วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จิรวรรณ พิริยเลิศศักดิ์ ทายาทฮั่วเซ่งฮงประสบความสำเร็จด้วยความมานะอุตสาหะ

จากความตั้งใจตั้งแต่เด็กที่จะสร้างธุรกิจร้านอาหาร “ฮั่วเซ่งฮง” ของครอบครัวในย่านไชน่าทาวน์-เยาวราช ให้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก และแล้ว จิรวรรณ พิริยเลิศศักดิ์ หรือ “มุ่ย” ทายาท มานพ-วราภรณ์ พิริยเลิศศักดิ์ เจ้าของภัตตาคารฮั่วเซ่งฮง ก็เดินตามความตั้งใจ โดยเป็นหัวหอกสำคัญในการต่อยอดธุรกิจ จนประสบความสำเร็จ สามารถขยายสาขาธุรกิจของครอบครัวไปทั่วทุกมุมเมือง

มุ่ย-จิรวรรณ เล่าว่า เธอเป็นลูกสาว คนที่ 2 ในจำนวนพี่น้อง 5 คน ตั้งแต่เล็ก ก็เห็นพ่อและแม่ขายอาหารจีน ขนมจีบ ซาลาเปา ที่เยาวราช ช่วงนั้นมีนักท่องเที่ยวจากสิงคโปร์และฮ่องกงมาหาหูฉลามกินที่เยาวราช พ่อเลยคิด ทำซุปหูฉลามปรับปรุงสูตรจนลงตัวและเป็นที่นิยม ตอน มุ่ย อายุ 10 กว่าขวบ ก็พูดกับตัวเองเลยว่า จะต้องทำให้ฮั่วเซ่งฮง ดังให้ได้ ดังนั้นพอเรียนจบจากอัสสัมชัญคอนแวนต์ ก็ไปเรียนต่อที่บพิตรพิมุข และจบปริญญาตรีคณะบริหารธุรกิจ-บัญชี ที่มหาวิทยาลัยรังสิต ตอนที่เรียนจบ มุ่ย ก็ขอเงินทุนที่บ้านมาก้อนหนึ่ง มาเปิดร้านฮ่องกงติ่มซำขายส่งอาหารติ่มซำ ซึ่งไอเดีย การทำก็จากที่ไปเที่ยวต่างประเทศ ปรากฏว่าขายดีมาก สามารถคืนทุนให้ที่บ้านได้ภายใน 3 เดือน จากนั้นก็ทำงานเก็บเงินไปเรื่อยๆ จนสามารถเปิดภัตตาคารฮั่วเซ่งฮงของตัวเอง โดยไม่กวนที่บ้าน ที่สุขุมวิทซอย 101

“ช่วงนั้นก็รู้สึกอายๆเหมือนกันที่เพื่อนๆ และพี่น้องเขาไปเรียนเมืองนอกกันหมด แต่ตัวเองมาทำงานร้านอาหาร เลยคิดจะไปเรียนที่แคนาดา แต่สุดท้ายก็ยกเลิกไป เพราะได้มาทำร้านที่สุขุมวิท 101 ช่วงที่เปิดร้าน มุ่ย อายุได้ 26 ปี จากนั้นก็ได้หุ้นกับพี่ชาย เปิดภัตตาคารฮั่วเซ่งฮง ในห้างสรรพสินค้าดังๆ จนตอนนี้มีกว่า 10 แห่งในห้างฯ ตอนนั้นรู้สึกตัวเองได้ทำตามฝัน จนประสบความสำเร็จอย่างเร็วไว มีหลงตัวเองไปบ้าง จนอาหม่อม-ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ ผู้ใหญ่ที่เคารพรัก ได้เตือนสติว่า ลุยเปิดสาขามากๆให้กลับมามองใต้ถุนบ้านให้ดี ท่านยังสอนอีกว่า การทำร้านอาหาร ต้องทำอะไรก็ได้ให้ ลูกค้ากินได้ทุกวัน ร้านก็จะอยู่ได้ตลอด ถ้าเรามีความจริงใจกับลูกค้า เมื่อเขาได้สิ่งดีๆ เขาก็จะกลับมา ซึ่งหลักนี้เป็นสิ่งที่ มุ่ย ยึดมาตลอด ถ้าเรามีความจริงใจ ไม่ได้โลภ แล้วลูกค้าได้รับสิ่งๆดีกลับไป กำไรแค่นี้เราพอใจแล้ว”

นอกจากร้านอาหารที่ประสบความสำเร็จแล้ว สาวลุยงานคนนี้ยังได้สร้างแบรนด์ธุรกิจของตัวเอง “mu.i” ร้านเบเกอรี่ที่ตัวเองรัก โดยบอกว่า มุ่ย เป็นคนชอบกิน เลยไปเรียนทำขนมปังที่ไต้หวัน แล้วก็ได้ไปเรียนที่ UFM พอมีจังหวะได้สถานที่ด้านหน้าใกล้กับภัตตาคารฮั่วเซ่งฮง ที่สุขุมวิท 101 มุ่ย เลยเปิดร้านเบเกอรี่ และได้ไปเรียนเพิ่มเติมที่โรงเรียนสอนทำอาหาร เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต และได้ มาสร้างสูตรขนมปังและขนมในร้านเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้า

ก้าวมาถึงจุดนี้ได้ นักธุรกิจสาวคนเก่งคนนี้บอกเลยว่า “การทำงานจะให้สำเร็จต้องมีใจรัก ถ้าเรารักธุรกิจนั้นแล้ว เราก็จะมีความมุมานะ เอา ใจใส่ มีความอุตสาหะ และจิตตะ มีความพยายามที่จะทำธุรกิจนั้นให้อยู่รอด ธุรกิจร้านอาหารถ้าใจไม่รักทำไม่ได้ เพราะรั่วไหลง่าย ขณะเดียวกันการบริหารคนก็มีส่วนสำคัญ เราต้องมีจิตวิทยาในการ พูดคุย ต้องมีทั้งพระเดชและพระคุณ เมื่อก่อนตอนเด็กๆ คิดว่า ทำไมผู้ใหญ่แข็งแกร่งจัง เจอปัญหามากมาย พอเราโตขึ้นถึงได้รู้ว่าประสบการณ์ต่างๆ หลายอย่างที่เราผ่านมา นำมาใช้ประโยชน์ได้ ถ้าคิดถูกเราก็เดินหน้าอย่างมั่นใจ และต้องเอาวิกฤติมาเป็นโอกาสเสมอ อย่ามาบั่นทอนตัวเอง”...ความมุมานะและอุตสาหะ ในการทำงานที่รักนั่นเองที่ ทำให้เธอประสบความสำเร็จในวันนี้!