วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
นอภ.ท่าอุเทน เร่งคืนชีพถิ่นไดโนเสาร์ บูมเป็นแหล่งท่องเที่ยว

นอภ.ท่าอุเทน เร่งคืนชีพถิ่นไดโนเสาร์ บูมเป็นแหล่งท่องเที่ยว

  • Share:

อ.ท่าอุเทน เร่งพัฒนาแหล่งประวัติศาสตร์ขุดพบรอยเท้าไดโนเสาร์ อายุหลาย 100 ล้านปี เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชื่อมโยงเมืองเขตเศรษฐกิจพิเศษ พบข้อมูลเป็นสถานที่พบรอยเท้าไดโนเสาร์มากสุดของไทย คาดเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่อุดมสมบูรณ์ในอดีต...

เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.58 นายวีระ ฤกษ์วาณิชย์กุล นายอำเภอท่าอุเทน จ.นครพนม พร้อมด้วย นายปัน ดงกันหา อายุ 57 ปี นายก อบต.พนอม อ.ท่าอุเทน นายสำราญ พรมอินทร์ อายุ 45 ปี รองนายก อบต.พนอม และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สำรวจพัฒนาแหล่งเรียนรู้รอยเท้าไดโนเสาร์ ตั้งอยู่พื้นที่ บ้านนากะเสริม ต.พนอม อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม โดยมีการขุดค้นพบหลังจากผู้ประกอบการเข้าไปทำการระเบิดหิน เมื่อปี 2544 จนกระทั่งมีการพบร่องรอยผิดปกติ จึงประสานเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรธรรมชาติ และคณะสำรวจไดโนเสาร์ เข้าตรวจพิสูจน์

ร่องรอยเท้าไดโนเสาร์

พบเป็นร่องรอยเท้าไดโนเสาร์ 2 ชนิด คือ กลุ่มของไดโนเสาร์พันธุ์กินเนื้ออิกัวโนดอน ลักษณะคล้ายรอยตีนไก่ มีรอยพิมพ์นูนนิ้ว 3 นิ้ว มีเล็บแหลมคม และ กลุ่มของไดโนเสาร์ออร์นิโธมิโมซอร์ เป็นแนวทางเดินสองเท้า 32 แนว รวมรอยเท้า 202 รอย ถือเป็นจุดที่พบรอยเท้าไดโนเสาร์มากที่สุดในประเทศไทย นอกจากนี้ยังพบว่ามีสัตว์เลื้อยคลาน 1 ชนิด คือ จระเข้ดึกดำบรรพ์ โดยเชื่อว่ามีอายุนานกว่า 100 ล้านปี ในยุคของครีเทเชียส คาดว่าจะเป็นแอ่งทะเลสาบน้ำจืดในยุคดึกดำบรรพ์ ที่มีความอุดมสมบูรณ์ และได้รับการขึ้นทะเบียนจากกรมทรัพยากรธรณี ตั้งแต่ปี 2554 ประกาศให้เป็นแหล่งซากดึกดำบรรพ์ แห่งแรกของประเทศไทย เพื่อเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้และท่องเที่ยวทางธรณีวิทยา

ภายหลังทาง กรมทรัพยากรธรรมชาติ ร่วมกับ อบต.พนอม และหน่วยงานเกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันจัดสรรงบประมาณ มาทำการพัฒนา สร้างอาคารครอบ และอาคารศูนย์เรียนรู้ เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ศึกษาประวัติศาสตร์รอยเท้าไดโนเสาร์ ให้ประชาชน นักท่องเที่ยว ได้มาศึกษาเที่ยวชม แต่ยังประสบปัญหาเรื่องงบประมาณ รวมถึงการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ต่อเนื่อง ทำให้ซบเซา ทางอำเภอท่าอุเทน จ.นครพนม จึงได้วางแนวทางที่จะขับเคลื่อนพัฒนาให้มีจุดน่าสนใจ สร้างแบบโมเดลรูปปั้นไดโนเสาร์ รวมถึงอาคารสถานที่ให้มีความพร้อมรองรับประชาชน นักท่องเที่ยว เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์การพัฒนาเมืองเขตเศรษฐกิจพิเศษของ จ.นครพนม ที่จะเป็นการดึงดูดประชาชน นักท่องเที่ยว มาเที่ยวชม กระตุ้นภาคเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว เชื่อมโยงสู่เมืองชายแดน

เล็งพัฒนา ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ศึกษาประวัติศาสตร์รอยเท้าไดโนเสาร์

นายวีระ กล่าวว่า สำหรับแหล่งเรียนรู้รอยเท้าไดโนเสาร์ ต.พนอม อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ถือเป็นแหล่งที่มีการค้นพบร่องรอยไดโนเสาร์ ที่สำคัญของไทย มากสุดที่เคยพบมาก่อน ประมาณกว่า 200 รอย โดยเชื่อว่ามีอายุนานกว่า 100 ล้านปี โดยมีการขุดพบมาตั้งแต่ปี 2544 จึงได้มีการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวศึกษาประวัติศาสตร์ แต่ยังไม่ได้รับการส่งเสริมเต็มที่ จึงได้วางแนวทางหารือกับส่วนเกี่ยวข้อง รวมถึง อบต.พนอม ในการสำรวจหาทางพัฒนาให้มีจุดเด่นน่าสนใจมากขึ้น ทั้งอาคารสถานที่ รวมถึงการสร้างจุดสนใจ ให้ประชาชน นักท่องเที่ยวมีความประทับใจมากขึ้น เพราะที่ผ่านมาเกิดปัญหาซบเซาไม่มีการสนับสนุนดูแลอย่างจริงจัง โดยจะได้เตรียมการจัดสรรงบประมาณ เข้ามาดูแลส่งเสริม ปรับภูมิทัศน์ รวมถึงสร้างโมเดล ให้มีความสวยงาม

รวมถึงปรับปรุงอาคารศูนย์เรียนรู้ ให้สามารถรองรับประชาชน นักท่องเที่ยว ได้จำนวนมาก รวมถึงเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ที่จะเป็นการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของ จ.นครพนม เชื่อมโยงการพัฒนาเมืองเขตเศรษฐกิจพิเศษ เป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยว ให้ประชาชน นักท่องเที่ยว สนใจมาเที่ยวชมศึกษามากขึ้น เชื่อมโยงสู่เส้นทางท่องเที่ยวชายแดน เตรียมพร้อมรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน สร้างชื่อเสียงกับ จ.นครพนม ในอนาคต

เตรียมปรับภูมิทัศน์ รวมถึงสร้างโมเดลไดโนเสาร์ ให้มีความสวยงาม

ด้าน นายสำราญ พรมอินทร์ อายุ 45 ปี รองนายก อบต.พนอม กล่าวว่า ทาง อบต.พนอม ได้มีการพัฒนาส่งเสริมแหล่งเรียนรู้ศึกษาร่องรอยไดโนเสาร์ มาต่อเนื่อง แต่ยังขาดเรื่องงบประมาณ จึงได้เตรียมวางแนวทางกับทางอำเภอ ตลอดจนหน่วยงานเกี่ยวข้อง ให้การสนับสนุนพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของ จ.นครพนม

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้