูดหล่มโคลนเนินดินแห้งๆ สำหรับทางแบบลูกรังหรือพื้นหญ้าลื่นๆ ไม่เป็นปัญหาสำหรับเจ้านี่ ใช้งานไปได้ไม่นานเมื่อเกิดความคุ้นชินกับประสิทธิภาพของตัวรถ คุณจะพบว่า Honda HR-V นั้นถูกพัฒนามาดีจนเกินไปด้วยซ้ำสำหรับการใช้งานในชีวิตจริง หากคุณรู้จักทะนุถนอมประคับประคองการขับใช้งานไม่โหดร้ายกับช่วงล่างของมันมากจนเกินไป HR-V ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการขับใช้งานแบบปกติซึ่งกลายเป็นหลักการทางวิศวกรรมทั่วๆ ไปของการผลิตและประกอบยานยนต์จากบริษัทรถยนต์ของญี่ปุ่น บุคลิกที่เข้าถึงได้ง่ายและสามารถขับได้ทุกวันผิดกับคู่แข่งจากเยอรมนีที่มีราคาสูงกว่าหลายเท่า HR-V เป็นรถยนต์ที่นั่งและขับได้อย่างสบายใจเหมาะกับการขับทางไกลแบบนี้เป็นที่สุด หากไม่คิดเอาไปลุยระยับดับจิต เจ้านี่จะตอบสนองในแบบที่คุณต้องการ พวงมาลัยที่มั่นคงในย่านความเร็วสูงและมอบความเฉียบคมที่ดีขึ้นทำให้ไม่รู้สึกเหมือนกำลังขับรถปิกอัพคันโตยกสูง HR-V มอบความรู้สึกของความเป็นผู้ใหญ่ทั้งๆ ที่มีน่าตาโดนใจวัยรุ่นแถมยังขับได้คล่องตัวราวกับ Jazz เนื่องจากการแชร์แพลตฟอร์มร่วมกันนั่นเอง

350 กิโลเมตรจากกรุงเทพมหานครมายังอำเภอสามร้อยยอดสิ้นสุดลงในช่วงเย็น ผมนำจักรยานเสือหมอบออกจากพื้นที่เก็บสัมภาระส่วนท้ายเพื่อนำรถสองล้อออกมาปั่นเล่นยามเย็น สำหรับคนที่ชอบออกเดินทางไปพร้อมๆ กับรถจักรยานพื้นที่ใต้ฝาท้ายของ HR-V เมื่อพับเบาะผู้โดยสารตอนหลังให้ราบลงกับพื้น คุณจะสามารถยัดจักรยานเสือหมอบไซส์ 52 ได้สองคันแบบไม่ต้องถอดล้อหน้าด้วยซ้ำ เมื่อออกเดินทางไกลในวัดหยุดสำหรับนักขับที่เป็นนักปั่น ไม่ว่าจะเป็นเสือภูเขาหรือเสือหมอบ คุณก็เอามันใส่ใน HR-V ได้อย่างสะดวกโยธิน ไม่ต้องพูดถึงรถจักรยานแบบพับได้คันเล็กๆ ที่ขนกันได้แบบสามสี่คันสบายๆ และทำให้วันหยุดสุดสัปดาห์ที่กำลังจะมาถึงมีคุณค่าขึ้นมาทันตาเห็น เมื่อได้ทั้งการขับรถกินลมชมวิว จอดข้างทางเอาจักรยานลงมาปั่นเล่นได้อีกตะหาก

โดยภาพรวมแล้ว HR-V มีทุกอย่างเท่าที่คุณต้องการและออกจะมากเกินไปใช้ไม่หมดด้วยซ้ำ จากฟังก์ชั่นและอุปกรณ์ที่ Honda ประดังประดายัดใส่มาให้ในรุ่นสูงสุด เพื่อยกขึ้นเป็นจุดขายควบคู่ไปกับเรือนร่างแนวๆ จ่ายไปเงินไปถึง 1,045,000 บาท แลกกับรุ่น EL ที่มีอุปกรณ์ให้มาครบครัน เนื่องจากเป็นรุ่นสูงสุด ความคุ้มค่ากับความพึงพอใจนั้นอยู่ที่ตัวคุณเองและครอบครัวว่าจะต้องตัดสินใจเลือกเอารถอะไรสำหรับการเปลี่ยนพาหนะส่วนตัวที่เปรียบเหมือนแข้งขาสำหรับพาคุณออกเดินทางไปในทุกๆ ที่ที่ต้องการ รถ Honda HR-V มีเครื่องยนต์ที่เหมาะสมกับขนาดและน้ำหนัก ช่วงล่างและพวงมาลัยดี ให้ความรู้สึกมั่นใจได้พอประมาณเมื่อขับเร็วๆ เกียร์พูเล่ย์สายพาน CVT ทำงานได้ราวกับเกียร์ออโตฟันเฟือง ตอบสนองต่อการเร่งความเร็ว การขับด้วยความเร็วเดินทางหรือแม้แต่ซอกแซกไปตามตรอกซอกซอยที่คับแคบแถบเยาวราช

มันเป็นรถยนต์ที่เหมาะสมกับผู้ชายและผู้หญิงที่ชอบรถอเนกประสงค์และไม่ชอบความกระโชกโฮกฮากของเครื่องยนต์กับชุดส่งกำลัง เจ้า HR-V ให้ทั้งความนิ่มนวลในระดับที่ดีและมีความสวยงามน่าขับอยู่พอสมควร หากคุณไม่ได้เป็นคนที่ยึดติดกับอุปกรณ์มากจนเกินไป รุ่นที่มีค่าตัวถูกกว่าอย่างรุ่น S ราคา 890,000 บาท และรุ่น E ราคา 975,000 บาท น่าจะพอเพียงต่อการขับใช้งานในชีวิตประจำวัน ส่วนรุ่นท็อปสุดหรือรุ่น EL ราคา 1,045,000 บาท คันทดสอบนั้น ถือเป็นการกลับมาทวงบันลังก์ยอดขายสูงสุดอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยตัวเลขยอดขายแบบล้นทะลักของ HR-V เป็นการเข้ามาครอบครองตลาดรถเก๋งและรถอเนกประสงค์ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเอาชนะคะคานต่อแบรนด์คู่แข่งเจ้าอื่นๆ เจ้า HR-V ได้เข้ามาสานต่อเติมเต็มช่องว่างทางการตลาดรถยนต์ประเภทครอสโอเวอร์ที่ผู้บริหารของค่ายนี้มองการณ์ไกล เล็งเห็นว่ารถยนต์ประเภทนี้จะมาแรงและได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ตัวเลขยอดขายนั้นสามารถบ่งบอกถึงความไม่ธรรมดาของรถรุ่นนี้ได้เป็นอย่างดี เมื่อผนวกเข้ากับศูนย์บริการ การบริการลูกค้าหลังการขายและราคาขายต่อแล้ว ไม่น่าแปลกใจที่ HR-V ก้าวขึ้นไปอยู่ในอันดับต้นๆของรถยนต์ที่สามารถทำยอดได้มากที่สุดในช่วงนี้ซึ่งเป็นอยู่แบบนี้มาตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาทั้งๆ ที่เศรษฐกิจไม่ค่อยจะดีแต่ยอดขายดันสวนทางกับสภาพความเป็นจริงอยู่เหมือนกัน หากรักใคร่ชอบพอกันแล้วก็ลองไปนั่งไปขับดูด้วยตัวของคุณเอง อย่างที่บอกมาตั้งแต่ต้นว่าจองวันนี้ต้องรอกันอีกยาวกว่าจะได้รถ ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเกิดจากความนิยมชมชอบในตัวรถมากกว่าจะมานั่งอ่านนั่งฟังสื่อมวลชนบรรยายสรรพคุณของตัวรถจนดูเหมือนรับเงินมาเขียนเชียร์นั่นเอง.


ข้อมูลผลิตภัณฑ์ HONDA HR-V จาก Honda Automobile
รุ่นและสี
Honda HR-V มีให้เลือก 3 รุ่น ได้แก่
รุ่น S ราคา 890,000 บาท
รุ่น E ราคา 975,000 บาท

รุ่น EL ราคา 1,045,000 บาท (คันทดสอบ)

สี
-สีดำคริสตัล (มุก)
-สีขาวออร์คิด (มุก)
-สีเงิน
อลาบาสเตอร์ (เมทัลลิก)
2 สีใหม่ คือ สีเทารูสแบล็ก (เมทัลลิก) สีน้ำเงินมอร์ฟโฟ (มุก)

Honda HR-V EL Specifications
แบบ..............................................Crossover 5 Door
เครื่องยนต์....................................เบนซิน 4 สูบ 16 วาล์ว SOHC ซิงเกิ้ลโอเวอร์เฮตแคมชาร์ป i-VTEC
ระบบจ่ายเชื้อเพลิง........................หัวฉีดมัลติพอยท์ PGM-F1
ปริมาตรความจุ.............................1,799 ซีซี
กระบอกสูบคูณช่วงชัก(มิลลิเมตร)..81.0 mm x 87.3 mm
อัตราส่วนกำลังอัด.........................10.6:1
กำลังสูงสุด ....................................104 กิโลวัตต์ 141 แรงม้าที่ 6,500 รอยต่อนาที
แรงบิดสูงสุด..................................172 นิวตัมเมตร 17.5 กิโลกรัมเมตร ที่4,300 รอบต่อนาที
ระบบส่งกำลัง................................CVT Continuously variable transmission with Paddle Shift
ระบบบังคับเลี้ยว...........................พวงมาลัยไฟฟ้าแรคแอนพีเนียน
รัสมีวงเลี้ยว...................................5.3 เมตร

ระบบเบรก
หน้า................................................ดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อน
หลัง................................................ดิสก์เบรก

ระบบกันสะเทือน
หน้า.................................................แมคเฟอร์สันสตรัท สปริง โช้กอัพ เหล็กกันโคลง
หลัง.................................................ทอร์ชั่นบีมแบบ H Shape
ล้อและยาง......................................อัลลอยขอบ 18 นิ้ว
ยาง.................................................Dunlop sp sport maxx 050 215/55R17

มิติตัวถัง
ความกว้าง......................................1,772 mm
ความยาว........................................4,294 mm
ความสูง...........................................1,605 mm
ระยะฐานล้อ......................................2,610 mm
ระยะห่างระหว่างล้อคู่หน้า คู่หลัง.....1,535 mm / 1,540 mm
ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้อง................185 mm
ความจุถังเชื้อเพลิง...........................50 ลิตร
น้ำหนักตัวรถ รุ่น EL.........................1,292 กิโลกรัม

หมายเหตุ: - อุปกรณ์มาตรฐานแตกต่างกันในแต่ละรุ่น
- สีน้ำเงินมอร์ฟโฟ (มุก) มีจำหน่ายเฉพาะรุ่น E และ EL
- สีดำคริสตัล (มุก) และ สีน้ำเงินมอร์ฟโฟ (มุก) เพิ่มเงิน 6,000 บาท
- สีขาวออร์คิด (มุก) เพิ่มเงิน 10,000 บาท

ระบบความปลอดภัยใน Honda HR-V
Honda HR-V วางระบบความปลอดภัยในเชิงป้องกันและปกป้องประสิทธิภาพสูง โครงสร้างตัวถังนิรภัยแบบ G-CON (G-Force Control) โครงสร้างตัวถังนิรภัยแบบ G-CON รุ่นใหม่ ใน HR-V ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น โดยนำเหล็กที่มีความทนทานมาใช้เป็นวัสดุในการผลิตโครงสร้างตัวถัง ช่วยดูดซับและกระจายแรงกระแทกที่เกิดขึ้นจากการชน โครงสร้างของตัวถังจะอาศัยโครงข่ายที่เชื่อมต่อกันตามจุดต่างๆ ในการกระจายแรงกระแทกที่เกิดขึ้นจากด้านหน้าให้กระจายไปทั่วทั้งโครงสร้างตัวถัง เพื่อลดความเสียหายที่เกิดขึ้นในส่วนโครงห้องโดยสารที่มีผู้ขับและผู้โดยสารนั่งอยู่

สิ่งที่แตกต่างจากโครงสร้างตัวถังแบบเดิม คือ แรงกระแทกจะถูกส่งลงไปยังโครงสร้างตัวถังด้านล่างเป็นหลัก กระจายไปตามแนวโครงสร้างตัวถังทั้งด้านบนและด้านล่าง ซึ่งรวมถึงโครงสร้างพื้นตัวถัง โครงตัวถังด้านข้าง และเสากระจกบังลมหน้า หรือ A-Pillar จากการสร้าง “เส้นทาง” การไหลของแรงกระแทกในโครงสร้างตัวถังอย่างชัดเจนนั้น จะทำให้แรงกระแทกที่เกิดจากการชนทางด้านหน้าสามารถกระจายไปโครงสร้างส่วนต่างๆ ทั่วทั้งตัวถัง หลีกห่างจากโครงสร้างหลักของห้องโดยสาร ลดปัญหาการเสียรูปของโครงสร้างห้องโดยสาร ซึ่งเป็นมาตรฐานของรถยนต์ Honda

ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake)
ระบบเบรกมือไฟฟ้า หนึ่งในอุปกรณ์มาตรฐานของ HR-V ทุกรุ่น เป็นระบบที่ใช้งานง่าย
เพียงดึงสวิตช์ที่คอนโซลกลางขึ้นเมื่อต้องการใช้เบรกมือ และระบบจะคลายเบรกโดยอัตโนมัติ เมื่อเหยียบคันเร่ง (ระบบจะคลายเบรกในกรณีที่ผู้ขับขี่คาดเข็มขัดนิรภัยเท่านั้น)


ระบบ Auto Brake Hold (Automatic Brake Hold)
หนึ่งในอุปกรณ์มาตรฐานของ HR-V ทุกรุ่น เป็นระบบเบรกที่ช่วยป้องกันไม่ให้รถเคลื่อนตัวโดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้างไว้ เมื่อกดปุ่มให้ระบบทำงาน ระบบจะทำการหน่วงเบรกต่อโดยอัตโนมัติหลังจากเหยียบเบรกให้รถหยุดนิ่ง และระบบจะคลายเบรกโดยอัตโนมัติ เมื่อเหยียบคันเร่ง (ระบบจะคลายเบรกในกรณีที่ผู้ขับขี่คาดเข็มขัดนิรภัยเท่านั้น) ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ขับขี่ได้ผ่อนคลายจากอาการเมื่อยล้าในช่วงเวลาที่ต้องเหยียบเบรกค้างไว้เป็นเวลานาน เช่น ในสภาพการจราจรติดขัด

ถุงลมด้านคนขับ (i-SRS)
โครงสร้างที่มีลักษณะเป็นวงก้นหอย และมีวาล์วควบคุมการปล่อยก๊าซ เพื่อควบคุมการพองตัวและแรงดันของถุงลมให้ทำงานอย่างสม่ำเสมอ โดยระบบสามารถที่จะปล่อยแรงดันเพื่อให้ถุงลมมีการพองตัวอย่างรวดเร็ว เพื่อช่วยปกป้องผู้ขับขี่ ถุงลมก็จะยังพองตัวต่อไปอีกสักระยะ จนกระทั่งสิ้นสุดการปกป้อง ด้วยการลดมุมที่ยื่นเข้ามาในพื้นที่ส่วนของผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารด้านหน้า 
ให้เหลือน้อยที่สุด ตัวระบบยังลดแรงกระแทกที่เกิดขึ้นกับคนขับโดยจัดการตำแหน่งของผู้ขับขี่หรือผู้โดยสาร กับสิ่งที่จะเกิดขึ้นจากการชนทางด้านหน้าให้เหมาะสม

ถุงลมด้านข้างคู่หน้า (i-Side Airbags)
ถุงลมด้านข้างคู่หน้าอัจฉริยะ ถูกติดตั้งอยู่ใน Honda HR-V (เฉพาะรุ่น EL) บริเวณด้านข้างของ
พนักพิงหลังเบาะคู่หน้า โดยได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยปกป้องร่างกายส่วนบนตั้งแต่ช่วงหน้าอกจนถึงช่วงท้องของผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า จากการชนทางด้านข้าง โดยถุงลมได้รับการพัฒนาและออกแบบ ให้ตัวถุงลมสามารถพองตัวออกมาได้อย่างเหมาะสม ช่วยลดความเสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บแม้ว่าผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารด้านหน้าจะมีสรีระที่เล็กกว่าปกติ

ม่านถุงลมด้านข้าง (Side Curtain Airbags)
ม่านถุงลมด้านข้างพร้อมระบบตรวจจับการพลิกคว่ำของตัวรถ ถูกติดตั้งอยู่ใน HR-V รุ่นสูงสุด (เฉพาะรุ่น EL) บริเวณแนวขอบหลังคา ซึ่งตัวม่านถุงลมนิรภัยจะทำหน้าที่ปกป้องการกระแทกของศีรษะของผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารกับบริเวณกระจกหน้าต่าง เมื่อมีการชนจากทางด้านข้างในจังหวะที่รถพลิกคว่ำ 
ระบบตรวจจับการพลิกคว่ำของตัวรถจะทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์ตรวจจับแรง G ในหลากหลายทิศทาง 
เพื่อคำนวณความเสี่ยงที่ตัวรถจะเกิดการพลิกคว่ำ หลังจากนั้นระบบจะสั่งการให้ถุงลมนิรภัยทำงาน 
ซึ่งในกรณีที่เกิดการพลิกคว่ำ ม่านถุงลมด้านข้างทั้ง 2 ฝั่งจะทำงาน แต่ถ้าการชนจากทางด้านข้างไม่รุนแรงพอที่จะเกิดการพลิกคว่ำ ก็จะมีเพียงถุงลมนิรภัยด้านข้างเท่านั้นที่ทำงาน

เข็มขัดนิรภัย 3 จุด แบบดึงกลับอัตโนมัติ (Emergency Locking Retractor - ELR)
เมื่อมีการตรวจสอบและพบว่ามีการชนทางด้านหน้า เข็มขัดจะทำงานเพื่อดึงรัดให้สรีระอยู่ในตำแหน่งที่มั่นคงทันที จากนั้นจึงค่อยๆ คลายตัวลงเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดแรงกระทำกับร่างกายจนนำไปสู่อาการบาดเจ็บโดยเฉพาะในส่วนบริเวณหน้าอก การทำงานของระบบได้รับการออกแบบมาได้อย่างสอดคล้องกับระบบการทำงานของถุงลมนิรภัย เพื่อประสิทธิภาพการปกป้องอย่างสูงสุด และเข็มขัดสามารถปรับระดับสูง-ต่ำได้ เพื่อให้สอดคล้องกับสรีระ

ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) พร้อมระบบกระจายแรงเบรกควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (EBD) และระบบเสริมแรงเบรก
ระบบป้องกันล้อล็อก ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันไม่ให้ล้อรถยนต์ล็อกในขณะที่มีการเบรกกะทันหัน เพื่อให้
ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถและหักพวงมาลัยหลบสิ่งกีดขวางที่อยู่ด้านหน้า ขณะที่ระบบกระจายแรงเบรก
ถูกควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ จะทำหน้าที่ในการกระจายแรงเบรกระหว่างล้อหน้าและล้อหลัง ให้ความสมดุลกับน้ำหนักในการบรรทุกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเบรก

ระบบควบคุมการทรงตัว (Vehicle Stability Assist - VSA)
เป็นระบบที่ช่วยในการยึดเกาะถนน เพื่อความมั่นคงในทุกการขับเคลื่อน การทำงานของระบบ VSA คือ 
การส่งแรงดันน้ำมันเบรกอย่างอิสระไปที่เบรกของล้อข้างใดข้างหนึ่งหรือมากกว่านั้น ขณะที่มีการผลิตกำลังของเครื่องยนต์ เพื่อช่วยให้ตัวรถถูกควบคุมและทรงตัวอยู่บนเส้นทางที่ผู้ขับขี่ต้องการ ระบบควบคุมการทรงตัว VSA จะทำการวิเคราะห์อย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยข้อมูลจากเซ็นเซอร์ซึ่งดูแลการทำงานของล้อ และความเร็วของตัวรถ การหมุนของพวงมาลัย แรง G ที่เกิดขึ้นทางด้านข้าง และความเร็วในการหมุนของตัวรถ โดยจะเปรียบเทียบกับข้อมูลที่ทางระบบได้รับจากการควบคุมรถของผู้ขับขี่และการตอบสนองจริงของตัวรถ และเมื่อการตอบสนองจริงของตัวรถหลุดออกจากค่าที่กำหนดโดยระบบ หรือเกินจากขอบเขตที่จะวัดระดับได้ ระบบควบคุมการทรงตัว VSA จะเข้ามาแทรกแซงการทำงานเพื่อควบคุมตัวรถให้อยู่บนเส้นทางที่ถูกต้อง เช่น ถ้า VSA มีการตรวจพบว่าตัวรถมีอาการท้ายปัด (Oversteer) ระบบก็จะมีการส่งแรงเบรกไปยังล้อหน้าและหลังด้านนอก เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวรถเกิดอาการหมุนหรือปัดออกทางด้านข้าง ส่วนในกรณีที่เกิดอาการหน้าดื้อโค้ง (Understeer) VSA จะสั่งเบรกที่ล้อหลังด้านใน และลดกำลัง
ของเครื่องยนต์ลงเพื่อช่วยให้ตัวรถกลับมาอยู่ในช่องทางปกติ


ระบบช่วยควบคุมการบังคับพวงมาลัย (Motion Adaptive – EPS - MA-EPS)
ทำงานร่วมกับระบบควบคุมการทรงตัว VSA และระบบพวงมาลัยเพาเวอร์ช่วยผ่อนแรงด้วยไฟฟ้า ช่วยให้
ผู้ขับขี่สามารถบังคับเลี้ยวได้อย่างแม่นยำในขณะที่เข้าโค้ง หรือขณะที่ขับบนเส้นทางที่เปียกลื่น


ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Start Assist - HSA)
เป็นระบบป้องกันการไหลของรถเมื่อขึ้นทางชัน ในขณะที่รถหยุดบนทางลาดชัน ระบบ HSA จะสั่งการ
โดยอัตโนมัติเพื่อป้องกันรถยนต์ไม่ให้รถไหลลงจากทางลาดชันในขณะออกตัว

สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (Emergency Signal System - ESS)
เป็นระบบสัญญาณไฟกะพริบฉุกเฉินที่จะทำงานในกรณีที่เหยียบเบรกกะทันหัน เพื่อเป็นการแจ้งเตือนรถที่ตามมาข้างหลัง

กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ
ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการถอย โดยสามารถเลือกดูมุมกล้องที่แตกต่างกัน ได้ทั้งแบบ 130 องศา 180 องศา และมุมมองจากด้านบน ในจังหวะที่เกียร์ถูกเปลี่ยนมาอยู่ในตำแหน่งเกียร์ถอยหลัง (ตำแหน่งเกียร์ R)


จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก (ISOFIX & Child Anchor)
ถือเป็นมาตรฐานระดับสากลสำหรับการใช้เบาะที่นั่งเด็กในรถยนต์ ใช้งานง่ายโดยเบาะที่นั่งจะถูกยึดรั้งได้โดยไม่ต้องใช้เข็มขัดนิรภัยหรือตัวล็อกใดๆ

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th 
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom 

เจาะ Honda HR-V รถครอสโอเวอร์อเนกประสงค์สุดขายดีในไทย มีดีอย่างไรทำไมจองวันนี้ต้องรออีก 3-4 เดือน... 2 มิ.ย. 2558 14:40 ไทยรัฐ