วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เผยความโหดของมนุษย์ ฆ่ากันมากว่า 430,000 ปี

โดย ซูม

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วนี่เองนักมานุษยวิทยาได้ขุดพบเศษซากโบราณของกระดูกมนุษย์ดึกดำบรรพ์ในถ้ำแห่งหนึ่งทางตอนเหนือของสเปน พบหลักฐานที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่ามนุษย์ได้เริ่มลงมือฆ่ามนุษย์ด้วยกันเองมาตั้งแต่เมื่อ 430,000 ปีก่อนโน้น

จากการตรวจสอบซากโบราณในบ่อ ซึ่งเป็นของกระดูกมนุษย์ดึกดำบรรพ์ พบกระดูกไม่ต่ำกว่า 28 ร่าง ที่ยืนยันข้อสันนิษฐานในเรื่องความโหดร้ายของมนุษย์

ดังเช่นกระดูกกะโหลกศีรษะหัวหนึ่งมีร่องรอยของการถูกทุบหลายๆครั้ง ส่อให้เห็นถึงเจตนาในการเอาชีวิตของผู้ไล่ทุบ

ผลการชันสูตรกะโหลกศีรษะดังกล่าวด้วยเครื่องอุปกรณ์ถ่ายภาพทางการแพทย์สมัยใหม่ พบว่าร่องรอยแตกทางด้านหน้ากะโหลกที่มีอยู่ 2 รอย เกือบจะมีลักษณะเดียวกัน แสดงว่าเกิดจากการถูกทำร้ายด้วยวัตถุชิ้นเดียวกันอย่างซ้ำๆ

ทำให้คณะผู้ชันสูตรทั้งคณะลงความเห็นอย่างสอดคล้องกันว่าการเข่นฆ่าหรือการสังหารมนุษย์ด้วยกันเองนั้นเป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของมนุษย์เมื่อ 430,000 กว่าปีที่แล้ว

แม้ว่าข่าวนี้จะไม่ใช่ข่าวใหญ่โตอะไรนักและสื่อต่างประเทศที่นำเสนอ ก็เสนอไว้เป็นข่าวเล็กๆ พอให้รู้พอให้ทราบเท่านั้นเอง

แต่ต้องถือว่าเป็นการค้นพบที่สำคัญยิ่งที่สามารถนำมาใช้อ้างอิงหรือพิสูจน์กันได้อีกครั้งว่า “มนุษย์” ที่ได้ชื่อว่าเป็น สัตว์ประเสริฐ นั้น ความจริงก็ไม่ประเสริฐสักเท่าไรนัก

ยังคงเป็นสัตว์ที่ดุร้ายสามารถเข่นฆ่ามนุษย์ด้วยกันได้อย่างเลือดเย็น มาแล้วไม่ต่ำกว่า 430,000 ปี

หลังจากนั้นมาก็ฆ่าแกงกันอยู่ตลอด โดยเฉพาะการทำสงครามยกทัพเข้าเข่นฆ่ากัน เพื่อช่วงชิงพื้นที่ของแว่นแคว้น หรือช่วงชิงประเทศใดประเทศหนึ่งที่อ่อนแอกว่าให้มาเป็นเมืองขึ้นของประเทศที่แข็งแรงกว่า

แม้ในช่วง 2,000 กว่าปีล่าสุดนี้จะมีพระศาสดาจากศาสนาต่างๆ ออกมาสั่งสอนผู้คนทั้งโลกให้มีจิตใจโอบอ้อมอารีเลิกฆ่าซึ่งกันและกัน ให้อภัยแก่กันและกัน

แต่กระนั้นคำสอนของพระศาสดาต่างๆก็ยังไม่สามารถที่จะหยุดยั้งความคิดในเรื่องการทำลายชีวิตซึ่งกันและกันของมนุษย์ได้เลย
ยังคงมีสงครามโลกและสงครามในระดับภูมิภาครบราฆ่าฟัน บาดเจ็บล้มตายเป็นหมื่นๆแสนๆมาโดยตลอด

รวมไปถึงการฆ่าของพวกอาชญากรใจโหดใจเหี้ยมที่บุกเข้าปล้นคนอื่นๆ เพื่อปล้นทรัพย์ชิงทรัพย์ และการฆ่าที่เกิดจากอารมณ์ชั่ววูบของมนุษย์ที่มีการถกเถียงกัน

หยิบหนังสือพิมพ์วันนี้ขึ้นมาอ่าน ก็คงจะเจอข่าวฆ่ากันด้วยเหตุต่างๆทั่วโลกไม่ต่ำกว่า 3-4 ข่าว ในหน้าหนังสือพิมพ์แต่ละฉบับ
ของประเทศไทยเราเองก็ยังมีข่าวทุกวันไม่ว่าจะเป็นข่าวอาชญากรรม ปล้นแล้วฆ่าไปจนถึงการฆ่าด้วยความหึงหวงทางชู้สาว และการฆ่าด้วยอารมณ์ชั่ววูบต่างๆของคนไทยที่ใจร้อนมากขึ้นกว่าสมัยก่อน

ที่สำคัญที่สุดก็คือการก่อเหตุสยองขวัญครั้งแล้วครั้งเล่า ด้วยการลอบวางระเบิดหรือการซุ่มโจมตีของโจรก่อการร้ายใน 3 จว.ภาคใต้ ซึ่งทำให้ต้องเสียชีวิตไปด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย

เชื่อว่ามนุษย์จะยังคงมีจิตใจโหดเหี้ยม พร้อมจะฆ่ามนุษย์ด้วยกันเองต่อไปอีกนานแสนนานอาจจะเป็นแสนๆปีอีกก็ได้

ผมก็ได้แต่ภาวนากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก ขอให้มนุษยโลกมีความเมตตากรุณาต่อกันและกันมากขึ้น หันมารักกัน โอบอ้อมอารีกันช่วยเหลือกันมากขึ้น

แม้จะรู้ว่าการสวดมนต์ภาวนาจะไม่เกิดผลเท่าไรนัก เพราะที่แล้วมาผู้คนทั่วโลกต่างก็สวดมนต์ภาวนากันมามากแล้ว แต่มนุษย์ก็ยังเป็นมนุษย์ที่ชอบเข่นฆ่ากันอยู่จนแล้วจนรอด

แต่ผมก็ไม่มีทางเลือกอื่นครับ นอกจากสวดมนต์ภาวนาอาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่อไปเหมือนเดิม

ยิ่ง 2-3 วันมานี้ ยิ่งต้องภาวนาถี่ขึ้น เพราะมีการปล่อยข่าวว่าให้ระวังคลื่นใต้น้ำเอาไว้หน่อย...เนื่องจากการทะเลาะกันของ 2 กลุ่มการเมืองบ้านเรา ซึ่งยังไม่สะเด็ดน้ำ อาจจะกลับมาอีกครา

ยังไงๆก็อย่าให้ถึงขั้นต้องเลือดตกยางออกหรือถึงขั้นต้องเสียชีวิตอีกก็แล้วกัน เฮ้อ! เพิ่งจะมีความสุขได้ครบ 1 ปี ทำท่าจะกรุ่นๆ ซะอีกแล้วไหมล่ะ.

“ซูม”