วันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ริท รับห่วง โตโน่ แม้ไม่พูดแต่เข้าใจความรู้สึก

ริท เดอะสตาร์ กำลังเรียนหมอปี 5 ช่วงนี้เรียนหนักขึ้น มีความรับผิดชอบเยอะกว่าเดิม เลยทำให้งานในวงการลดน้อยลงไปตาม เพราะต้องทุ่มเทให้กับการเรียน ดีใจผู้ใหญ่ยังเลือกให้ขึ้นคอนเสิร์ตใหญ่ แม้เวลาจะซ้อมน้อยกว่าคนอื่น แต่ก็พยายามทำเต็มที่ เผยสัญญากับทางค่ายเหลือ 1 ปี คาดสิ้นปีนี้จะเข้าไปคุยกับทางผู้ใหญ่ว่าจะอย่างไร ส่วนเรื่องของโตโน่ ตนเองก็ได้ให้กำลังใจกัน มีโทรคุยกันตามประสาพี่น้อง พร้อมทั้งบอกเป็นห่วงเสมอ...

ทุ่มเทให้กับการเรียนหมอจนใกล้จะสำเร็จแล้ว สำหรับหนุ่ม ริท เรืองฤทธิ์ ศิริพานิช ที่ตอนนี้กำลังขึ้นปี 5 เจ้าตัวบอกเรียนหนักขึ้น อีกทั้งความรับผิดชอบก็มากขึ้นด้วย แม้จะเรียนหนัก หนุ่มริทก็ยังไม่ทิ้งวงการบันเทิงไปเสียทีเดียว ก็ยังมีแวะเวียนมาให้ได้เห็นกันบ้าง ล่าสุดกับการถ่าย VTR 7 wonders concert ที่สตูดิโอ 61 ซ.สุขุมวิท 61 หนุ่มริทก็ยังปลีกตัวจากการออกราวด์วอร์ดในตอนเช้าขึ้นเครื่องจากขอนแก่นมาถ่าย VTR ในตอนบ่าย และรีบกลับให้ทันไฟลท์เย็นเพื่อไปเรียนต่อในเช้าวันถัดไป โดยริทได้เล่าถึงชีวิตการเรียนในช่วงนี้ให้ฟังว่า

ตอนนี้เรียนเป็นยังไงบ้าง? "ตอนนี้ก็อยู่ปี 5 ครับ เพิ่งขึ้นปี 5 ได้ประมาณเดือนนึง การเรียนก็หนักขึ้น ความรับผิดชอบก็เยอะขึ้น พอเป็นปี 5 ก็จะมีน้องปี 4 ที่มาเดินตามเรา เราเลยเหนื่อยขึ้นนิดนึง" เห็นว่าต้องออกราวด์วอร์ดตลอดเลย? "ก็ราวด์วอร์ดตลอดเลยครับ จันทร์-ศุกร์" เวลาที่จะได้ทำมาทำงานด้านนี้ก็น้อย? "น้อยลงครับ แต่ก็ชินแล้ว ตารางเรียนตอนนี้มันน่าจะพอๆ กับตอนอยู่ปี 4 ก็เริ่มรู้แล้วว่าเราจะทำยังไงถึงจะไปได้" กระทบกับงานในวงการบ้างไหม? "ก็กระทบอยู่ครับ เพราะว่าริทจะทำงานเต็มที่ไม่ได้ ต้องทำงานอันไหนที่มันเป็นเสาร์-อาทิตย์ ที่มันไม่โดนเรื่องตารางเรียนจริงๆ ทำให้หลายๆ งานที่เราจะได้ทำก็ไม่ได้ทำ" เสาร์-อาทิตย์ยังพอว่างอยู่เหรอ หรือไม่ว่างเลย? "ถ้าเอาจริงๆ ก็ไม่ว่างกันนะครับ
เพราะว่าต้องราวด์ตอนเช้า อาจจะต้องเลิกมาทำงานที่มันคุ้มนิดนึง อย่างคอนเสิร์ตนี้เป็นคอนเสิร์ตใหญ่ ซึ่งเราก็อยากขึ้นมาก และอาจจะต้องเหนื่อยหน่อย ก็คืออย่างวันนี้ลงมา 10 โมง ขึ้นเครื่องไฟลท์เที่ยง กลับไปไฟลท์ 1 ทุ่ม แต่ถ้าเกิดวันอื่นที่มาซ้อมคอนเสิร์ต อาจจะซ้อมถึง 5 ทุ่มเที่ยงคืน และต้องไปราวด์เช้าต่อ ก็อาจจะเหนื่อยหน่อย"

เราเสียดายโอกาสที่เข้ามา และเราไม่สามารถทำได้เต็มที่ไหม? "ไม่เสียดายครับ ที่ทำอยู่ทุกวันนี้ก็คิดว่าดีแล้ว เพราะว่าเราสามารถเรียนไปด้วยและทำงานได้ระดับหนึ่ง อาจจะไม่เยอะเหมือนคนอื่น ไม่เป็นไร แต่เราต้องรู้ว่าหน้าที่หลักของเราคืออะไร แต่หลายๆ คนก็มีเสียดายแทนนะว่า ทำไมไม่ทำงาน เท่าที่ริทเจอคนใกล้ตัวริทหลายคน เค้าก็จะชื่นชม ดีแล้วที่เลือกเรียนหมอต่อนะ เพราะการเป็นหมอสามารถช่วยคนได้อีกหลายอย่าง การที่เราทำงานในวงการบันเทิงก็อาจจะทำได้ แต่ว่าต้องเรียนจบก่อน แล้วค่อยทำเต็มที่แล้วกัน" ในอนาคตงานในวงการจะน้อยไปกว่านี้ไหม ถ้าริทขึ้นปี 6 หรือใกล้จะจบ? "อ๋อ ถ้าเกิดช่วงปี 6 น่าจะน้อยลงนะครับ เพราะว่าความรับผิดชอบเยอะมาก เปรียบเหมือนหมอคนนึงเลย ทำงานจริงๆ แล้ว ก็ต้องดูแลคนไข้ทุกเคสในวอร์ด ปี 5 ความรับผิดชอบอาจจะยังไม่ถึงขนาดนั้น ก็เลยว่าปี 6 อาจจะน้อยลง แต่ว่าก็ใกล้จบแล้ว เป็นช่วงที่หายหน้าหายตาไปแปบนึง แล้วหลังจากนั้นค่อยว่ากันใหม่ เราจะได้เจอกันมั้ย(ยิ้ม) ก็ไม่รู้ว่าคุยกับบริษัทจะเป็นยังไง ริทก็ไม่รู้ว่าจบมา คนจะยังอยากดูผลงานเรารึเปล่า หรือว่าตอนนั้นเราอาจจะทำงานไม่ไหว หรือเราไปต่อเฉพาะทางแล้วก็ได้ ก็เลยยังตอบไม่ได้ อนาคตตอนนี้"

สัญญายังเหลือเยอะไหม? "สัญญาตอนนี้เหลืออีก 1 ปีครับ ก็คือประมาณสิ้นปี 5 นี้แหละ ริทกะว่าเดี๋ยวจบปี 5 ก็จะไปคุยว่าจะเอายังไงต่อ ถ้าเกิดคุยกันลงตัว ก็จะคุยถึงอนาคตจนเรียนจบเลย ถ้าคุยกันลงตัวก็คงจะได้เห็นหน้ากันอีก แต่ริทยังไม่กล้ามอง เพราะไม่รู้ว่าข้างหน้าจะเรียนหนักแค่ไหน ริทจะต้องไปต่อเฉพาะทางเลยมั้ย ริทจะต้องใช้ทุนยังไง ริทยังไม่รู้เพราะยังไม่คุยกับทางอาจารย์เลย ก็ไปรอลุ้นว่า เดี๋ยวให้ถึงใกล้ๆ ก่อนค่อยคิด ตอนนี้ก็คือทำไปตามเท่าที่เราทำได้ก่อนครับ" ตอนนี้เรากลัวไม่มีงานเลยไหม? "จริงๆ ไม่ถึงกับว่าไม่มีงานเลยนะครับ เพราะว่าริทยังทำเสาร์อาทิตย์อยู่ ส่วนใหญ่จะเป็นอีเวนต์มากกว่า นี่ถือว่าริทโชคดีมากได้ขึ้นคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งนี้ ถ้าเกิดเป็นคนอื่นเค้าคงไม่เอาขึ้นแล้ว เพราะเราให้คิวซ้อมน้อยมาก อย่างที่บอกเสาร์อาทิตย์ถ้าริทราวด์เสร็จก็ต้องนั่งเครื่องมา 5-6 ทุ่ม ซ้อมเสร็จก็นั่งรถตู้กลับ จันทร์-ศุกร์ริทมาไม่ได้เลย เค้าต้องส่งวิดีโอไปซ้อมเอา แต่ว่าทางบริษัทให้ความกรุณามาก ให้ริทขึ้น"

ตัวริทเองตัดสินใจยังไง จะไปต่อกับเรื่องหมอ? "ริทอยากไปต่ออยู่แล้วครับ จริงๆ ริทอยากทำ 2 อย่าง อยากเป็นหมอด้วย อยากทำในวงการบันเทิงด้วย คือริทก็มีตัวอย่าง พี่หมอโอ๊ค พี่หมอก้อง ที่เค้าสามารถทำ 2 อย่างควบคู่กันไป ถ้าเกิดริทเรียนจบมา ก็ไม่รู้ว่าจะทำได้แบบพี่เค้ามั้ย แต่ริทต้องทำให้ได้" แต่เฉพาะทางก็ยังไม่ได้คิดว่าจะต่อเลย? "คือเฉพาะทางก็ฟังมาหลายทางว่า ต่อเลยมั้ยหรือว่าเรียนจบไปก่อนค่อยมาต่อก็ได้ หรืออาจจะเรียนจบแล้วต่อเลย แต่ริทคิดว่าอาจจะนานไปนิดนึง ซึ่งริทก็ยังไม่รู้รายละเอียดตรงนั้นว่ายังไงดี เดี๋ยวรอคุยกับอาจารย์ กับผู้ใหญ่ทางบริษัทก่อน ว่าเค้ามองเราว่ายังไง ถ้าเกิดมองว่าเรียนจบแล้วเรามาลุยงานกันเถอะ ก็อาจจะทำงานก่อน แต่ถ้าเกิดมองว่ามีทางให้เราไปมั้ย มองเราไว้ยังไงก็อาจจะหยุดเรื่องวงการบันเทิง เดี๋ยวต้องรอดูอีกทีครับ จริงๆ มันมีทางเลือกไม่เยอะ ถ้าอยากจะทำงานในวงการจริงๆ มันมีสาขาที่ใช้เวลาค่อนข้างเยอะไม่ได้ อย่างริทอยากเลือกอายุรแพทย์ ซึ่งที่รู้คือมหาโหด สอบเข้ายากมาก แล้วก็การเรียนก็ยากมาก เพราะว่าเนื้อหาของอายุรแพทย์แทบจะทุกอย่างของการเป็นหมอเลย เพราะฉะนั้นต้องใช้เวลาทุ่มเทเยอะ และถ้าเกิดเราอยากจะทำงานในวงการ และเป็นอายุรแพทย์ร่วมกันก็อาจจะยากนิดนึง แต่ถ้าเกิดเราอยากจะทำงานในวงการต่อ ก็เป็นอะไรที่สามารถเป็นควบคู่กันไปได้"

ช่วงนี้พี่โน่ มีข่าวเยอะ เราได้มีการพูดคุยให้กำลังใจอะไรเค้าไหม? "ก็ได้คุยกันอยู่ คือตั้งแต่ก่อนวันจะเกิดเรื่อง บังเอิญได้คุยกันพอดี คือปกติร้อยวันพันปีไม่เคยคุยกัน คือจะคุยกันแต่ในกรุ๊ปไลน์ เค้าก็อาจจะเครียดล่ะมั้ง ไม่รู้จะคุยกับใคร ไม่รู้จะระบายกับใคร คือเหมือนกับว่าเค้าอยู่ ในจุดที่พูดอะไรไม่ได้ เหมือนได้โทรคุยกันพอดี เราก็เข้าใจความรู้สึกเค้า เค้าก็เล่าให้เราฟังทุกอย่างว่าเรื่องจริงมันคืออะไร มันเกิดอะไรขึ้น ความจริงที่เป็นข่าวออกไป มันใช่รึเปล่า ก็เล่าให้เราฟังทั้งหมด เราก็รับรู้และเข้าใจ เห็นใจเค้า" แสดงว่าเค้าก็เครียด? "เค้าต้องไม่สบายใจแหล่ะ เค้าไม่อยากให้เรื่องนี้เกิดขึ้น เค้าไม่อยากให้มันเป็นอย่างนี้ แต่ริทก็ไม่อยากจะถามเค้าต่อเยอะ เพราะว่าก็เป็นเรื่องของความรู้สึกเค้า บางทีเราจะไปถามเค้าว่าเป็นยังไง ยังคบกันอยู่มั้ย มันก็ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องไปถาม ถึงเวลาเราเจอกัน เราก็ค่อยถามว่าสบายดีรึเปล่า"

วันนี้พี่เค้าดีขึ้นไหม? "วันนี้พี่เค้าเฮฮาดีตามปกติ แต่ปกติเค้าเป็นคนเก็บอาการอยู่แล้ว เค้าอยู่ข้างนอกก็จะเฮฮาแซวเล่นปกติอยู่แล้ว ก็จะไม่มีใครดูเค้าออก ก็เลยไม่อยากพูดแทนเค้าว่า เค้ารู้สึกยังไงตอนนี้" เราให้กำลังใจเค้ายังไงบ้าง? "คือเป็นคนพูดกันดีๆ ไม่ค่อยเป็น ไม่ได้พูดว่า สู้ๆนะพี่ พูดไม่ค่อยเป็น(ยิ้ม) ไม่ได้พูดคำดีๆ ด้วยกัน คือเราคุยกันก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่า เรามีความเป็นห่วงกันอยู่แล้ว เราอาจจะไม่ได้บอกเค้าตรงๆว่า เป็นกำลังใจให้นะ หรือว่าสู้ๆ นะ ผ่านทุกอย่างไปให้ได้นะ เราไม่ได้คุยกันอย่างนี้ แต่ว่าก็น่าจะรู้กันนะว่าเราเป็นห่วงเค้าเสมอแหละครับ".

ริท เดอะสตาร์ กำลังเรียนหมอปี 5 ช่วงนี้เรียนหนักขึ้น มีความรับผิดชอบเยอะกว่าเดิม เลยทำให้งานในวงการลดน้อยลงไปตาม เพราะต้องทุ่มเทให้กับการเรียน ดีใจผู้ใหญ่ยังเลือกให้ขึ้นคอนเสิร์ตใหญ่ แม้เวลาจะซ้อมน้อยกว่าคนอื่น 2 มิ.ย. 2558 13:40 ไทยรัฐ